
วิกฤติการณ์น้ำท่วม
วิกฤติการณ์น้ำท่วม กับความมั่นคงด้านพลังงานของชาติ (1)
ความเสียหายจากภาวะอุทกภัยที่เกิดกับประเทศไทยในขณะนี้ได้นำความเสียหายมาสู่ประชาชน เศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างไม่มีใครปฏิเสธได้ ความเสียหายในขณะนี้เป็นความเสียหายครั้งรุนแรงในประวัติศาสตร์ของประเทศเราเลยก็ว่าได้ ซึ่งรัฐบาลกำลังทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในการเยียวยาความเสียหายดังกล่าว และบรรเทาป้องกันส่วนที่ยังไม่ได้รับความเสียหาย
หากว่าเรามาลองคิดกันว่า เราได้เรียนรู้อะไรบ้างจากบทเรียนน้ำท่วมครั้งใหญ่คราวนี้ แล้วหากเราจะคิดในกรอบของภาคพลังงานเพื่อการเตรียมการรับมือวิกฤติครั้งต่อไป ที่อาจจะใหญ่กว่านี้ เราควรต้องเตรียมพร้อมเรื่องอะไรบ้าง
แน่นอนครับว่าการฉายภาพของภาวะน้ำท่วมคราวนี้ได้สะท้อนให้เราเห็นว่าหากขาดการเตรียมพร้อมด้านพลังงานที่ดีพอการช่วยเหลือบรรเทาความทุกข์ยากในหลายพื้นที่ย่อมไม่อาจสามารถกระทำได้ วิกฤติคราวนี้ได้ตอกย้ำอย่างยิ่งถึงการคิดทบทวนถึงแผนการเตรียมพร้อม เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงาน โดยในมุมมองของนักวางแผนที่ดีแล้ว เราคงต้องพยายามคิดถึงสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด (worst case scenario) ที่อาจจะเกิดขึ้น (แม้ว่าเราไม่อยากให้มันเกิดขึ้นก็ตาม) แล้วเราจะเตรียมการรับมือกับมันอย่างไร จะอยู่อย่างไรกับสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนั้น
ผมลองพยายามลองทบทวนดูว่าสถานการณ์ที่เลวร้ายเหล่านั้นจะเป็นไปในรูปใดได้บ้าง ซึ่งก็ขอตั้งคำถามให้ลองช่วยกันคิดดูเช่น
1.สายส่งไฟฟ้าถูกตัดขาด เราจะมีวิธีจัดการอย่างไร
2.ถนนถูกตัดขาดแล้วเราจะมีวิธีจัดการลำเลียงน้ำมันเชื้อเพลิงไปตามจุดต่างๆ อย่างไร
3.การลำเลียงเคลื่อนย้ายเชื้อเพลิงไปยังชาวบ้านที่เดือดร้อนซึ่งต้องการแสงสว่างและพลังงานในการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐาน รวมไปถึงการจัดลำดับความจำเป็นเร่งด่วนในกรณีที่พลังงานมีไม่เพียงพอจะทำอย่างไร
4.การจัดหาระบบพลังงานสำรองและการส่งกำลังบำรุงเข้าไปในในพื้นที่ฉุกเฉิน เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปดูแลพื้นที่จะทำอย่างไร
5.การจัดหาและลำเลียงเชื้อเพลิงเพื่อนำไปผลิตกระแสไฟฟ้าในกรณีที่เชื้อเพลิงหลักเกิดขาดแคลนจะทำอย่างไร
6.การป้องกัน หรือการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องจักรที่มีความสำคัญออกจากพื้นที่น้ำท่วมจะทำอย่างไร
7.การอบรมบุคลากรที่ปฏิบัติงานในการควบคุมดูแลระบบการผลิตพลังงาน ให้พร้อมรับมือกับภาวะฉุกเฉิน และสามารถร่วมมือกับหน่วยบรรเทาสาธารณภัยอื่นๆ มีการเตรียมพร้อมที่ดีแล้วหรือยัง
8.การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบริหารจัดการภาวะวิกฤติ เช่นการปล่อยน้ำออกจากเขื่อนอย่างเหมาะสมและมีระบบจะทำอย่างไร
9.การมีเครือข่ายระบบติดตามความเสียหายแบบทันท่วงทีและรายงานผลแบบ real time มีพร้อมแล้วหรือยัง
10.การบูรณาการแผนการรับมือภาวะวิกฤติร่วมกับหน่วยงานอื่นอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพจะทำอย่างไร
ความจำเป็นเหล่านี้ทำให้เราต้องมาทบทวนแผนเตรียมความพร้อมในภาคพลังงานของประเทศอย่างเป็นระบบ ส่วนจะเป็นอย่างไรนั้น ในสัปดาห์หน้าเรามาติดตามกันต่อนะครับ เพราะหากเรามองว่านี่คือระฆังยกแรกที่เตือนให้พวกเราต้องตระหนักและเตรียมการในเรื่องนี้ ก็ถือว่าเราค่อนข้างโชคดีและถือว่าธรรมชาติยังให้โอกาสเราในการเรียนรู้และปรับตัวอยู่กับธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งในสถานการณ์ขณะนี้ ผมก็ขอเอาใจช่วยพี่น้องชาวไทยทุกท่านให้สามารถผ่านพ้นสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ไปได้ด้วยดีทุกท่าน



