
น้ำท่วมพ่นพิษสูญ5แสนล.
'พท.' เผย ไทยจมน้ำ สูญ 5 แสนล้าน จ่อทุ่ม 4 แสนล้านพัฒนา 25 ลุ่มน้ำทำแก้มลิง บริหารน้ำหมื่นล้านลูกบาศก์เมตร ต้นตอน้ำท่วม ด้าน เลขานายกฯ รับหมดเงินคลังช่วยน้ำท่วมแล้ว 2 พันกว่าล้าน
นายสุชาติ ธาดาดำรงเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า จากการประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจ พบว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพี หายไป 100,000 ล้านบาท และความเสียหายของทรัพย์สินที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน และบ้านเรือนประชาชนเสียหาย 500,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังซ้ำเติมด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจโลกชะลอตัวในปี 2555 ซึ่งรัฐบาลเตรียมจะมีแผนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเบื้องต้น จะจ้างงานผู้ที่เข้ามาเป็นอาสาสมัครช่วยอุทกภัย ในอัตราค่าจ้างที่สูง เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ และจะเน้นการตัดงบประมาณประชาสัมพันธ์และการเดินทางไปดูงานหรือเที่ยวของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เป็นโครงการฟุ่มเฟือย เพื่อนำเงินดังกล่าวมาฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ
ทั้งนี้ ด้านความเสียหายของภาคเอกชนที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ และนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค เบื้องต้นทางรัฐบาลจะช่วยเหลือเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ เพราะส่วนใหญ่ภาคเอกชนทำประกันภัยพิบัติไว้อยู่แล้ว
นายสุชาติ กล่าวอีกว่า ในการฟื้นฟูเยียวยาความเดือดร้อนของประชาชนนั้น เดิมทีหากบ้านเรือนเสียหายทั้งหลังจะต้องได้รับเงินชดเชย 30,000 บาท ต่อหลังคาเรือน แต่อาจจะเพิ่มเงินชดเชยเป็น 50,000 บาท หรือไม่อย่างไรต้องหารืออีกครั้ง
นอกจากนี้ ทางรัฐบาลได้กู้เพิ่ม 100,000 ล้านบาท เบื้องต้นจะมาดำเนินโครงการ SML และกองทุนหมู่บ้าน เนื่องจากโครงการดังกล่าว กระจายเม็ดเงินและกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับโครงการแก้ไขปัญหาภัยพิบัตินั้นเห็นว่า ควรจะเน้นการบริหารจัดการเพื่อลดปริมาณน้ำส่วนเกินจากธรรมชาติ ที่ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 10,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ด้วยการทำโครงการเมกะโปรเจ็กต์ บริหารจัดการ 25 ลุ่มน้ำ มูลค่า 400,000 ล้านบาท และแก้มลิงธรรมชาติด้วยการขุดลอกอ่างเก็บน้ำเชื่อมแม่น้ำต่าง ๆ ให้น้ำไหลสะดวกได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลจะเดินหน้าในอนาคต
ด้านแหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการตั้งงบประมาณปี 2555 ที่ส่งผลกระทบด้านการท่องเที่ยวและการส่งออก รัฐบาลมีแผนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เบื้องต้นตั้งงบประมาณฟื้นฟู 80,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบที่หักมา 10 เปอร์เซ็นต์ จากงบประมาณแต่ละโครงการที่เห็นว่า ไม่มีความจำเป็น เพื่อนำมาฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โรงเรียน วัด บ้านเรือน และหน่วยงานราชการ
ทั้งนี้ ยืนยันว่า นโยบายที่ประกาศหาเสียงไว้ จะไม่ยกเลิกหรือชะลอไว้แม้แต่โครงการเดียว เพื่อจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ให้เห็นว่า รัฐบาลต้องการนำมาตรการดังกล่าวมากระตุ้นเศรษฐกิจ และเตรียมจะลงทุนโครงการเมกะโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่หลายโครงการ รวมถึงโครงการที่จะแก้ไขปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว
ขณะที่ นายบัณฑูร สุภัควณิช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาสถานการณ์อุทกภัยตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.-10 ต.ค. ได้ใช้งบประมาณเงินสำรองฉุกเฉินไปแล้วทั้งสิ้น 2,634 ล้านบาท และยังกันเงินสำรองอีก 2,000 ล้านบาท เพื่อใช้ดำเนินการ ที่เชื่อมั่นว่า จะคลี่คลายสถานการณ์ได้ไปจนถึงสิ้นเดือนตุลาคมนี้
ทั้งนี้ โดยหลักการในการเบิกจ่ายงบประมาณ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานงบประมาณ กรมบัญชีกลาง หรือหน่วยงานต้นสังกัด สามารถบูรณาการการเบิกจ่ายภายในศูนย์ศปภ.ที่สามารถอนุมัติได้อย่างรวดเร็ว และยืนยันว่า ไม่มีปัญหาการเบิกจ่ายรั่วไหล
อย่างไรก็ตาม การเบิกจ่ายงบประมาณมีอยู่ 2 ส่วน คือ 1.งบประจำของหน่วยงานนั้น ๆ เช่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กรมชลประทาน หรือแม้แต่กองทัพ ที่มีงบประจำอยู่เดิม แต่หากไม่เพียงพอ สามารถขออนุมัติจากศปภ.ที่มีพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผู้อำนวยการศปภ.ที่มีอำนาจเบิกจ่ายได้



