ข่าว

'เอาหัวเป็นประกัน'กทม.ไม่ท่วม100%

'เอาหัวเป็นประกัน'กทม.ไม่ท่วม100%

13 ต.ค. 2554

'ผมเอาหัวเป็นประกัน'กทม.ไม่ท่วมร้อยเปอร์เซ็นต์' : สัมภาษณ์พิเศษ "ณรงค์ จิรสรรพคุณากร" ผู้อำนวยการกองสารสนเทศระบายน้ำ สำนักระบายน้ำ กทม.

           ท่ามกลางความตื่นตระหนกของผู้คนทั่วบ้านทั่วเมืองถึงสถานการณ์อุทกภัยที่กำลังรุมเร้าพื้นที่ลุ่มภาคกลางอย่างหนัก และดูเหมือนความรุนแรงจะคืบคลานใกล้เข้ามายังเมืองหลวงมากขึ้นทุกขณะ ล่าสุดสถานการณ์น้ำเริ่มทะลักเข้ามายังเขตปริมณฑลอย่างปทุมธานี นนทบุรีแล้ว

             แต่ดูเหมือนว่าระดับผู้ปฏิบัติที่คร่ำหวอดอยู่กับการบริหารจัดการน้ำของกรุงเทพมหานครจะมีความมั่นอกมั่นใจเต็มร้อยว่าสามารถรักษาพื้นที่กรุงเทพมหานครให้รอดพ้นจากภัยน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ไปได้ สวนทางกับผู้บริหารบ้านเมืองโดยเฉพาะรัฐบาลที่ยังออกอาการก้ำกึ่งว่าจะรับมือไหวหรือไม่เพียงใด

             "ณรงค์  จิรสรรพคุณากร"  ผู้อำนวยการกองสารสนเทศระบายน้ำ สำนักระบายน้ำ กทม. เปิดเผยกับทีมข่าวสำนักข่าวเนชั่น ถึงสถานการณ์การรับมือของกทม.ชนิดยืนยัน นั่งยันว่า กทม.น้ำไม่ท่วมร้อยเปอร์เซ็นต์ ถึงขนาดกล้าเอาหัวเป็นประกัน


# สถานการณ์ของบกทม.ขณะนี้เป็นอย่างไร ?

             เราอยู่ได้เพราะคันกั้นน้ำที่พัฒนามาไม่ต่ำว่า 20 ปี  ความจริงแล้วในกทม.ไม่มีจุดไหนที่สูงกว่าน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาหรือระดับน้ำทะเลปานกลางเลย ถ้าเราไม่มีคันกั้น น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาก็จะเข้ามา แต่เมื่อมีคันกั้นน้ำจึงไม่ท่วม  อย่าง ถ.สุขุมวิท ก็อยู่ระดับเดียวกับแม่น้ำเจ้าพระยา รามคำแหงน้ำก็สูงกว่าระดับถนน 30 ซม.  ถ.เพชรบุรีน้ำสูงกว่า 8 ซม.  ถ.ศรีอยุธยาน้ำสูงกว่า  6 ซม. ถ.ราชดำเนินน้ำสูงกว่า  78 ซม. ถ.อรุณอมรินทร์ น้ำสูงกว่า 1.60 ซม. ถ.จรัลสนิทวงศ์น้ำสูงกว่า 1.27 ซม. แต่กทม.โดยได้สร้างแนวคันกั้นน้ำล้อมเมืองไม่ให้น้ำเข้า ความยาว 77 กม.  ขณะนี้เสร็จไปแล้ว 75.8 กม.  เหลืออีก  1.2  กม. ที่ยังก่อสร้างยังไม่เสร็จ 

             ส่วนแผนป้องกันน้ำท่วมจะแบ่ง กทม.ออกเป็นสี่ส่วน  1.ฝั่งธนบุรี  2.ฝั่ง กทม. ภายในคันกั้นน้ำ ตามพระราชดำริ  3.นอกคันกั้นน้ำตามพระราชดำริแถวมีนบุรี หนองจอก คลองสามวา ลาดกระบัง แต่พื้นที่บริเวณนั้นได้พัฒนาร่วมกับกรมชลประทานเสร็จเรียบร้อยแล้ว และ 4. คือตามแม่น้ำเจ้าพระยาคลองบางกอกน้อยคลองมหาสวัสดิ์

# หากน้ำมาตามแม่น้ำเจ้าพระยาเราจะกันอย่างไร ?

             เราก็มีเขื่อนอย่างที่เห็น  แต่ก็มีบางส่วนที่ฟันหลอเพราะถูกผู้รับเหมาทิ้งงาน  แถวท่าพระจันทร์ถึงท่าเตียน ท่าโรงโม่ เดิมประชาชนไม่ยอมให้สร้าง เราก็เลยทำทางเดินแทน เช่นตามข้างม.ธรรมศาสตร์เราก็ยกทางเดิน แต่ตอนนี้เราเจรจาก็น่าจะให้เราสร้างแล้ว  ส่วนที่ 1.2 กม.ที่เหลือแม้จะฟันหลอก็ไม่มีปัญหา เพราะเราใช้กระสอบทรายกั้น แล้ววิธีกั้นกระสอบทรายของเราไม่เหมือนที่อื่น เราวางกระสอบทรายเป็นรูปปิรามิด เพื่อให้ฐานมันกว้างยังไงก็ไม่มีวันล้มเพราะแรงดันน้ำ และเราจะมีเจ้าหน้าที่ประจำ  24 ชั่วโมง พร้อมกับสต็อกกระสอบทราย หากมีปัญหาจุดไหนเจ้าหน้าที่ก็มาแก้ปัญหาได้ทันที

# ส่วนที่เป็นฟันหลออยู่ช่วงไหน ?

             แถวราชวงศ์ ท่าน้่ำราชวงศ์ เพราะประชาชนไม่ยอมให้สร้างเลย  แต่ต่อมาก็ยอมและกำลังเจรจาก่อสร้าง โดยคาดว่าปีหน้าจะเสร็จหมด ตอนนี้อยู่ระหว่างก่อสร้าง

# บริเวณคลองบางกอกน้อย บางกอกใหญ่จะมีจุดเชื่อมและมีจุดปิดเปิดหรือไม่ ?

             บางกอกน้อยเราไม่ได้ปิด เพราะเป็นเส้นทางใหญ่ใช้สัญจร แต่คลองในพื้นที่เรามีประตูน้ำปิดกั้นหมด เรามีสถานีสูบน้ำคอยสูบน้ำออก โดยกทม.ฝั่งธนบุรี  กทม. ตอนใต้จากคลองบางนา สะพานแขวน พระราม 9  เราก็ทำคันกั้นน้ำสูง 2.50 ม. จากพระราม 9 ถึงซังฮี้ เราทำคันสูง 2.80 ม. จากซังฮี้ถึงพระราม 7 ทำคันสูง  3 เมตร  ถามว่าทำไมทำไม่เท่ากัน ก็เพราะพฤติกรรมของน้ำเวลาไหลจะมีความลาดเอียงตอนเหนือจะสูง ตอนใต้จะต่ำ เราสร้างคันล้อตามผิวน้ำที่เกิดขึ้นจริง  ส่วนคลองบางกอกน้อยและคลองมหาสวัสดิ์เราทำคันไว้สูง 3เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง

# คาดว่าคันที่ทำไว้นั้นเพียงพอต่อการรับแรงดันของน้ำหรือไม่ ?

             เราคำนวนตามหลักวิศวกรรมศาสตร์ เราใช้ค่า 100 ปี โอกาสที่เกิดใน 100 ปี บวกค่าการทรุดตัวของแผ่นดิน  ค่าความสูงของคลื่นน้ำ เราคำนวนไว้หมดแล้ว แต่ถามว่าในอนาคตจะพอไหม เราออกแบบไว้ตั้งแต่ 2538 เป็นปีที่น้ำท่วมใหญ่ เราจ้างวิศวกรที่ปรึกษาจากเนเธอร์แลนด์มาออกแบบ  ปีนั้นทางเหนือทั้งหมดระบบระบายน้ำยังไม่พัฒนามาก ถามว่าอนาคตจะเป็นยังไง ทุกจังหวัดต้องป้องกันตนเอง ในอนาคตแนวที่เราทำไว้ต้องปรับปรุง ปีนี้ต่างจังหวัดมีแนวกั้นน้ำที่ไม่ถาวรมันถึงพัง แต่ในอนาคตเขาต้องพัฒนาเหมือนเราแน่  ต้องสร้างถาวรเหมือนเราแน่ คันของเราเป็นเขื่อนถาวรคอนกรีตเสริมเหล็ก และลงเสาเข็มความลึกกว่า 25 เมตร ไม่ใช่แนวคันดินชั่วคราวเหมือนที่อื่น

# ถ้าทุกจังหวัดสร้างคันเหมือนกันหมดจะเกิดอะไรขึ้น ?

             เป็นปัญหาแน่ เราเคยรันโมเดลว่าถ้าจังหวัดเหนือเราทั้งหมดสร้างเขื่อนเหมือนเรายันจังหวัดชัยนาท น้ำในแม่น้ำจะเป็นอย่างไร หากปริมาณน้ำมามากเหมือน ปี 2538 และน้ำไม่แผ่ไปท่วมที่ไหน น้ำที่อ่างทองจะสูงกว่าเมื่อปี 38 ประมาณ 8 เมตร เพราะน้ำเข้าทุ่งไม่ได้ น้ำมันเยอะก็เลยยกตัวสูงขึ้น ถามว่าถึงตอนนั้นเป็นยังไง ตายกันหมด ถ้าทุกคนพัฒนา 

# แล้วกรุงเทพฯจะสูงเท่าไหร่  หากอ่างทองมีน้ำสูง 8 เมตร ?

             ต้องสูงขึ้น  เราต้องเสริมอีกอย่างน้อย  1 เมตร  เพราะโดยธรรมชาติของน้ำจะลาดเอียง กทม.จะต่ำ ต่างจังหวัดจะสูง เราจะรับไม่เต็ม ต่างจังหวัดจะสูงกว่าเรา แต่พระองค์ท่านเล็งเห็นตรงนี้  ดำรัสผ่านคณะกรรมการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.)  ตอนนี้เราประชุมทุกสัปดาห์เราทราบก็วางแผนกัน กรมชลประทานก็มีโครงการแก้มลิงตอนบน ตอนล่าง คลองผันน้ำเราศึกษาไว้หมด กรมชลประทานถึงเป็นหน่วยงานหลักในการรับผิดชอบตั้งแต่ใต้จังหวัด ลำพูนหรือลำปาง   หลายแห่งได้เริ่มทำถ้าทุกคนพัฒนาเหมือนเราหมดริมแม่น้ำลงทุนมหาศาล  และกันน้ำท่วมอย่างเดียว แต่หากทำแก้มลิงกันได้ทั้งน้ำท่วม และน้ำในการเกษตรด้วย แต่ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนในการเอาคนออกไป

# วันนี้น้ำท่วมที่เกิดขึ้นเพราะทุกคนต่างทำคันกั้นน้ำใช่หรือไม่ ?

             ต้องเข้าใจว่าทุกคนต้องป้องกันตนเอง สมมุติผมเป็นนายอำเภออยู่ ก็ต้องป้องกันอำเภอผม ผมเป็นผู้ว่าฯผมก็ต้องป้องกันจังหวัดผมเป็นของธรรมดา ผมไม่ทำชาวบ้านก็ด่าผม แต่ไม่ได้มองภาพรวมผ่านคณะกรรมการ กปร. ที่เรามีข้อมูลกองไว้ตรงนั้น ผมยังเสียใจที่ไม่ได้เอาข้อมูลตรงนี้มาใช้ ซึ่งพระองค์ท่านเห็นเรื่องนี้มาตั้งนานทำไมไม่เอามาใช้

# กทม.ก็บล็อกน้ำของตัวเองเหมือนกัน ?

             เราป้องกันพื้นที่ เราไม่ได้ปิดแม่น้ำเจ้าพระยา เราไม่ได้ทำให้แม่น้ำเจ้าพระยาแคบลง เราไม่ได้ถมน้ำให้ตื้น หรือให้น้ำผ่านน้อย ไม่ใช่ หากเราสร้างเขื่อนเราก็ขุดแม่น้ำในส่วนที่สร้าง ให้ลึกขึ้น เราไม่ได้ปิดเลย ตอนนี้ต่างจังหวัดที่ท่วมเราก็ช่วย อย่างฝั่งธนบุรี เราก็เปิดประตูน้ำที่ทวีวัฒนา

# รับน้ำจากที่ไหนเข้าคลองทวีวัฒนา ?

             คลองทวีวัฒนาจะเชื่อมกับประตูระบายน้ำที่บางเลน  บริเวณคลองบางหลวง ซึ่งเป็นคลองใหญ่ น้ำตอนนี้ลามทุ่งมาหมดแล้ว  แล้วมาถึงคลองมหาสวัสดิ์ที่เป็นชายแดนของเรา ในพื้นที่เรา เราก็ทำประตูระบายน้ำปิด และมีสถานีสูบน้ำเพื่อไม่ให้น้ำเข้าพื้นที่ เราไม่ได้สูบออก แต่เราสูบเข้าแก้มลิงสนามไชย เราช่วย จ.นนทบุรี เราปล่อยน้ำเข้ามาไม่ให้พื้นที่เราท่วม เราใช้แก้มลิงตรงนี้ 

             ส่วนหนึ่งก็ไหลออกไปทางท่าจีน ส่วนหนึ่งก็ออกคลองบางกอกน้อยลงแม่น้ำเจ้าพระยา เราไม่ได้ไปปิดคลองมหาสวัสดิ์ เราปิดคลองซอย  น้ำจากจังหวัดนนทบุรีก็มาเชื่อมที่คลองมหาสวัสดิ์ได้ ส่วนที่ออกท่าจีนก็มีประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำของกรมชลประทาน

# ได้มีการประสานงานกับกรมชลประทานอย่างไร ?

             ตอนนี้กับกรมชลฯ เราเชื่อมข้อมูลถึงกันโดยวางเคเบิลใยแก้ว ข้อมูลถึงกันหมด เราจะประสานงานค่อนข้างตรง โดยมีหน่วยงานที่เชื่อมข้อมูลถึงกัน คือ กทม. ชลประทาน กรมอุทกศาสตร์ กรมอุตุนิยมวิทยา และการไฟฟ้าฝ่ายผลิต  ข้อมูลของแต่ละฝ่ายสามารถเข้าไปดูได้ ยกหูคุยกันได้

# แก้มลิมสนามไชยจะรับน้ำจากที่ไหนบ้าง ?

             ใช้คลองซอย คลองพระยาราชมนตรี คลองสนามไชย แก้มลิงนี้ใช้ประโยชน์สองจังหวัด คือ กทม. และสมุทรสาคร  ซึ่งกรมชลประทานกับเราร่วมกันพัฒนาตามโครงการพระราชดำริ

# กทม.ฝั่งตะวันตกมองทั้งระบบที่มี ปลอดภัยแค่ไหน ?
            
             ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ถ้าประชาชนจากนนทบุรีไม่มาพังประตูน้ำเราซึ่งเคยเกิดเมื่อปี 2549 มีการถือมีดถือขวาน เจ้าหน้าที่เราเห็นก็ปิดตู้ควบคุมแล้วโดดน้ำหนี มาถึงเขาก็ทุบตู้คอนโทรล สับสวิตช์ให้ประตูเปิด

             ส่วนที่เสริมกระสอบทรายคือบริเวณคลองทวีวัฒนา เราร่วมกับกองทัพเรือ ไปปิดน้ำที่จะตลบด้านข้างจากนครปฐม  แต่เราก็ปิดเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังมีคลองทวีวัฒนา และใช้ถนนพุทธมณฑลสาย 4 เป็นคันกั้นน้ำ

# ขณะนี้คลองทวีวัฒนาน้ำล้นแล้วจะมีปัญหาหรือไม่ ?

             ล้นเพราะเราปล่อยเข้ามา ตอนนี้เราช่วย จ.นนทบุรี เราปล่อยผ่านคลองมหาสวัสดิ์ คลองทวีวัฒนา วันละ 3 ล้านลบ.ม. และใช้แก้มลิงสูบออก ที่น้ำปริ่มๆเพราะเราช่วย จ.นนทบุรี เปิดน้ำเข้ามา

# คันกั้นน้ำถาวรของ กทม. รับแรงปะทะได้ขนาดไหนถ้ามีมวลน้ำขนาดใหญ่มา ?
            
             เขื่อนของเราไม่ได้ขวางทางน้ำ เราสร้างตามลำน้ำ แรงปะทะของเราจะไม่มี  เราไม่ได้กั้นแม่น้ำ เรากั้นตามยาว เราไม่ได้สร้างขวาง แต่สร้างตามแรงไหลของน้ำ

# หากมีชาวบ้านจากนนทบุรีมาพังจะมีปัญหาอะไรหรือไม่ ?

             เรามีแผนสอง หากเลยคลองมหาสวัสดิ์ ตัดเข้ามาสักร้อยเมตร เรามีถนนศาลาธรรมสพณ์ที่ยกระดับอยู่อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งจะเป็นคันกั้นของเรา

# มวลน้ำที่จะลงมากทม.จะเพิ่มขึ้นหรือไม่ ?

             เราตามน้ำมาตั้งแต่แต่นครสวรรค์ ตอนนี้ปริมาณน้ำนิ่งหมดแล้ว หมายความว่าน้ำที่ท่วมขังตอนนี้จะมีกระเพื่อมเล็กน้อย จะไม่พรวดพราด ลุ่มน้ำปิงลด แม่น้ำวังลด แม่น้ำน่านคงที่ น้ำยมก็คงที่ หากระดับจะสูงขึ้นก็เป็นแค่การกระเพื่อม

# หากน้ำจากเขื่อนภูมิพลและจากอยุธยาเข้ามาเพิ่มจะมีปัญหามั้ย ?

             ก็เท่านี้ จะไม่เพิ่มขึ้นกว่านี้ เขื่อนภูมิพลเราคาดการณ์ว่าจะปล่อยเป็น 100 ล้านลูกบาศก์เมตร กรมชลประทานก็รันโมเดลว่าลุ่มน้ำปิงกับวัง หากปล่อยอย่างนี้จะเป็นอย่างไร จากโมเดลนี้ที่ อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ แม่น้ำเจ้าพระยาจะสูงขึ้น 60 ซม .แต่จากการวัดพบว่าหลังจากที่ปล่อยออกมาแล้ว น้ำกลับไม่ได้สูงขึ้นแต่ยังลดลง แสดงว่าน้ำที่ปล่อยมาก็แผ่ตามทุ่งไปหมด บริเวณ จ.ตาก ไม่ลงแม่น้ำเจ้าพระยา  นี่ไม่ใช่การคำนวน แต่มาจากการวัดจริง

             น้ำที่กองอยู่ไม่ได้เพิ่มขึ้น ที่ผ่านมาเพิ่มในอัตราที่น้อยมาก แต่ที่คันกั้นน้ำพังเพราะเป็นคันดินชั่วคราว  หากมีน้ำซึมนิดเดียวก็ธรรมชาติน้ำก็เซาะดินไปเรื่อยๆ จากประสบการณ์ที่เราผ่านมาเป็นอย่างนี้ 

# ขณะนี้เริ่มมีข่าวเขื่อนกั้นน้ำโดยรอบ กทม. เริ่มพัง ?

             คงไม่ส่งผลกระทบมาก  เพราะวันนี้ระดับน้้ำลดลง  ต้องเข้าใจว่าตอนนี้นำมาถึงกทม.แล้ว  อย่าง นวนคร หรือธรรมศาสตร์ น้ำก็มาถึงแล้ว เพียงแต่มีคันล้อมไว้ ถ้าไม่ตรวจตราน้ำก็จะพังเข้ามา 

# แล้วฝั่ง กทม.จะเป็นอย่างไร ?

             เราใช้แนวถนนต่างๆปิดกั้น แต่ที่เป็นห่วงคือตอนเหนือ เพราะปทุมธานียังไม่พัฒนา ยกตัวอย่างคลองเปรมประชากรที่เชื่อมคลองรังสิต  แต่ตอนนี้เราเริ่มจับมือกันทำแล้ว อย่างบริเวณคลองหลักหกที่มีการขุดลอกทำเขื่อนมีประตูถาวร ตอนนี้เรารุมที่หลักหกมาสองวัน เอาคนเข้าไป เอากระสอบทรายเข้าไป แต่ว่าประชาชนก็ต่อต้านมาก  ทั้งเราทั้งทหารก็อยู่ตรงนั้น  แต่กรมชลประทานกลัวคลองรังสิตที่รับน้ำจากคลองแนวดิ่งลงที่คลองรังสิตและมาลงเจ้าพระยา ที่นายกฯได้เตรียมกระสอบทรายตั้งแต่คลอง1-16 ซึ่งกำลังรุมทำกันอยู่ 

             อย่างไรก็ตาม ถ้าน้ำเข้ามาตามคลองเราก็มีประตูปิดหมดแล้ว นอกจากนี้เรามี ถ.ร่มเกล้า และ ถ.นิมิตรใหม่ เป็นคันกั้นน้ำ  นี่เป็นรับสั่งของในหลวงในการทำ  เหมือนที่เรายก ถ.ศาลาธรรมสพณ์ เป็นคันกั้นน้ำ

# กทม. ฝั่งตะวันออกจะป้องกันอย่างไร เพราะเป็นพื้นที่รับน้ำโดยตรง ?

             ที่ผ่านมาเราพัฒนากับกรมชลประทาน  ที่คลองสามวาเราทำสถานีสูบน้ำสูบได้  36 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  สถานีสูบน้ำคลองแสนแสบ 60  ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  คลองประเวศบุรีรมย์  60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  เพื่อสูบน้ำมาทางตะวันตก นอกจากนี้น้ำส่วนหนึ่งจะไปที่แม่น้ำบางปะกง ซึ่งจะมีสถานีสูบน้ำเช่นกัน   แต่โดยธรรมชาติของน้ำส่วนใหญ่จะลงใต้ เราก็ใช้คลองแนวดิ่งเช่น คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต คลองบางโฉลง คลองจระเข้ใหญ่ ซึ่งน้ำจะไม่ไหลผ่าน กทม.  และกรมชลประทานยังทำคลองด่วน 100 คิว ที่จะระบายน้ำจากสนามบินสุวรรณภูมิ และมีสถานีสูบน้ำริมอ่าวไทย  มีประสิทธิภาพสูบน้ำ  100 ลบ.ม. /วินาที

# แต่ฝั่งตะวันออก ไม่มีคันกั้นน้ำ ?

             ขณะนี้เราปิดหมดแล้ว 4 เขตที่มีปัญหา เพราะ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการเปิดประตูน้ำที่พระยาสุเรนทร์ น้ำก็เลยทะลุเข้ามา แต่ตอนนี้เราก็เปิดประตูน้ำเพื่อช่วย จ.ปทุมธานี ปล่อยผ่านคลองแสนแสบ และใช้อุโมงค์น้ำสูบออก เราปล่อยวันละ 10 ล้านลูกบาศก์เมตรในวันที่มีฝน และ 20 ล้านลูกบาศก์เมตรวันที่ไม่มีฝน น้ำจึงไปขังในบางจุดที่ต่ำ แต่ก็จะท่วมประมาณ 50 ซม. บริเวณริมคลองต่างๆเท่านั้น โดยจะรักษาพื้นที่ส่วนใหญ่ไว้

             ทุ่งตะวันออกเท่าที่ผมตามมาตั้งแต่เขื่อนป่าสัก ประตูพระนารายณ์ มาจนคลอง 13 ตัวเลขนิ่งมาแล้วหนึ่งอาทิตย์  ต่อไปนี้ก็จะลดอย่างเรวดเร็ว เพราะเขื่อนป่าสักลดการปล่อยน้ำอีก น้ำที่กองอยู่ด้านตะวันออกจะลดลง เรารักษาพื้นที่ส่วนใหญ่ที่กทม.จะสูงระดับเอวไม่มีร้อยเปอร์เซ็นต์ ตอนนี้นิ่งแล้วและต่อไปจะเริ่มลด

# จุดอ่อนของกทม.ที่จะทำให้น้ำท่วมมีมั้ย ?

             เรากลัวประชาชนมาพังประตูน้ำ และวันก่อนได้ส่งสัญญาณไปที่ ผอ.เขตทวีวัฒนาว่าให้ไปรายงานว่าให้สั่งนายอำเภอบริเวณนั้น เพราะหัวโจกที่เป็นแกนนำส่วนใหญ่เป็นกำนันผู้ใหญ่บ้าน ก็ให้นายอำเภอช่วยกำชับว่าอย่ามา แต่หากไม่ส่งสัญญาณ ประชาชนอาจจะมาถือมีดถือขวาน ใครจะกล้าอยู่ 

             จากปทุมธานี ถ้าประตูน้ำหรือแนวกั้นพัง เราก็มีแผนสองรองรับว่าจะปิดตรงไหน เราสั่งการไว้แล้วว่าถ้าเกิดจะปิดตรงไหน ทิ้งส่วนไหน ถามว่าจะเดือดร้อนเพิ่มไหม ไม่มี เพราะน้ำนิ่งแล้ว  ด้านตะวันออกจะเห็นเร็วเพราะนิ่งแล้ว 

# ปลายเดือนจะมีสามน้ำคือน้ำฝน น้ำเหนือ และน้ำทะเลหนุน จะทำให้น้ำท่วมหรือไม่ ?

             เราให้กรมอุทกศาสตร์รันโมเดลว่าหากน้ำมาที่ 4,000 ลบ.ม. ต่อวินาที จะเป็นอย่างไร  ซึ่งกลางเดือนจะอยู่ 2.05 ม. และ 2.20 นิดๆ  ก็คิดว่าปลายเดือน ก็น่าจะอยู่ที่ 2.20 ไม่น่าเกินนี้ นี่หมายถึงปริมาณน้ำเหนือรวมกับน้ำหนุนแล้วนะ ขณะที่กทม. เคยเก็บสถิติเมื่อปี  2538  ที่ระดับน้ำสูงสุด 2.27 ม. วันนั้นน้ำผ่าน 5,500 ลบม.วินาที ฉะนั้นสถานการณ์ยังต่างกันเยอะกับตอนนี้ ผมเอาหัวเป็นประกันได้เลยว่า กทม.น้ำไม่ท่วมร้อยเปอร์เซ็นต์

# จริงมั้ยที่เขาบอกว่าคนต่างจังหวัดรับน้ำแทนคนกรุงเทพฯ ?

             เป็นคำถามที่ดีครับ แต่ไม่เป็นความจริงเลย เพราะแม่น้ำเจ้าพระยาในแต่ละจุดแต่ละช่วงนั้นก็มีความสามารถในการรับน้ำที่ไม่เท่ากันอยู่แล้ว ยกตัวอย่างแม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดชัยนาทสามารถรับน้ำได้ 4,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่เมื่อไหลมาถึง อ.บางบาล จ.อยุธยา แม่น้ำเจ้าพระยาช่วงนั้นรับน้ำได้เพียงแค่ 1,300 ลููกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อน้ำมามาก เแต่ความสามารถในแต่ละช่วงรับได้น้อย ไม่ว่าอย่างไรพื้นที่เหล่านั้นก็ต้องท่วม มันก็ต้องล้นออกด้านข้าง ไม่ว่าจะมี กทม. หรือไม่ก็ตาม