
แปดริ้วดุน้ำพัดบ้านแม่เฒ่าทรุดหวิดดับ
น้ำป่าแปดริ้วดุหนัก หลังพัดบ้านแม่เฒ่าพังถล่มหวิดทับหัวดับ แต่โชคดีเจ้าตัวปลอดภัยขณะหนีเข้าไปขออาศัยเพื่อนบ้านอยู่ เผยน้ำซัดต่อเนื่อง 3 ระลอกก่อนบ้านพังถล่มลงมาโครมใหญ่ ขณะอยู่คนเดียวตามลำพัง หลังบุตรหลานเติบโตได้ทอดทิ้งหนีไปอยู่ในเมืองกรุงจนหมด ทำทรัพย์ส
วันที่ 13 ต.ค.54 เวลา 16.14 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นางดาวรุ่ง ภูอบเชย อายุ 66 ปี ชาวบ้านท่าลาดใต้ อยู่บ้านเลขที่ 67 ม.5 ต.ท่าถ่าน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ว่า บ้านพักของตนเองซึ่งเป็นบ้านพักแบบยกพื้นสูง ปลูกสร้างด้วยไม้สูงประมาณ 3 เมตร ตั้งอยู่ริมคลองท่าลาด ได้เกิดพังถล่มลงมาและจมมิดหายลงไปในน้ำ จนได้รับความเสียหายหมดทั้งหลัง
หลังจากถูกน้ำป่าที่ถูกปล่อยระบายออกมาอย่างหนัก จากอ่างเก็บน้ำสียัด พัดผ่านพื้นที่บ่ากระแทกเข้ากับตัวบ้านอย่างรุนแรง ถึง 3 ระลอก ซึ่งขณะนั้นตนได้ยินเสียงตัวบ้านลั่น และสั่นไหว ขณะอยู่ภายในบ้านถึง 2 ครั้ง จึงหวั่นเกรงว่าบ้านจะพังถล่มลงมา เนื่องจากตัวบ้านเกิดทรุดตัวเอียงลงมาก่อน จึงได้หนีไปขออาศัยอยู่กับเพื่อนบ้าน จากนั้นเพียงไม่นาน น้ำป่าได้พัดโถมเข้ามาอีกระลอกจึงทำให้ตัวบ้านทั้งหลัง พังถล่มลงมา
“โชคดีที่ขณะนั้น ตนได้ไหวตัวทันหนีออกมาอยู่กับเพื่อนบ้านก่อนหน้าแล้ว จึงไม่ได้รับอันตรายใดๆ แต่ทรัพย์สินที่อยู่ภายในบ้านเสียหายจมไปกับน้ำทั้งหมด” นางดาวรุ่ง กล่าว
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้น้ำที่ถูกปล่อยระบายลงมาจากอ่างสียัด ใน อ.ท่าตะเกียบ ลงสู่คลองท่าลาด และน้ำป่าจากฝนตกในพื้นที่ ได้พัดถล่มเข้าสู่ตัวเมืองย่านเศรษฐกิจของ อ.พนมสารคาม แล้ว โดยไหลบ่าเข้าท่วมมาจนถึงถนนสายหลัก (304) ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี เส้นทางเชื่อมต่อไปยังภาคอีสาน โดยเฉพาะที่บริเวณสี่แยกสัญญาณไฟพนมสารคาม โดยมีระดับน้ำสูงประมาณ 20-50 ซม.
รวมถึงในพื้นที่อีกหลายตำบลใน อ.พนมสารคาม คือ ต.เกาะขนุน ต.พนมสารคาม ต.ท่าถ่าน ซึ่งมีทั้งวัด โรงเรียนวัดท่าลาดเหนือ สถานีอนามัย (โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าถ่าน) และบ้านเรือนอยู่อาศัยของชาวบ้านได้รับผลกระทบ



