ข่าว

 'บิณฑ์'ช่วย'ดอน สอนระเบียบ'น้ำท่วม

'บิณฑ์'ช่วย'ดอน สอนระเบียบ'น้ำท่วม

13 ต.ค. 2554

คันดินวัดกลางเกร็ดต้านไม่ไหวน้ำท่วมวัดแล้ว กทม.เร่งเยียวยาชาวหนองจอก 89 ชุมชน ชาวนครสวรรค์ระทมขาดแคลนน้ำใช้ "บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์" นำทีมงานร่วมกตัญญูช่วยนักร้องดังฉายาแมวเก้าชีวิต "ดอน สอนระเบียบ" ออกจากบ้านพักน้ำท่วม ขึ้นเครื่องบินฝนหลวง เข้ากทม.รักษา

           13ต.ค.2554 ที่วัดกลางเกร็ด หมู่ 1 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา มีการสร้างแนวคันดินกันน้ำและเสริมด้วยกระสอบทรายรับมือสถานการณ์น้ำมา  แต่ปรากฏว่าไม่สามารถต้านทานได้  น้ำจากแม่น้ำเอ่อล้นท่วมพื้นที่วัดแล้ว ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมกุฏิ ศาลาเปรียญ อุโบสถ ได้รับความเสียหาย พระ เณร ในวัดได้รับความเดือดร้อนจากน้ำที่เข้าท่วม ซึ่งทางเทศบาลได้นำกระสอบทรายและหินคลุก มาปิดทางเข้าออกของวัดทั้งสองด้านเพื่อไม่ให้น้ำไหลผ่านเข้ามายังเขตบ้านเรือนชุมชนชั้นใน ทำให้วัดถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร


            นอกจากนี้ร้านค้าเครื่องปั้นดินเผา บ้านเรือนประชาชนที่อยู่ติดริมน้ำถูกน้ำเข้าท่วมในระดับเดียวกับทางวัด ทางเทศบาลต้องตัดสินใจนำกระสอบทรายและดิน มาสร้างแนวกันน้ำตลอดทั้งซอยที่มีน้ำเอ่อล้นเข้ามา


            ในซอยวัดกู้  ที่ประตูระบายน้ำบางพูด หมู่ที่ 4 ระดับน้ำนอกประตูระบายน้ำได้สูงท่วมจนล้นแนวขอบประตูเข้ามาข้างใน เทศบาลต้องระดมติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่ไหลผ่านเข้ามาออกไปตลอดเวลา นอกจากนี้จากการสำรวจพบว่า ปริมาณน้ำที่เอ่อล้นไหลผ่านที่ดินรกร้างเข้ามาหลายจุด ทางเทศบาลจึงต้องระดมสร้างแนวกันน้ำด้วยกระสอบทราย หินคลุกและดิน เป็นระยะทางยาวเกือบทั้งซอย ซึ่งมีความสูงประมาณ 1 เมตร แม้ทางเทศบาลจะพยายามสร้างแนวกันน้ำตลอดพื้นที่ในซอยก็ตาม

 

กทม.เร่งเยียวยาชาวหนองจอก 89 ชุมชน

 

           นายจุมพล สำเภาพล รองปลัดกรุงเทพมหานคร ได้เป็นประธานการประชุมสรุปข้อมูลสถานการณ์อุทกภัยและการดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เขตหนองจอก เนื่องจากขณะนี้มีน้ำเข้ามาในพื้นที่ค่อนข้างมากโดยเฉพาะน้ำที่เข้ามาตามคลองต่าง ๆ ได้เพิ่มระดับสูงขึ้นจนล้นแนวคลอง ทำให้บ้านเรือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ตามแนวริมคลองถูกน้ำท่วม ประกอบกับเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีฝนตกในพื้นที่เขตตะวันออก ทำให้มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น โดยมี คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร นายภิญโญ ปิ่นแก้ว ผู้อำนวยการเขตหนองจอก คณะผู้บริหารสำนักงานเขตหนองจอก ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ชั้น 2 สำนักงานเขตหนองจอก ในวันเดียวกันนี้ รองปลัดกรุงเทพมหานครได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนและเจ้าหน้าที่ ในชุมชนซอลีฮุ้ล มุสลีมีน พร้อมมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัยในชุมชน

           สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เขตหนองจอก ปัจจุบันมีชุมชนที่ได้รับความเดือนร้อนทั้งสิ้น 80 ชุมชน จากชุมชนทั้งหมด 89 ชุมชน และหมู่บ้านเอกชน 2 หมู่บ้าน จากหมู่บ้านเอกชนทั้งหมด 66 หมู่บ้าน แนวคลองที่ได้รับความเดือดร้อน ได้แก่ แนวคลอง 9, คลอง 10, คลอง 11, คลอง 14 และตามบริเวณคลองแยกต่าง ๆ ความเสียหายที่เกิดขึ้น ได้แก่ ถนนได้รับความเสียหายเป็นหลุมเป็นบ่อ เช่น ถนนสังฆประชา ถนนเลียบคลองสิบสาม ถนนเลียบคลองอู่ตะเภา ทั้งนี้สำนักงานเขตได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนในเบื้องต้นแล้ว อาทิ สนับสนุนกระสอบทรายพร้อมทรายจำนวนประมาณ 500,950 กระสอบ สนับสนุนหินคลุก 510 ลูกบาศก์เมตร ทำสะพานไม้ความยาวประมาณ 3,650 เมตร แจกถุงยังชีพจำนวน 1,251 ถุง ให้เงินช่วยเหลือจำนวน 65 หลังคาเรือน ติดตั้งตู้สุขาชั่วคราว(ไฟเบอร์)จำนวน 30 ตู้ ใน 10 ชุมชน ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 12 เครื่อง แจกยาและเวชภัณฑ์ต่างๆ จำนวน 60,331 ราย นอกจากนี้ศูนย์ก่อสร้างและบูรณะถนน 1 ยังได้ดำเนินการซ่อมถนนสังฆประชา บริเวณวัดลำผักชีและ สนับสนุนรถบรรทุกขนทรายจำนวน 5 คัน และได้รับการสนับสนุนถุงดำจากสำนักสิ่งแวดล้อม จำนวน 5,000 ถุง


 นายอำเภอคลองหลวงเสริมคันกันน้ำเพิ่ม


           นายผล ดำธรรม นายอำเภอคลองหลง จ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า แนวป้องกันน้ำท้วมที่เสริมเพิ่มขึ้นอีก 1.50 เมตร ตั้งแต่คลองหนึ่ง-คลองสอง ตลอดแนวเลียบคลองรพีพัฒ หมู่ที่ 16 เพื่อรองรับมวลน้ำขนาดใหญ่จากทางภาคเหนือที่กำลังไหล่บาเข้ามาในพื้นที่ จังหวัดปทุมธานี ตลอดจนน้ำจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่จะไหล่ผ่านประตูระบายน้ำพระอินทร์ราชา เข้ามายังคลองรพีพัฒ เพื่อระบายออกคลองเจ็ดและออกไปยัง อำเภอลำลูกกา เพื่อเข้าสู่คลองสามวา และลงทะเลต่อไป ซึ่งบัดนี้ได้แล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีแนวป้องกันน้ำท้วมนั้นมีฐานกว้าง 3 เมตรสามารถรับแรงดันของมวลน้ำขนาดใหญ่ได้อย่างดี

           "ต้องขอขอบคุณชาวบ้านในอำเภอคลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยเฉพาะชาวบ้านในตำบลคลองสามที่มาช่วยก่อสร้างแนวป้องกันในครั้งนี้จำนวน กว่า 2,000 คนที่ร่วมแรงร่วมใจกันก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท้วมกันตั้งแต่เมื่อคืนนี้(12 ต.ค.54)จนแล้วเสร็จในวันนี้ ทั้งนี้ก็ขอให้ประชาชนในทุกตำบลในอำเภอคลองหลวง จ.ปทุมธานี สบายใจได้ซึ่งสถานการณ์ในตอนนี้ไม่น่าเป็นห่วง"นายผล ระบุ


น้ำป่าแปดริ้วดุหนักหลังพัดบ้านแม่เฒ่าพังถล่ม


           เมื่อเวลา 16.14 น.  ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนางดาวรุ่ง ภูอบเชย อายุ 66 ปี ชาวบ้านท่าลาดใต้ อยู่บ้านเลขที่ 67 ม.5 ต.ท่าถ่าน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ว่า บ้านพักของตนเองซึ่งเป็นบ้านพักแบบยกพื้นสูง ปลูกสร้างด้วยไม้สูงประมาณ 3 เมตร ตั้งอยู่ริมคลองท่าลาด ได้เกิดพังถล่มลงมาและจมมิดหายลงไปในน้ำ จนได้รับความเสียหายหมดทั้งหลัง

           หลังจากถูกน้ำป่าที่ถูกปล่อยระบายออกมาอย่างหนัก จากอ่างเก็บน้ำสียัด พัดผ่านพื้นที่บ่ากระแทกเข้ากับตัวบ้านอย่างรุนแรง ถึง 3 ระลอก ซึ่งขณะนั้นตนได้ยินเสียงตัวบ้านลั่น และสั่นไหว ขณะอยู่ภายในบ้านถึง 2 ครั้ง จึงหวั่นเกรงว่าบ้านจะพังถล่มลงมา เนื่องจากตัวบ้านเกิดทรุดตัวเอียงลงมาก่อน จึงได้หนีไปขออาศัยอยู่กับเพื่อนบ้าน จากนั้นเพียงไม่นาน น้ำป่าได้พัดโถมเข้ามาอีกระลอกจึงทำให้ตัวบ้านทั้งหลัง พังถล่มลงมา

           "โชคดีที่ขณะนั้นไหวตัวทันหนีออกมาอยู่กับเพื่อนบ้านก่อนหน้าแล้ว จึงไม่ได้รับอันตรายใดๆ แต่ทรัพย์สินที่อยู่ภายในบ้านเสียหายจมไปกับน้ำทั้งหมด" นางดาวรุ่ง กล่าว

           ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้น้ำที่ถูกปล่อยระบายลงมาจากอ่างสียัด ใน อ.ท่าตะเกียบ ลงสู่คลองท่าลาด และน้ำป่าจากฝนตกในพื้นที่ ได้พัดถล่มเข้าสู่ตัวเมืองย่านเศรษฐกิจของ อ.พนมสารคาม แล้ว โดยไหลบ่าเข้าท่วมมาจนถึงถนนสายหลัก (304) ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี เส้นทางเชื่อมต่อไปยังภาคอีสาน โดยเฉพาะที่บริเวณสี่แยกสัญญาณไฟพนมสารคาม โดยมีระดับน้ำสูงประมาณ 20-50 ซม.

           รวมถึงในพื้นที่อีกหลายตำบลใน อ.พนมสารคาม คือ ต.เกาะขนุน ต.พนมสารคาม ต.ท่าถ่าน ซึ่งมีทั้งวัด โรงเรียนวัดท่าลาดเหนือ สถานีอนามัย (โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าถ่าน) และบ้านเรือนอยู่อาศัยของชาวบ้านได้รับผลกระทบ


ชาวนครสวรรค์ระทมขาดแคลนน้ำใช้

 
           สถานการณ์น้ำท่วมที่จ.นครสวรรค์  จนถึงขณะนี้ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าคือการไม่มีน้ำประปาใช้ติดต่อกันมาเป็นวันที่ 3 กระทบต่อประชาชน และผู้ที่อยู่ในศูนย์อพยพของทางการที่ที่มีผู้เดินทางเข้ามาขอพักอาศัยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทางศูนย์ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการหาน้ำให้ดื่ม แต่น้ำอาบ หรือระล้าง ยังไม่เพียงพอ ด้านการเดินทางของประชาชนที่จะเดินทางเข้ากรุงเทพ รถตู้รับจ้างย้ายจุดมาให้บริการที่หน้าโรงเรียนเทคโนโลยีภาคเหนือ ส่วนในตัวเมือง ประชาชนยังใช้การเดินทางด้วยเรือรับจ้าง เดินทางด้วยเท้า และเดินทางด้วยรถบริการของทหารจาก ช.พัน 4, ป.พัน 4, ร.4 พัน 2 และ บชร.3 พร้อมทั้งขนย้ายสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวที่พอจะหยิบติดมือมาได้ น้ำยังไหลข้ามถนนพหลโยธินจากฝั่งตลาดไปฝั่งศูนย์ราชการเร็วแรง

           พล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพภาคที่ 3   ได้สั่งการให้ทหารจาก ช.พัน 4, ป.พัน 4, ร.4 พัน 2 และบชร.3 นำรถมาให้บริการประชาชนที่จะเดินทางบริเวณถนนมาตุลี ถนนอรรถกวีเพื่อเข้า-ออกบ้านเรือน ร้านค้าในตลาดปากน้ำโพ และที่พหลโยธินช่วงศูนย์ท่ารถที่จะไปสี่แยกเดชาติวงศ์ และข้ามสะพานเดชาติวงศ์ไปยังฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งคอสะพานทรุด ต้องปิดสะพานเดชาติวงศ์ และทางทหารนำเรือมาช่วยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลปากน้ำโพขนอาหาร และเวชภัณฑ์ที่จำเป็นเข้าไปใช้ที่โรงพยาบาลเพื่อการดูแลรักษาผู้ป่วย

           ในส่วนของการดำเนินการทำแนวกั้นน้ำบนถนนพหลโยธิน ทหารได้นำเครื่องยนต์ รถแบคโฮ รถบรรทุกขนหินก้อนใหญ่มาเทใส่ตะแกรงเหล็กด้านนอก แล้วเทหินคลุก หินลูกรังด้านใน เพื่อให้หินก้อนใหญ่รับแรงน้ำด้านนอก โดยทำจากใต้เชิงสะพานเดชาติวงศ์ มาตามถนนพหลโยธินขาล่อง ผ่านสี่แยกเดชาติวงศ์ ไปถึงสามแยกอุทยาน และผ่านไปจนถึงปั๊มน้ำมันเอสโซ่หน้าศูนย์ท่ารถ

           ด้านปัญหาอื่นของศูนย์อพยพ ปรากฎว่าประชาชนจำนวนมากที่เข้าพักตามศูนย์ต่างๆขาดแคลนอาหาร เนื่องจากทางจังหวัดและผู้เกี่ยวข้องรับปากว่าจะจัดตั้งครัวทำอาหารเลี้ยงผู้อพยพ แต่ไม่มีศูนย์อพยพใดที่มีครัวของจังหวัดเลี้ยงประชาชน มีแต่อาหาร-น้ำ-ยา ที่มีผู้บริจาคนำมามอบให้  บางครั้งอาหารก็บูดเสีย

           ขณเดียวกันได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่โรงงานลูกชิ้นแม่ศจี เลขที่ ง 39/83 ถนนดาวดึงส์ ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำท่วม นายเกษม วราหะไพฑูรย์ เจ้าของบ้านแจ้งว่า เพลิงไหม้บ้านพักชั้นที่ 2 ซึ่งเป็นชั้นที่เก็บของย้ายหนีน้ำขึ้นมา ถูกเพลิงไหม้สิ่งของที่ขนย้ายมาทั้งหมด สาเหตุเกิดจากกระแสไฟฟ้าดับ ตนเองต้องจุดเทียน และเทียนล้มไฟลุกไหม้ไปติดสิ่งของ

 

 'บิณฑ์'ช่วย'ดอน สอนระเบียบ'จากน้ำท่วม

 

           เมื่อเวลา 14.00 น.  นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ พร้อมทีมงานร่วมกตัญญู นำเรือเข้าไปรับอดีตนักร้องดัง ฉายาแมวเก้าชีวิต ดอน สอนระเบียบ ออกจากบ้านพักในซอยสวรรค์วิถี 7 ต.นครสวรรค์ตก ที่ถูกน้ำไหลล้นออกจากตลาดปากน้ำโพเข้าท่วม เนื่องจากดอนป่วย มีอาการอัมพาต และนำไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลค่ายจิระประวัติ หลังจากนั้นนำตัวดอนขึ้นเครื่องบินของหน่วยฝนหลวงเข้าไปรับการรักษาตัวต่อที่กรุงเทพฯ

 

ทูตลาวมอบเงินช่วยน้ำท่วม1.5ล้านบาท

 
           นายเจษฎา กตเวทิน รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า นายอ้วน พมมะจัก เอกอัครราชทูต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อแสดงความห่วงใยและเสียใจต่อเหตุอุทกภัยครั้งรุนแรงของไทย พร้อมมอบเงินบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 1,500,000 บาท

           นายเจษฎา กล่าวว่า นายสุรพงษ์ ได้แสดงความขอบคุณในนามของรัฐบาลและประชาชนชาวไทย ความช่วยเหลือดังกล่าวเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงไมตรีของประเทศเพื่อนบ้านซึ่งมีความสนิทสนมใกล้ชิดกัน


ยูเอ็นให้ความช่วยเหลือไทยจัดการพิบัติภัยน้ำท่วม


           นายเจษฎา กตเวทิน รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในวันที่ (13 ต.ค.) เวลา 16.00 น. นางอาชา-โรส มิกิโร รองเลขาธิการสหประชาชาติ พร้อมคณะ ได้เดินทางเข้าพบนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อแสดงความเสียใจเกี่ยวกับเหตุอุทกภัยในไทย และได้แสดงเจตจำนงในการให้ความร่วมมือกับไทยในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยได้แสดงความพร้อมในการสนับสนุนความช่วยเหลือด้านข้อมูลและเรื่องเทคนิคในการบริหารจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติ เนื่องจากมีโครงการการศึกษาในเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว

           นายสุรพงษ์ได้ให้สำคัญกับเรื่องอุทกภัยเป็นพิเศษ เนื่องจากเกิดขึ้นในภูมิภาค ไม่ได้เกิดแต่ในไทย ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นแหล่งผลิตอาหารของโลก ทำให้กระทบต่อความมั่งคงทางด้านอาหาร ทางยูเอ็นจึงจำเป็นต้องจับตาดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยจะต้องร่วมมือกันในระดับโลก เพื่อพูดคุยหาทางแก้ไขกันในระยะยาวต่อไป

           นอกจากนี้ ยังได้หารือกันถึงการพัฒนาการทางการเมืองในพม่า โดยนางมิกิโร เห็นด้วยกับพัฒนาการที่ดีขึ้นของประชาธิปไตยในพม่า ซึ่งรัฐบาลพม่าได้มีความมุ่งมั่นที่จะปฏิรูปการเมืองสู่ระบอบประชาธิปไตย ดังตัวอย่างในเรื่องการปล่อยตัวนักโทษการเมือง ราว 6,000 คน โดยนายสุรพงษ์ ได้ฝากให้ยูเอ็นได้ไปหารือกับสหภาพยุโรปหรืออียู เพื่อขอให้ยกเลิกการห้ามเดินทางเข้าประเทศของบรรดารัฐมนตรีพม่าหลายคน เพื่อให้สามารถเดินทางไปชี้แจงต่อประชาคมโลกเกี่ยวกับการปฏิรูปการเมืองของพม่าได้ โดยนายสุรพงษ์ ได้เน้นย้ำว่า ไทยพร้อมสนับสนุนพม่าในการเป็นประธานอาเซียนในปี 2557 พร้อมแสดงความยินดีที่นายบัน คีมุน เลขาธิการสหประชาชาติ จะเดินทางมาร่วมประชุมอาเซียน-ยูเอ็น ที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ในเดือนพ.ย.นี้ โดยมีกำหนดจะมาไทยก่อนเป็นเวลา 5 ช.ม.


เสมา 3 จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชน


           นายพิทยา ไชยมงคล ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต4 กล่าวว่า เป็นนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการโดย ท่าน สุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่มุ่งมาที่จังหวัดปทุมธานีโดยให้โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาที่อยู่ในการดูแล ของสำนักงานเขตพื้นที่ศึกษามัธยมศึกษาเขตที่ 4 ปทุมธานี-สระบุรี ที่อยู่ในการดูแลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา แก้ไขช่วยเหลือปัญหาที่เกิดขึ้นให้กับพี่น้องประชาชนในจังหวัดปทุมธานี เราได้รับความมืออย่างดีจากโรงเรียนมัธยมศึกษา 21 โรงเรียน โดยมีนายอนุสรณ์ มาสกรานต์ ผอ.โรงเรียนธัญรัตน์ และ นส.สุภาวดี วงษ์สกุล ผอ.โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยรังสิต นาย สุรชัย ภิญโญชีพ ผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนมัธยมต่างๆได้จัดเตรียมที่พักฉุกเฉินไว้ประมาณกว่า 5000 คน เพื่อรองรับหากมีประชาชนไม่มีที่อยู่อาศัยก็สามารถเข้ามาพักได้ทันที พร้อมมีอาหารดูแลตลอด 3 มื้อ ซึ่งขณะนี้โรงเรียนทั้ง 21​โรงเรียนในเขตความรับผิดชอบได้จัดเตรียมที่พักไว้เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งเครื่องนุ่งห่ม อาหารและยารักษาโรค

           นายไชยศิริ สมสกุล ผอ.ศูนย์ฝึกอบรมวิศวกรรมเกษตร กล่าวว่า ศูนย์ฝึกอบรมวิศวกรรมการเกษตรได้รับมอบหมายจากกระทรวงศึกษาธิการให้เป็นที่ ตั้งศูนย์ปฎิบัติการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมของกระทรวง ศึกษาธิการ เป็นการทำงานแบบบูรณาการ รวมทุกหน่วยการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการให้ทำงานร่วมกัน โดยมีเครื่องมือที่จะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีเช่นเรือท้องแบน รถยนต์ขนาดใหญ่ สามารถเข้าไปช่วยเหลือประชาชน เมื่อเกิดภัยพิบัติสามารถเข้าไปช่วยเหลือนำอาหารไปส่งให้ประชาชนได้ เรายังมีนักเรียนอาชีวะศึกษาเตรียมพร้อมออกช่วยเหลือประชาชนเช่น การย้ายปลั๊กไฟ และการซ่อมรถยนต์เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีครัวอาชีวะที่ทำอาหารแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนได้รับ ประทานกันแบบร้อนๆ อีกทั้งยังมีการเตรียมเรือกว่าร้อยลำรวมทั้งห้องส้วมลอยน้ำร้อยกว่าที่ เพื่อเตรียมแจกให้กับประชาชนในพื้นที่อีก  ซึ่งประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลและขอความช่วยเหลือได้ที่เบอร์ 02-567-1224  02-567-1225  02-567-0784 ได้ตลอด 24 ชม.

           น.ส.สุภาวดี วงษ์สกุล ผอ.โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งทางโรงเรียนก็ได้เตรียมพื้นที่เพื่อรอรับช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อน โดยที่โรงเรียนสวนกุหลาบรังสิต ตั้งอยู่ที่ ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ในเบื้องต้น ได้จัดที่ไว้รองรับไว้ 200 คน และสามารถเพิ่มได้อีกหากประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงสามารถมาใช้บริการได้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป