ข่าว

ชาวบ้านผวา!มือดีรื้อกระสอบทราย

ชาวบ้านผวา!มือดีรื้อกระสอบทราย

14 ต.ค. 2554

ชาวบ้านหมู่บ้านรัตน์โกสินทร์ 200 ปีผวา หลังมีมือดีแอบรื้อกระสอบทรายหลังหมู่บ้าน

       14 ต.ค.54 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณด้านหลังหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ได้มีกลุ่มชาวบ้านออกมาร่วมตัวกันจำนวนเกือบ 200 คน หลังจากที่มีชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่นอกหมู่บ้านประมาณ 40 หลังคาเรือนและได้รับผลกระทบจากน้ำในคลองเปรมประชากร ที่เออท่วมบ้านทำให้ได้รับความเดือดร้อนจึงออกมาแอบดึงกระสอบทรายที่กั้นไม่ให้น้ำไหลเข้ามาในหมู่บ้านรัตน์โกสินทร์ 200 ปี เพื่อที่จะให้น้ำในบ้านลดลง หลังทราบข่าวชาวบ้านภายในหมู่บ้านเกรงว่าจะเข้ามาท่วมจึงรวมตัวกันเพื่อป้องกันจนเกือบมีการประทะกัน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ จาก สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ รีบเข้ามาควบคุมสถานการณ์

      ต่อมา ดร.เดชา กลิ่นกุสุม รองนายกเทศมนตรีนครรังสิต ได้เดินทางมาเจรจากับกลุ่มชาวบ้าน จนในที่สุดก็สามารถตกลงกันได้โดยทำการปิดกระสอบทรายเช้าดังเดิม โดย ดร.เดชา กล่าวว่า ชาวบ้านที่ออกมาดึงกระสอบทรายนั้นเป็นชาวบ้านที่บุกรุกพื้นที่อยู่อาศัยภายในพื้นที่ที่จะก่อสร้างบ่อบำบัดซึ่งมีอยู่ 40 หลังคาเรือน และกำลังได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วม ซึ่งเราจำเป็นต้องตั้งแนวคันกั้นน้ำบริเวณนี้เพื่อรักษาพื้นที่ส่วนใหญ่ โดยหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปีแห่งนี้มีอยู่กว่า 2500 ครัวเรือน จึงจำเป็นต้องดูแลส่วนใหญ่ไว้

      แต่เราก็ไม่ได้ทิ้งส่วนน้อยทั้ง 40 ครัวเรือน เราดูแลโดยบอกว่าถ้าต้องการอะไรก็บอกมาทั้งสะพานไม้หรืออะไรเราก็ให้หมด ซึ่งเหตุการณ์ก็สงบลงแล้ว อย่างไรก็ตามจะได้จัดเจ้าหน้าที่ตรวจตราอย่างเข้มงวดตลอด24 ชม.

 

ระดับน้ำคลองรังสิตประยูรศักดิ์สูง45ซ.ม.

        สถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดในขณะนี้ ที่บริเวณ ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ปริมาณน้ำในคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ยังคงเพิ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อคืน ตลอดจนถึงช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยระดับน้ำในขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 45 ซ.ม. ซึ่งยังถือว่าอยู่ในระดับที่อันตราย โดยทางเทศบาลได้มีการประเมินสถานการณ์น้ำอยู่ตลอด 24 ช.ม. เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับน้ำเหนือที่กำลังไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยบางจุดนั้น ทางเจ้าหน้าที่ทหารบก ได้มีการเพิ่มความสูงของกระสอบทรายขึ้นไป เนื่องจากปริมาณน้ำได้ปริ่มล้นเข้าท่วมหมู่บ้าน แต่บางจุดก็ยังคงถือว่าปลอดภัย เนื่องจากระดับน้ำยังต่ำกว่าแนวกระสอบทรายอยู่ประมาณ 20 ซ.ม. ซึ่งขณะนี้ แนวกระสอบทรายมีความสูงเกือบ 1 ม. แล้ว ในส่วนของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมคลองรังสิตประยูรศักดิ์ นั้น ก็ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอยู่ตลอดเวลา และได้มีการขนย้ายข้าวของออกนอกพื้นที่บ้างแล้วบางส่วน แต่ก็ยังคงไม่มีใครทิ้งบ้านเรือนออกมา

       อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำบริเวณ ต.หลักหก ยังถือว่าอยู่ในระดับที่สามารถรับมือได้ แต่ก็ต้องมีการประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา


สถานการณ์น้ำเมืองปทุมฯเข้าขั้นวิกฤตพื้นที่เศรษฐกิจเสียหายย่อยยับ

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้น้ำเจ้าพระยาได้เอ่อล้นท่วม อ.เมืองปทุมธานี โดยเฉพาะจวนผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ศาลากลางหลังเก่า ที่ว่าการอำเภอ สถานีตำรวจเมืองปทุมธานี น้ำท่วมสูงประมาณ 60-80 ซ.ม แล้ว เจ้าหน้าที่เร่งก่อกระสอบทรายให้สูงขึ้นพร้อมกับติดตั้งปั้มน้ำเพื่อดูดน้ำออก สถานการณ์น้ำอำเภอเมืองปทุมธานี ตอนนี้ถือว่าเข้าขั้นวิกฤต และที่ถนนพัฒนสัมพันธ์ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งเศรษฐกิจของเมืองปทุมธานี เป็นศูนย์รวมร้านอาหารประมาณเกือบ30 ร้านขณะนี้จมอยู่ใต้บาดาลน้ำสูงเกือบหนึ่งเมตรแล้ว และที่ตลาดเจริญผล ท่ารถเมล์ สาย 33 ต.บางปรอก อ.เมืองขณะนี้ น้ำได้ท่วมกว่าหนึ่งเมตรแล้ว รถเล็กวิ่งผ่านไม่ได้ ทำให้การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก ต้องใช้เรือในการสัญจร

       ขณะที่ทางจังหวัดได้ประกาศให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย ให้เดินทางไปพักพิงได้ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย โรงเรียนปทุมวิไล โดยขณะนี้มีประชาชนมาอาศัยอยู่แล้วประมาณเกือบ 40 คน โดยที่ศูนย์นี้รองรับประชาชนได้ประมาณ 500-600 คน ขณะที่เรื่องที่จอดรถ ซึ่งขณะนี้หาที่จอดรถเพื่อหนีน้ำยากและลำบากมากบนสะพานปทุมธานีและสะพานข้ามแยกสันติสุข ไม่มีที่ว่างให้จอดรถแล้ว ทางจังหวัดได้ประชาสัมพันธ์ให้ไปจอดรถที่มหาวิทยาลัยปทุมธานีซึ่งเปิดให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน จอดรถได้ประมาณ 500 คัน

       ส่วนที่หน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีขณะนี้น้ำได้เอ่อล้นท่วมถนนทำให้สภาพการจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก และที่หน้าโรงพยาบาลปทุมธานีตอนนี้เส้นทางขาเข้าเมืองจากแยกไทยด๊อยท์ ปิดเส้นทางการจราจรแล้วให้เดินรถทางเดียว และที่หมู่บ้านปาริชาติ น้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตรแล้ว เจ้าหน้าที่กำลังช่วยอพยพประชาชนออกมาข้างนอกโดยต้องใช้รถทหารหรือรถโฟว์วินเท่านั้นถึงจะเดินทางเข้าไปได้

 
บรรยากาศล่าสุดเช้านี้ที่คลองบ้านพร้าว

       ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพระดับน้ำที่บริเวณถนนด้านข้างประตูระบายน้ำคลองบ้านพร้าว ต.บ้านปทุม อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เช้านี้ว่า เจ้าหน้าที่กำลังเติมน้ำมันรถแบ๊คโฮที่จะต้องใช้ทำงานต่อตลอดทั้งวันนี้ จากเดิมเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา โดยนายชาญ พวงเพ็ชร์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ได้เร่งกู้ในบริเวณดังกล่าวกระทั่งเวลา 03.00 น. เนื่องจากต้องหยุดพักเครื่องจักรและกำลังคน ที่ทำงานตลอดทั้งคืนทั้งวัน

       จากการตรวจสอบสภาพแนวคันที่พังดังกล่าวนี้ มีความรุดหน้าไปมาก ยังคงเหลือส่วนที่เป็นช่องทางน้ำที่มีความกว้างอยู่ประมาณ 25 เมตร โดยเจ้าหน้าที่จะใช้วิธีการดำเนินงานตามแผนงานเดิมที่วางไว้คือ นำแท่นเหล็กตอกเข็มยึดแนวคันทีละ 5 เมตร ยึดลงใต้พื้นดินประมาณ 6 เมตร โผล่ขึ้นมา 2 เมตร เพื่อใช้แผ่นเหล็กวางกั้นน้ำรองต่อเพื่อชะลอความแรงและความดันของน้ำ ส่วนแผ่นเหล็กที่รองกั้นน้ำจะวางเผื่อไป 1 เมตรเพื่อที่เครื่องจักรจะได้ดำเนินการตอกเสาเข็มต่อไปอีก ซึ่งทำให้สะดวกและง่ายเมื่อเครื่องจักรลงเข็มยึดรองพื้น โดยจะใช้วิธีการนี้ดำเนินงานโดยวิธีการนี้ตลอดภารกิจ

 

ผอ.รพ.ปทุมธานี เตือนประชาชนระวังงูหนีน้ำมาคืนเดียวกัด 7 ราย

       นายแพทย์ทรงพล ชวาตันพิพัทธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปทุมธานี ฝากบอกเตือนประชาชนในจังหวัดปทุมธานี ในพื้นที่ถูกน้ำท่วมขอให้ระวังวังสัตว์ดุร้ายที่มากับน้ำโดยเฉพาะงูหนีน้ำมาอาศัยตามริมทางให้คอยระวังไว้ด้วย เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมาได้มีประชาชนถูกงูหลายชนิดฉกกัดได้รับอันตรายถึง 7 ราย ซึ่งทางแพทย์ช่วยเหลือรักษาช่วยชีวิตไว้ได้

       โดยเฉพาะในพื้นที่ถูกน้ำท่วมสัตว์เลื้อยคลานจะหนีน้ำขึ้นมาอาศัยริมทาง จึงขอให้ระวังมากที่สุด และหากผู้ที่ถูกงูกัดขอให้ช่วยจำลักษณะของงูด้วยซึ่งทางแพทย์จะได้วินิจฉัยถูกว่าเป็นงูอะไร

 

ศอส.เตือนภาคกลางตอนล่าง-ตะวันออก-กทม.-ปริมณฑลฝนตกหนัก16-17ต.ค.

          นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รองผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัยและดินโคลนถล่ม (ศอส.)เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีพื้นที่ประสบภัย 26 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี อุบลราชธานี ขอนแก่น ศรีสะเกษ สุรินทร์ ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี ร้อยเอ็ด กำแพงเพชร ตากและราชบุรี 188 อำเภอ 1,364 ตำบล 10,443 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 761,044 ครัวเรือน 2,250,469 คน ผู้เสียชีวิต 289 ราย สูญหาย 2 คน

          พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย 10,023,824 ไร่ พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ บ่อปลา 156,238 บ่อ ด้านปศุสัตว์ สัตว์ได้รับผลกระทบรวม11,868,448 ตัว น้ำท่วมเส้นทางไม่สามารถสัญจรผ่านได้รวม 247 สาย แยกเป็น ทางหลวง 71 สาย ใน 18 จังหวัด ทางหลวงชนบท 176  สาย ใน 34 จังหวัด สำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ยังอยู่ในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำ 99 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนสิริกิติ์  มีปริมาณน้ำ 99 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนแควน้อยมีปริมาณน้ำ 100 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำ 131เปอร์เซ็นต์

          สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำต่าง ๆ ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด  เนื่องจากมีปริมาณน้ำมากและระดับน้ำล้นตลิ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะลุ่มน้ำมูล ที่อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์  อำเภอราษีไศล อำเภอกันทรารมย์ อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ อำเภอตระการพืชผล อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี  ลุ่มน้ำชีที่อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม อำเภอจังหาร อำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด ลุ่มน้ำสะแกกรัง ที่อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ลุ่มน้ำท่าจีนที่อำเภอเมือง อำเภอสองพี่น้อง อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี อำเภอบางเลน อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐมลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ 4,686 ลบ.ม. / วินาที มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เขื่อนเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 3,616 ลบ.ม. / วินาที ปริมาณน้ำไหลผ่านที่อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 3,847 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำใน 10 จังหวัดที่อยู่ริมแม่น้ำ ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท  สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ปทุมธานี และนนทบุรี ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำล้นตลิ่งที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

          ในช่วงวันที่ 14 - 15 ตุลาคม 2554 พื้นที่ภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนตกอีก แต่ในปริมาณไม่มากนัก ส่วนในช่วงวันที่ 16 - 17 ตุลาคม 2554 จะมีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง  ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จึงขอเตือนให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณในพื้นที่ดังกล่าว โดยเฉพาะพื้นที่ที่ประสบสถานการณ์น้ำท่วมอยู่แล้ว และพื้นที่ลุ่มต่ำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ระมัดระวังอันตรายจากภาวะฝนตกหนักที่จะเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำออก ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณ น้ำท่วมขังเพิ่มสูงขึ้นและเกิดภาวะน้ำล้นตลิ่งได้

          สำหรับพื้นที่ที่ยังต้องเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี (อำเภอมะขาม อำเภอเขาคิฌกูฏ อำเภอขลุง) ตราด(อำเภอเกาะช้าง อำเภอเขาสมิง อำเภอบ่อไร่) จึงขอให้จังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าวจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ และแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม รวมทั้งหมั่นสังเกตสัญญาณความผิดปกติทางธรรมชาติ หากน้ำในลำห้วยเปลี่ยนเป็นสีเดียวกับดินบนภูเขา มีต้นไม้ขนาดเล็กไหลมากับน้ำ  มีเสียงดังผิดปกติจากป่าต้นน้ำ ให้อพยพออกจากพื้นที่ไปตามเส้นทางที่ปลอดภัยและพ้นจากแนวการไหลของน้ำ

 

คาราวานแดงลำพูนมุ่งหน้าสู่นครสวรรค์ช่วยน้ำท่วม

          พระครูปัญญาธรรมวัฒน์ หรือครูบาอินทร ปัญญาวัฑฒโน เจ้าอาวาสวัดสันป่ายางหลวง ปล่อยคาราวานรถ ชาวลำพูนมอบน้ำใจสู่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม เดินทางไป จ.นครสวรรค์ เพื่อมอบเงินและสิ่งของบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา คาดจะเดินทางถึงในเวลา 20.00 น. ด้วยรถบรรทุก 6 ล้อ 1 คัน รถกระบะติดเครื่องขยายเสียง และรถกระบะ อีก 2 คัน โดยมีนายอุดมศักดิ์ พรหมสิทธิ์ , นางพรรณี เดชพงศ์ ผู้ประสานงาน พร้อมกรรมการ และ สมาชิกกลุ่มสมาพันธ์ประชาธิปไตยเขตเหนือ(ลำพูนแดง) และ กลุ่ม นปช.นครหริภุญไชย อีกจำนวนหนึ่งร่วมกันบรรจุหีบห่อสิ่งของ

          ครูบาอินทร กล่าวว่า ขณะนี้ ได้เกิดภัยพิบัติอันร้ายแรง จากพายุใต้ฝุ่นและฝนที่ตกหนัก ทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ บ้านเรือนของราษฎรได้รับความเสียหายอย่างมากมาย มีผู้คนจำนวนมาก แทบจะสิ้นเนื้อประดาตัว ข้าวของเครื่องใช้ ถูกน้ำพัดเสียหายแทบหมดสิ้น ภาคเหนือ ได้รับความเสียหายมากที่สุด พระภิกษุสามเณร ชี พราหมณ์ แทบจะไม่มีอาหารฉัน ได้รับความลำบากไปถ้วนทั่ว ทสพปช.

          จึงใคร่ขอความเมตตาจากท่าน ขอให้ช่วยกัน บริจาคข้าวสาร อาหารแห้ง เสื้อผ้าที่ใช้แล้ว ยารักษาโรค เช่น ยาแก้หวัด ยาแก้ไอ แก้ไข้ นำมาบริจาคที่โรงธรรมวัดสันป่ายางหลวง ซึ่งเป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมได้ตลอดเวลา ซึ่งก่อนหน้านี้คาราวานดังกล่าวเดินทางไป-กลับมาแล้ว 2 ครั้ง ส่วนครั้งต่อไปจะเป็นวันที่ 17 ต.ค.นี้