ทหารวางกำลังทุกจุดสกัดน้ำทะลักกรุง
ยุทธศักดิ์มั่นใจกรุงเทพปลอดภัยไม่ท่วม เผยทหารวางกำลังทุกจุดสกัดน้ำทะลักเข้ากรุงฯ ระดมทหารทั้งกองพล ขุดลอก ขยาย 4 คลอง ให้เสร็จใน 5 วัน เพื่อเร่งระบายน้ำ ด้าน ทร.มอบแพพักอาศัยช่วยน้ำท่วม ตั้งศูนย์บรรเทาฯศาลากลางอยุธยา กองทัพภาค2ระดมสรรพกำลังพร้อมช่วย
13ต.ค.2554 พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการทำงานของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกระทรวงกลาโหมในการร่วมแก้ไขปัญหาน้ำท่วมว่า เมื่อศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ได้ส่งคำร้องขอความช่วยเหลือมาที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกลาโหม ซึ่งมีศูนย์บรรเทาสาธารณภัยเหล่าทัพทำงานร่วมกัน ก็จะส่งกำลังพล และ ยุทโธปกรณ์ไปให้การสนับสนุน ศปภ.ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการอพยพ เคลื่อนย้าย การจัดอาหารไปให้ประชาชน โดยเฉพาะจังหวัดที่เกิดวิกฤติ เช่น อยุธยา ปทุมธานี ชัยนาท และ นครสวรรค์ ทุกแห่งใช้กำลังทหารอย่างเต็มความสามารถ มีพล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 และพล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว กองทัพภาคที่ 3 ลงไปในพื้นที่เอง โดยประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัด 24 ชั่วโมง ขณะนี้ เรามีความพร้อมในการสนับสนุนให้กับรัฐบาลอย่างเต็มที่
ในส่วนทางเหล่าทัพมีการจัดตัวแทนของกองทัพไปประจำที่ ศปภ. ตั้งแต่เริ่มต้น โดยกระทรวงกลาโหมได้ส่ง พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กระทรวงกลาโหมไป นอกจากนั้น เหล่าทัพและกองบัญชาการกองทัพไทย ได้ส่งระดับ รองเสนาธิการทหาร แล รองเสนาธิการเหล่าทัพ เพื่อรับคำสั่งจาก ศปภ.และดำเนินการได้ทันท่วงที โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ก็ลงไปดูแลด้วยตัวเอง เพราะการช่วยเหลือประชาชน เราใช้กำลังของกองทัพบกมาก
ส่วนการเตรียมรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครซึ่งเป็นพื้นที่ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจนั้นกองทัพได้วางกำลังทุกจุดเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้ากรุงเทพมหานคร โดยดันน้ำไปทางตะวันออก และ ตะวันตก โดยฝั่งตะวันออกได้ป้องกันไม่ให้น้ำล้นเข้ามา บริเวณรังสิต และ เมืองเอก พร้อมดันน้ำไปทางตะวันออกให้มากที่สุด พร้อมให้กรมการทหารช่าง และ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ขุดลอกคลอง 5 คลอง ส่วนทิศตะวันตกอีก 5 คลอง โดยดันน้ำออกทางทะเล ผ่านแม่น้ำแม่กลอง บางปะกง ด้วย ขณะนี้ได้ดำเนินการทุกทางเพื่อผลักดันน้ำให้มากที่สุด ป้องกันไม่ให้ทะลักเข้าพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพ ถ้าสถานการณ์ยังเป็นอย่างนี้ ฝนไม่ตกและยังรับน้ำได้ในระดับนี้ ยืนยันว่า มีโอกาสน้อยที่น้ำจะท่วมกรุงเทพฯแต่หากสถานการณ์ของน้ำเปลี่ยนแปลงไปซึ่งต้องดูมวลน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งขณะนี้ผ่านจังหวัดนครสวรรค์ เข้ามาจังหวัดชัยนาทแล้ว ซึ่งจะมีผลต่ออยุธยา และ ปทุมธานีบ้าง แต่หากทุกอย่างปกติ และเพิ่มขึ้นนิดหน่อย ยืนยันว่ากรุงเทพปลอดภัย
วันเดียวกัน พล.ร.ท.ทวีวุฒิ พงศ์พิพัฒน์ รองเสนาธิการทหารเรือ เป็นประธานมอบแพพักอาศัย (Pantoon) ให้กับ พล.ท.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รองเสนาธิการทหารบก เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย ตามพื้นที่ต่าง ๆ ณ กองโรงงาน อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร โดยพล.ร.ท.ทวีวุฒิ กล่าวว่ากองทัพเรือ มีความวิตกกังวล และมิได้นิ่งนอนใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับประชาชน จึงได้มอบหมายให้ กรมอู่ทหารเรือ จัดสร้างแพพักอาศัย ขนาด 3 X 6 เมตร จำนวน 20 ชุด เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย ในครั้งนี้ สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ โดย กองทัพเรือ จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว ตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยฯ ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเป็นศูนย์กลางในการกระจายความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ด้วยความรวดเร็ว และทันเวลา
ระดมทหารทั้งกองพลขุดลอกขยาย4คลองให้เสร็จใน 5 วัน
พล.อ.ยุทธศักดิ์ เปิดเผยด้วยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ทหารรับผิดชอบในการขุดลอก ขยายคูคลอง ทั้งหมด 4 คลอง ประกอบด้วย คลองงิ้วลาย คลองทรงคะนอง คลองท่าข้าม และคลองสุนัขหอน เพื่อเร่งระบายน้ำกรุงเทพฯฝั่งตะวันตกลงสู่ทะเลได้สะดวกและรวดเร็ว อย่างไรก็ตามทางกองทัพได้ให้กรมการทหารช่างดำเนินการ และหน่วยทหารพัฒนารับผิดชอบ โดยทางกองทัพจะใช้กำลังทหารทั้งกองพล จากราชบุรี เพื่อให้การดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 5 วันตามที่นายกรัฐมนตรีสั่งการ
กองทัพภาค2ระดมสรรพกำลังพร้อมช่วยผู้ประสบภัย
ที่ลานอเนกประสงค์หน้าสโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา ทหารกว่า 1,000 นาย ร่วมฝึกซักซ้อมแผนปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัย เพื่อรอรับคำสั่งให้ออกปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยในแต่ละพื้นที่ทันทีที่ได้รับมอบหมาย การฝึกซักซ้อมแผนการออกให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทางกองทัพภาคที่ 2 ได้เน้นให้กำลังพลทหารทุกนายเตรียมพร้อมกำลังพลแต่ละหน้าที่ ทั้งหน่วยแพทย์ภาคสนาม หน่วยอพยพลำเลียงผู้ประสบอุทกภัย หน่วยให้บริการความช่วยเหลือทั่วไป โดยแบ่งออกเป็นชุด เพื่อสะดวกต่อการออกปฏิบัติหน้าที่ พร้อมกันนี้ยังได้สั่งการให้เตรียมอุปกรณ์การให้ความช่วยเหลือ ทั้งในส่วนของรถบรรทุกสูง เรือท้องแบน เสื้อชูชีพ ให้พร้อม และสามารถออกปฏิบัติหน้าที่ได้ทันทีที่รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา
ขณะนี้ทางกองทัพภาคที่ 2 มีกำลังพลทหารเตรียมพร้อมประจำอยู่ในที่ตั้งเพื่อเตรียมออกให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยกว่า 1,000 นาย จากที่ก่อนหน้านี้ได้มีการส่งกำลังพลส่วนหนึ่งออกไปให้ความช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคอีสาน และภาคกลางแล้วกว่า 2,000 นาย



