ข่าว

กล้าข้าวเพื่อชาวนาน้ำใจกลางภัยน้ำท่วม

กล้าข้าวเพื่อชาวนาน้ำใจกลางภัยน้ำท่วม

14 ต.ค. 2554

กล้าข้าวเพื่อชาวนาน้ำใจ กลางภัยน้ำท่วม

          ถึงแม้ว่าวิกฤตการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ของไทยที่กินพื้นที่ความเสียหายให้แก่ท้องทุ่งท้องนาของชาวนาไทยกว่าค่อนประเทศ แต่ยังมีต้นกล้าอีกต้นหนึ่งที่หยั่งรากลึกบนผืนแผ่นดินไทยมานานและจะยังคงยืนหยัดอยู่ตลอดไปนั่นคือ "ต้นกล้าแห่งน้ำใจ” ที่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด และ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น ร่วมมือจัดโครงการ “รวมใจต้นกล้าเพื่อชาวนา” เตรียมกล้าข้าวฟื้นฟูชาวนา พร้อมชวนเซเลบริตี้ร่วมถือกล่องรับบริจาค ส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวไทยผู้ประสบภัยน้ำท่วมทั่วประเทศ

          นริศ เชยกลิ่น รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงิน บัญชี และสายงานบริหารสินทรัพย์ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทุกหน่วยงานเห็นความสำคัญของชาวนาและเกษตรกรผู้ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของชาติที่กำลังเผชิญกับอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดอยู่ในขณะนี้ เราตระหนักดีว่าหลังน้ำลดแล้วจะต้องมีอาชีพ ชาวนาต้องมีข้าวปลูกทันทีหลังน้ำลด ซึ่งต้นกล้าสำหรับทำนาหนึ่งไร่มีต้นทุน 3,000 บาท เราไม่อยากให้ละทิ้งทุ่งนาและต้นข้าว จึงร่วมมือกันเปิดรับบริจาคเงินจากประชาชนชาวไทยเพื่อจัดซื้อต้นกล้าให้กับชาวนาไทยในโครงการ “รวมใจต้นกล้าเพื่อชาวนา”

          ศ.กิตติคุณ นพ.ดำรง เหรียญประยูร รองประธานมูลนิธิอาสา เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย กล่าวว่า สำหรับโครงการนี้ ได้มีการนำภูมิปัญญามาสนับสนุนในการฟื้นฟูผู้ประสบภัย สำหรับผู้มีอาชีพทำนา โดยเราจะมอบต้นกล้าข่าวที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและไม่มีสารเคมีไปช่วยชาวนา เพื่อพร้อมปลูกทันที เมื่อระดับน้ำลดลง พร้อมทั้งอบรมขั้นตอนการปลูกต้นกล้าข้าว ตลอดจนให้ยืมอุปกรณ์สำหรับพร้อมทำนาได้ทันที และส่งเสริมให้ชุมชนที่เสี่ยงกับการเกิดอุทุกภัยบ่อย เพื่อที่จะทำให้ชาวนามีรายได้ที่ดีขึ้นหลังจากนี้

          "แพร" ณัฐนิช โชติสรยุทธ์ ยอมรับว่าดูจากข่าวแล้วก็รู้สึกหดหู่มาก โดยเฉพาะเมื่อชาวนาที่ให้สัมภาษณ์ว่าหมดสิ้นทุกอย่างแล้ว ทั้งอาชีพ ที่นา จึงมีความรู้สึกว่าต้นกล้าเพียงต้นเดียวก็สามารถช่วยให้ชาวนาเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ ก็จะเป็นเรื่องที่น่ายินดี เหมือนที่ในโครงการต้นกล้าข้าวเพื่อชาวนากำลังทำอยู่ และอยากเป็นกำลังใจให้สู้กันต่อไปอย่าเพิ่งท้อ ชาวกรุงเทพจะคอยสนับสนุนในเรื่องที่ขาดแคลนเอง

          ด้าน "ติ๊ก" อภิภาวดี เครือโสภณ เล่าว่าเคยพาลูกไปลงเรือช่วยผู้ประสบภัยกับทางมูลนิธิร่วมกตัญญูมาแล้ว เพราะเพื่อปลูกฝังการรู้จักช่วยเหลือและคิดถึงคนในสังคมไปในตัว  เช่นตอนนี้ต้นกล้าข้าวเหล่านี้เป็นกำลังใจและเป็นความหวังว่าอย่างน้อยเรามีต้นกล้าใหม่ที่จะนำไปเริ่มต้นชีวิตใหม่แล้ว ขณะเดียวกันตัวเองก็เชื่อว่าคนไทยไม่ทิ้งกันอยู่แล้ว เพราะเห็นได้จากโครงการที่หลายฝ่ายจัดขึ้นก็น่าจะช่วยเหลือและบรรเทาผู้ที่เดือดให้กลับมามาชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง

          และถึงแม้ยังไม่มีโอกาสลงพื้นที่แต่สำหรับ  ชนัญชิตา เจริญศิริ เธอเชื่อมั่นว่า การเตรียมต้นกล้าข้าวของโครงการ “รวมใจต้นกล้าข้าวเพื่อชาวนา” จะมีประโยชน์กับชาวนาได้มาก เพราะเป็นสิ่งที่เขาจะได้ใช้ในการดำรงชีวิตและจำเป็นต่อการสร้างอาชีพให้เขาจริงๆ หลังน้ำลด เป็นการลดภาระหลังน้ำลดให้กับชาวนาด้วย แม้ว่าที่กรุงเทพยังไม่ท่วมแต่พวกเราก็เป็นห่วงและทุกผ่ายก็พยายามช่วยเหลือในด้านต่างๆ กันอย่างเต็มที่ที่สุด เพราะคนไทยไม่ท้องกันอยู่แล้ว

          สำหรับผู้ที่ประสงค์จะบริจาคเงินร่วมในโครงการ “รวมใจต้นกล้าเพื่อชาวนา” สามารถบริจาคได้ที่นิทรรศการ “รวมใจต้นกล้าข้าวเพื่อชาวนา” ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาทุกสาขา และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยาบีช ตั้งแต่ 20 ตุลาคม - 30 พฤศจิกายน 2554