
ประวัติชีวิตกับกล้วยไม้ของฉัน (1)
วิถีชีวิตของเราแต่ละคนนั้น ถ้าไม่เห็นความสำคัญของอดีตแล้ว ความมั่นคงในอนาคตย่อมเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าเราก้าวต่อไปข้างหน้าเรื่อยๆ โดยที่ภายในจิตใต้สำนึกขาดการรำลึกถึงอดีต ไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ย่อมขาดรากฐาน ในที่สุดหายนะภัยก็เข้ามารออยู่เบื้องหน้า
เช่นเดียวกับการศึกษาของเยาวชน ถ้าขาดการศึกษาของชาติกำเนิด ในที่สุด “ความเป็นชาติก็ย่อมประสบกับความหายนะอย่างไม่อาจช่วยได้”
เช่นเดียวกับชาติไทยในขณะนี้ เพราะเราถูกหลอกให้มองข้ามความสำคัญของประวัติศาสตร์ของชาติไทยมาแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อมองข้ามจุดนี้ก็ย่อมไปเอาจุดอื่นที่ไม่ใช่พื้นฐานของเราเองมาใส่เอาไว้แทน ดังจะเห็นได้ว่า เมื่อเราไม่สนใจศึกษาประวัติศาสตร์ของชาติไทยแต่ดันไปเอาประวัติศาสตร์ของชาติอื่นมาศึกษาแทน ชนรุ่นหลังจึงขาดจิตสำนึกที่จะรักษาชาติบ้านเมืองของตัวเองเอาไว้ให้มั่นคงอยู่ได้
สำหรับรายการที่พูดถึงชีวิตกับกล้วยไม้ น่าจะมีประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจ เพราะเหตุว่าเมื่อสนใจกล้วยไม้แล้วถ้าจะลงมือปลูกเลี้ยงกล้วยไม้เป็นอาชีพก็ดี หรือจะทำเป็นงานอดิเรกก็สุดแล้วแต่ หากไม่รู้ว่าวงการกล้วยไม้ไทยนั้นมันมีประวัติความเป็นมาอย่างไร ในที่สุดเราก็เป็นส่วนหนึ่งซึ่งทำให้วงการกล้วยไม้ไปไม่รอด
เรื่องนี้ถ้าเราแต่ละคนคิดแต่เพียงว่า “ฉันคนเดียวคงไม่เป็นไร” ประเด็นนี้นับว่าเป็นปัญหาสำคัญ โดยเฉพาะถ้าใครสนใจศึกษาวิชาสถิติพยากรณ์ธรรมชาติของมนุษย์ที่อยู่รวมกันเป็นสังคมนั้น ถ้าแต่ละคนคิดแบบเอาตัวรอด หรือไม่ก็คิดแบบเกี่ยงงอนซึ่งกันและกันแล้ว มันก็ไปไม่รอดด้วยกันทั้งนั้น ดังเช่นที่คนโบราณเคยกล่าวฝากเอาไว้ว่า “ลงเรือลำเดียวกันแล้วก็ต้องช่วยกันพาย ช่วยกันถ่อ ถ้าเกี่ยงงอนกันเมื่อไหร่เรือมันก็ล่มทั้งลำ”
ขณะนี้ฉันมีอายุ 87 ปีแล้ว แต่ตัวเองก็ยังทำงานให้แก่สังคมอย่างหนัก แถมยังจำความในอดีตได้อย่างแม่นยำไม่ว่าจะนานแค่ไหน
ดังนั้น แม้ในปัจจุบันเราจะพบความจริงว่าวงการกล้วยไม้ของไทยนั้นมันดังไปทั่วโลก แต่ถ้าเราไม่ประมาทก็ไม่ควรจะลืมสิ่งที่ผ่านพ้นมาในอดีต ไม่ว่าจะยาวนานแค่ไหน!
"ระพี สาคริก"



