ข่าว

'เติ้ล'วัดซีเกมส์ชี้อนาคต'อลป.'

'เติ้ล'วัดซีเกมส์ชี้อนาคต'อลป.'

13 ต.ค. 2554

'ฮีโร่โอลิมปิก' มนัส บุญจำนงค์ ใช้ศึกซีเกมส์วัดอนาคตตัวเองก่อนสู้ศึกโอลิมปิก ลอนดอน หากผลงานแย่มีสิทธิ์อนาคตวูบ ด้าน 'โค้ชธง' ปรับสไตล์เสื้อกล้ามไทยเน้นขยันออกหมัดเพื่อให้เข้าระบบการกดแต้มแบบใหม่ของไอบา

          13 ต.ค.54  ความเคลื่อนไหวทีมกำปั้นไทยชุดซีเกมส์ 'เจ้าเติ้ล' มนัส บุญจำนงค์ เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก 2004 และเหรียญเงินโอลิมปิก 2008 ที่กำลังปรับสภาพร่างกายกลับมาล่าเหรียญทองโอลิมปิกอีกสมัยที่กรุงลอนดอนในปีหน้า หวังจะใช้ศึกกำปั้นซีเกมส์ ครั้งที่ 26 ระหว่าง 11-22 พฤศจิกายนนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ตัวเองว่าจะมีสภาพพร้อมจะกลับมาชกในระดับโอลิมปิกหรือไม่ หากสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ก็พร้อมจะไปทำศึกโอลิมปิกรอบคัดเลือกเลก 2 ที่คาซัคสถานในปีหน้า แต่หากผลงานในซีเกมส์ไม่ดีก็จะพิจารณาตัวเองต่อไป

          ขณะที่ “โค้ชธง” พ.ต.ธง ทวีคูณ เฮดโค้ชนักชกทีมชาติไทยสมาคมมวยสากลแห่งประเทศไทย พอใจสภาพความฟิตของมนัสในช่วงนี้เพราะทำน้ำหนักตัวลงมาเหลือ 77.8 กก.ได้แล้ว ซึ่งถือว่าเกินพิกัดที่จะชกในรุ่นมิดเดิลเวท 75 กก. ในซีเกมส์ครั้งนี้ไม่ถึง 3 กก. จึงน่าจะทำน้ำหนักได้อย่างไม่มีปัญหา

          ส่วนที่ศูนย์ฝึกกีฬาในร่ม การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) หัวหมาก “โค้ชธง” รับการรายงานตัวของนักชกทีมชาย-หญิง ทีมชาติไทยเพื่อเก็บตัวฝึกซ้อม หลังการรายงานตัว “โค้ชธง” เผยว่า การเรียกมารายงานตัวครั้งนี้ไม่ใช่เฉพาะชุดซีเกมส์อย่างเดียว แต่เรียกมารายงานตัวรวมทั้งสิ้น 30 คน แยกเป็นนักชกทีมชาติชุดใหญ่ หรือชุดเอ และชุดเล็ก คือชุดบี และชุดซี ที่เป็นนักชกดาวรุ่ง พร้อมที่จะขึ้นทดแทนชุดใหญ่ตลอดเวลา

          และเพื่อให้แต่ละรุ่นมีคู่ซ้อมหรือคู่ลงนวมพัฒนาฝีมือและปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ซึ่งมีการฝึกซ้อมอยู่ตลอด แต่ครั้งนี้เป็นการกลับเข้าฝึกซ้อมเต็มรูปแบบอีกครั้ง หลังจากนักชกชุดใหญ่ไปทำศึกมวยรอบคัดเลือกโอลิมปิก 2012 เลกแรก ที่กรุงบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน 

          นักชกชุดซีเกมส์ที่อินโดนีเซียมีทั้งหมด 10 คน เป็นนักชกชาย 6 รุ่น ได้แก่ รุ่นไลท์ฟลายเวท (49 กก.) แก้ว พงษ์ประยูร, ฟลายเวท (52 กก.) ฉัตรชัย บุตรดี, แบนตัมเวท (56 กก.) วรพจน์ เพชรขุ้ม, ไลท์เวท (60 กก.) สายลม อาดี, เวลเตอร์เวท (69 กก.) อภิเชษฐ์ แสนสิทธิ์ และมิดเดิลเวท (75 กก.) มนัส บุญจำนงค์

          ด้านมวยหญิง 4 รุ่น ได้แก่ เปี่ยมวิไล เล่าเปี่ยม, ทัศมาลี ทองจันทร์, โสภิดา สะทุมรัมย์ และสุดาพร สีสอนดี จะเร่งติวเข้มให้ซ้อมเช้า-เย็น หยุดวันอาทิตย์วันเดียว และมีนักวิทยาศาสตร์กีฬาของ กกท.คอยดูแลด้วย เน้นการปรับสไตล์การชกของนักชกทุกคนให้เข้ากับระบบการให้คะแนนแบบใหม่ของสหพันธ์มวยสากลสมัครเล่นนานาชาติ หรือไอบา

          ที่เปลี่ยนมาให้คะแนนนักชกที่ออกหมัดมาก ขยันออกหมัด โดยปรับการลงนวม การล่อเป้า และการชกกระสอบฝึกให้นักชกได้รัวหมัดมากขึ้น ที่จะต้องเสริมความแข็งแกร่งของร่างกายด้วย เพราะสไตล์การชกแบบนี้ต้องใช้พละกำลังมากกว่าเดิม