
ผู้ว่าฯกทม.ห่วง2จุดนอกแนวคันกั้นน้ำ
ผู้ว่าฯกทม.มอบ 4 รองปลัดแบ่งโซนดูพื้นที่ ย้ำกทม.น้ำไม่ท่วม เพราะบริหารจัดการน้ำ-ระบบป้องกันที่ดี ชม ขรก.กทม. ทำงานทุ่มเทยอมรับ กทม. มีจุดอ่อนในระบบการป้องกันน้ำท่วม 2 จุด ที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ 27 ชุมชน 1,200 ครัวเรือนเชิญชวนปชช.อัพเดตข้อมูลผ่
13ต.ค.2554 ที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกทม. ชั้น 6 ศาลาว่าการกทม. 2 (ดินแดง) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยแกนนำพรรคอาทิ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรค นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรค และส.ส.กทม.ของพรรค ได้เดินทางมารับฟังบรรยายสรุป จากม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ นางทยา ทีปสุวรรณ พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าฯกทม. นายสัญญาชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ (ผอ.สนน.) เข้าร่วมประชุมติดตามสถานการณ์น้ำ
โดยผู้ว่ากทม.ได้รายงานถึงแนวทางการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่กทม.ว่า กทม.มีระบบการบริหารน้ำและระบบป้องกันที่ดี ซึ่งปัจจัยแรกที่ทำให้กทม.ไม่เกิดภาวะน้ำท่วมเนื่องได้พัฒนาระบบและแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่อง มีระบบที่สมบูรณ์ ประกอบด้วย การสร้างแนวคันกั้นน้ำ ตามแนวพระราชดำริ ในด้านตะวันออก การสร้างแนวคันกั้นน้ำ 77 กิโลเมตร ที่จะสร้างเพิ่มเติมอีก 7 กิโลเมตร ตลอดทั้ง 2 ฝั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีระบบสูบน้ำ บ่อสูบน้ำ และอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ ที่เป็นเครื่องมือของระบบระบายน้ำ ซึ่งสามารถระบายน้ำได้ 1,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และที่ผ่านมาได้ขุดลอกคลองต่าง ๆ มาโดยตลอด ตั้งแต่ฤดูแล้ง-ฤดูฝน จึงมั่นใจว่า ยังรับมือสถานการณ์น้ำได้
“ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกทม.คือหัวใจและมันสมองที่มีอยู่ ปัจจัยที่สอง สำนักการระบายน้ำ(สนน.)มีระบบการบริหารจัดการที่ดี โดยขุดลอก คู คลอง ทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง ปัจจัยที่สาม การทำงานอย่างทุ่มเทและเสียสละของข้าราชการกทม.โดยเฉพาะข้าราชการของสนน.”ผู้ว่ากทม. กล่าว
อย่างไรก็ตามกทม.ยังมีจุดอ่อนในระบบการป้องกันน้ำท่วม 2 จุด คือจุดอ่อนที่แก้ไขได้ เช่น เรื่องชุมชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ จำนวน 27 ชุมชน 1,200 ครัวเรือน ซึ่งกทม.ได้พยายามชักจูงและโน้มน้าวประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 2555 ส่วนจุดอ่อนที่แก้ไขไม่ได้ คือ พื้นที่ใน 4 เขตปกครอง ได้แก่ ลาดกระบัง หนองจอก มีนบุรี คลองสามวา ซึ่งเป็นที่ลุ่มต่ำ ไม่สามารถระบายน้ำได้ง่าย กทม.ต้องการให้รัฐบาลหาวิธีการระบายน้ำในเขตดังกล่าวด้วย
ผู้ว่าฯกทม.กล่าวว่า ที่ประชุมยังมีการหารือถึงการประชาสัมพันธ์ ข้อมูลข่าวสารและการติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยกทม. จะเผยแพร่ข้อมูลผ่านเว็บไซต์ www.bangkok.go.th ซึ่งข้อมูลสถานการณ์น้ำจะมีการอัพเดทอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะทำให้ประชาชนรับทราบข้อมูลอย่างถูกต้อง ขณะที่สายด่วน 1555 ของกทม.นั้น จะมีเจ้าหน้าที่ของสนน. คอยตอบข้อซักถามในข้อมูลเชิงลึก รวมทั้งกทม.ได้เตรียมแผนอพยพไว้เรียบร้อยแล้ว
ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ กล่าวว่า กรมชลประทาน ได้ระบายน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เพิ่มจากปกติอีก 220 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เนื่องจาก น้ำในเขื่อนมีปริมาณมากจำเป็นต้องระบายออก ทั้งนี้ หากยังระบายน้ำในระดับนี้ กทม.สามารถรับมือกับปริมาณน้ำได้ และพื้นที่ 4 เขต ทางฝั่งตะวันออก ได้แก่ คลองสามวา มีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง จะได้รับผลกระทบไม่มาก แต่หากมีการระบายน้ำมากกว่านี้ อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ทั้ง 4 เขตได้ ซึ่งการระบายน้ำจำเป็นต้องใช้เวลา 3 - 4 สัปดาห์ขึ้นไป
ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกตกใจ เพราะกทม.ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการติดตามสถานการณ์น้ำใกล้ชิดตลอดเวลา พร้อมทั้งเตรียมการป้องกันและรับมือเหตุน้ำท่วมอย่างเต็มที่ ขณะนี้ กทม. ได้มอบหมายให้ รองปลัด กทม. 4 คน ประกอบด้วย นายทวีศักดิ์ เดชเดโช ดูแลพื้นที่เขตคลองสามวา นายสมภพ ระงับทุกข์ ดูแลพื้นที่เขตมีนบุรี นายจุมพล สำเภาพล ดูแลพื้นที่เขตหนองจอก และนายพีระพงษ์ สายเชื้อ ดูแลพื้นที่เขตลาดกระบัง แบบตัวต่อตัวอย่างแข็งขัน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว ประชาชนได้รับการช่วยเหลือ บรรเทา และเดือดร้อนน้อยที่สุด
นายอภิสิทธิ์ กล่าวภายหลังเข้าร่วมประชุมว่า กทม. มีระบบและศักยภาพในการป้องกันน้ำท่วมในเขตพื้นที่กทม.อย่างสูง ซึ่งขณะนี้อยู่ในสภาวะบริหารจัดการได้ เพื่อความไม่ประมาท กทม.ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด จึงไม่อยากให้พี่น้องประชาชนตื่นตระหนก ทั้งนี้กทม.จะมีข้อมูลสถานการณ์น้ำเผยแพร่ในเว็บไซต์ของกทม. ซึ่งประชาชนจะได้รับทราบข้อมูลว่า ขณะนี้มีปริมาณอยู่ที่เท่าใด บริเวณใดบ้างที่มีน้ำท่วมขัง โดยข้อมูลดังกล่าวจะทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง โดยเว็บไซต์ดังกล่าวเป็นเว็บไซต์สาธารณะ อย่างไรก็ตามในส่วนข้อมูลการติดตามสถานการณ์น้ำนั้น กทม. ได้เตรียมข้อมูลไว้เรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้อยากให้กทม.เข้าไปช่วยประชาชน ที่อาศัยอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ เพราะขณะนี้ประชาชนเกิดความเครียด อยากให้กทม.หมั่นทำความเข้าใจ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นที่จะต้องอพยพ เพียงแต่เตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือ ผู้สูงอายุ เด็กอ่อนและผู้ป่วยก่อน
อย่างไรก็ตามจะมีการประชุมสภาหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ เรื่องน้ำท่วมเป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันทำ ส่วนความขัดแย้งต่างๆ ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ในฐานะพรรคฝ่ายค้านมุ่งเดินหน้าแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้กับประชาชน ขอให้ประชาชนติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด รวมทั้งให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ หากประชาชนมีความเข้าใจ เจ้าหน้าที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนกรณีพื้นที่จ.ปทุมธานีและจ.นครปฐม ที่มีปัญหาขัดแย้งเรื่องคันกั้นน้ำนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจกัน ซึ่งรัฐบาลต้องดูแล โดยเฉพาะต้องทำความเข้าใจ เพราะหลายพื้นที่ที่ต้องจมอยู่กับน้ำนานนับเดือน ทั้งนี้ ย้ำว่า กทม.ต้องทำงานอย่างเต็มที่ในการดูแลและขอให้ชาวกทม.ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด อย่าตื่นตระหนก และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่
พื้นที่กทม.เสี่ยงน้ำท่วมจากการผันน้ำลงทะเล
เมื่อถึงที่สุดแล้ว หากจังหวัดปทุมธานี ซึ่งเปรียบเสมือนปราการด่านสุดท้ายไม่อาจต้านทานมวลน้ำขนาดมหึมาจากพื้นที่ภาคกลางที่ถาโถมลงมาทางนครสวรรค์ และพระนครศรีอยุธยาได้แล้ว กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่ตอนท้ายของเป้าหมายที่มวลน้ำทั้งหลายกำลังมุ่งหน้าเข้าใส่ก่อนไหลลงสู่ทะเลอ่าวไทย จึงตกอยู่ในสภาพตั้งรับชนิดหลังพิงฝา
ผู้คนที่อาศัยอยู่เขตพื้นที่ด้านใน ค่อนไปจนถึงใจกลางเมืองเริ่มตื่นตัว และถามไถ่กันแต่เรื่องน่ำท่วม ขณะที่ชาวบ้านระแวกรอบนอกทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตกของกรุงเทพฯ กำลังหวาดกลัวต่อความทุกข์ยากที่คืบใกล้เข้ามา หลังจากที่พี่น้องประชาชนทางตอนบนต้องเผชิญอยู่ขณะนี้ เพราะปริมาณน้ำขนาด 8 พันล้านลูกบาศก์เมตร ที่ทางการประกาศเตือนว่าจะไหลลงมาถึงกรุงเทพฯในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ และจำเป็นต้องใช้วิธีผันน้ำออกทางพื้นที่ฝั่งตะวันออกและตะวันตกลงสู่ทะเลอ่าวไทย เพื่อป้องกันพื้นที่ชั้นในไม่ให้ถูกน้ำท่วมนั้น เป็นเหมือนหายนะที่พวกเขาต้องรอตั้งรับแม้อยากหลีกเลี่ยง
จากข้อมูลทางกายภาพพื้นที่ชั้นนอกที่ถูกเลือกให้เป็นโซนเสียสละเพื่อรักษาหัวใจของกรุงเทพฯไว้นั้นพบว่า เขตพื้นที่ที่จะต้องรับน้ำจากการผันน้ำทางฝั่งตะวันออก หนองจอก คลองสามวา มีนบุรี ลาดกระบัง สายไหม และดอนเมือง คือ 6 เขตปกครองใน 50 เขต ของกรุงเทพฯ ที่อยู่บนเส้นทางผันน้ำออกสู่ทะเลทางฝั่งจังหวัดสมุทรปราการและฉะเชิงเทรา ขณะที่ เขตทวีวัฒนา ตลิ่งชัน บางพลัด ภาษีเจริญ บางแค หนองแขม บางกอกน้อย คือพื้นที่ฝั่งตะวันตก และอยู่ทางฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยา หรือฝั่งธนบุรี ที่มีความเสี่ยงอาจถูกน้ำท่วมจากการผันน้ำจากจังหวัดนนทบุรี เพื่อลงสู่ทะเลเช่นกัน
ตร., กทม., ปภ.ประชุมเตรียมพร้อม
เมื่อเวลา ๑๔.๐๐ น. ณ ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.วรเทพ เมธาวัธน์ รอง ผบช.สกบ./รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า พล.ต.ท.ดนัยธร วงศ์ไทย ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมี นายชัยณรงค์ วาสนะสมสิทธิ์ หน.กพร.กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย นายชัยนาท นิยม รองผู้อำนวยการสำนักงานระบายน้ำ นายมนูญ วาทิสุนทร ผู้อำนวยการกองระบบท่อระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม ผบช.สยศ.ตร., และผู้แทนหน่วยต่าง ๆ คือ น., ก., ศปก.ตร., น.๑ – ๙, จร., สปพ., อคฝ., ทล., รน., สส., สท. ร่วมประชุม
พล.ต.ท.ดนัยธร วงศ์ไทย ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า “ตามที่ได้เกิดอุทกภัยขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งที่ ๖๓๓/๒๕๕๔ ลง ๖ ต.ค.๒๕๕๔ จัดตั้งศูนย์รับบริจาคและประสานงาน สนับสนุน ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รรท.ผบ.ตร. มีความห่วงใยเรื่องน้ำท่วมเป็นอย่างมาก จึงได้สั่งการให้จัดการประชุมเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในวันนี้ โดยได้เชิญหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย และกรุงเทพมหานคร มาร่วมปรึกษาหารือกันและร่วมกันวางแผนป้องกันไม่ให้น้ำท่วมในพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพมหานครโดยจะประสานความร่วมมือกันอย่างเต็มกำลังความสามารถ
การประชุมในวันนี้เป็นการวิเคราะห์สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ทั้งในส่วนของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ , กรุงเทพมหานคร และกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย การเตรียมการเฝ้าระวังพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย แผนการปฏิบัติกรณีเกิดอุทกภัย และการสนับสนุนหน่วยพื้นที่กรณีเกิดอุทกภัย ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในส่วนของ ตร. ได้สั่งการเรื่องการตรวจและการปฏิบัติการช่วยเหลือ รวมทั้งเรื่องการอพยพพี่น้องประชาชนเมื่อเกิดเหตุอุทกภัย คือ
เรื่องของการตรวจและการปฏิบัติการช่วยเหลือ ให้จัดชุดสายตรวจ เพื่อตรวจแนวคันกั้นน้ำในจุดรอยต่อและล่อแหลมต่อการเกิดอุทกภัย ให้เน้นความสำคัญในจุดที่เป็นแหล่งสาธารณูปโภค เช่น แนวคลองส่งน้ำคลองประปา สถานีผลิตไฟฟ้า ถนนสายหลัก หรือสถานพยาบาล เป็นต้น กำชับให้สนธิกำลังการปฏิบัติ โดยกำหนดให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล ให้ทุกหน่วยในสังกัดปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุแก้ไขปัญหา ฯ ในสภาวะน้ำท่วมกรุงเทพ ฯ ที่ บช.น. ได้ออกไว้แล้วอย่างเคร่งครัดและเพิ่มเติมให้ทุก สน. ตรวจแนวคันกั้นน้ำ ช่วยเหลือประชาชนและอำนวยการด้านจราจรในพื้นที่รับผิดชอบ และให้ บก.จร. เป็นศูนย์กลางประสานด้านจราจรในเขตกรุงเทพและรอยต่อปริมณฑล
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตามที่ได้รายงานศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปภ.ตร.) เกี่ยวกับการสนธิกำลังช่วยเหลือการปฏิบัติ โดยจัดชุดปฏิบัติการสนับสนุนการตรวจแนวคันกั้นน้ำและช่วยเหลือประชาชน จำนวน ๖ ชุด ชุดละ ๓๐ นาย รวม ๑๘๐ นาย
ชุดที่ ๑ บก.ป. และ รฟ. ตรวจบริเวณจุดวัดชินวราราม และวัดโสภาราม อ.เมือง จว.ปทุมธานี (พื้นที่ สภ.เมืองปทุมธานี)
ชุดที่ ๒ บก.ปคบ. และ ปอศ. ตรวจบริเวณวัดมะขาม และวัดศาลเจ้า จว.ปทุมธานี (พื้นที่ สภ.สวนพริกไทย)
ชุดที่ ๓ บก.ทล. และ ปอท. ตรวจบริเวณ ต.เชียงรากใหญ่ , เชียงรากน้อย , บ้านปทุม และ ต.บ้านงิ้ว อ.สามโคก จว.ปทุมธานี (พื้นที่ สภ.สามโคก)
ชุดที่ ๔ บก.ทท. และ ปปป. ตรวจบริเวณประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ (พื้นที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์)
ชุดที่ ๕ บก.ปคม. และ ปทส. ตรวจบริเวณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (พื้นที่ สภ.ปากคลองรังสิต)
ชุดที่ ๖ บก.รน. ตรวจแนวคันกั้นแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตกรุงเทพ ฯ และช่วยผลักดันน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาออกสู่ทะเล
เนื่องจากทุกจุดที่กำหนดไว้ เป็นจุดอันตรายที่จะส่งผลกระทบเสียหายต่อกรุงเทพมหานครและประชาชนจำนวนมากโดยตรง จึงขอกำชับให้ทุกชุดออกปฏิบัติอย่างเสียสละเต็มกำลังความสามารถ ให้ศูนย์วิทยุผ่านฟ้าเป็นศูนย์ประสานด้านการปฏิบัติ โดยกำหนดให้ทุกชุดปฏิบัติการของ บช.ก. และ บก. น.๑ - ๙ รายงานผลการปฏิบัติและสภาพปัญหาเป็นประจำทุก ๖ ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา ๑๘.๐๐ น. ของวันนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง มอบหมายให้ศูนย์วิทยุผ่านฟ้าเป็นผู้กำหนดลำดับการประสานและการรายงาน และให้ ศปก.ตร. เฝ้าฟังรวมถึงประสานทางข่ายวิทยุนี้ด้วย และให้ทุกชุดสายตรวจทำการแสดงตนรวมถึงเปิดสัญญาณไฟวับวาบ เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรมอีกทางหนึ่งด้วย
เรื่องการอพยพ ตร. ได้กำหนดแผนอพยพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๕๔ ไว้แล้ว จึงให้ทุกหน่วยถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด และเพิ่มเติมตามวิทยุสั่งการของ ท่าน รรท.ผบ.ตร. ที่ ๐๐๐๙.๒๑/๑๓๘ ลง ๑๑ ต.ค.๒๕๕๔ ให้ทุกหน่วยศึกษาและปฏิบัติ โดยขอเน้นย้ำในเรื่องที่เกี่ยวข้อง คือ ให้ทุก สน. เป็นหน่วยรับผิดชอบหลักในการประเมินสถานการณ์ วางแผนอพยพ และจัดหาพื้นที่ปลอดภัยเพื่อรองรับการอพยพประชาชน ยานพาหนะ โดยประสานร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ให้จัดเตรียมรถยนต์บรรทุกอเนกประสงค์
หรือรถยนต์ตู้ของทางราชการสำหรับเคลื่อนย้ายอพยพประชาชน พร้อมรถยนต์สำหรับยกหรือลากจูงให้พร้อมดำเนินการได้ในทันทีเมื่อเกิดเหตุ และให้ทุก สน. ประสาน กทม. หรือผู้เกี่ยวข้อง เพื่อจัดหาพื้นที่สูงพ้นจากน้ำท่วมขัง เป็นพื้นที่สำหรับจอดรถยนต์ โดย ผบก.ในสังกัด บช.น. และ บช.ก. ทุกนาย ควบคุม ดูแล การปฏิบัติด้วยตนเอง ให้มอบหมาย รอง ผบก.ในสังกัดทุกนาย ลงพื้นที่เพื่อควบคุมการปฏิบัติ โดยแบ่งมอบพื้นที่ให้ชัดเจน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย”



