ข่าว

'ปู'เผยใช้คำ'กทม.ปลอดภัย'ได้แล้ว

'ปู'เผยใช้คำ'กทม.ปลอดภัย'ได้แล้ว

13 ต.ค. 2554

"นายกฯ" เผยใช้คำว่า "กรุงเทพฯปลอดภัย" ได้แล้ว มีปัญหาบ้างเขตรอบนอก แต่ไม่ใช่ปริมาณน้ำที่สูง เร่งทำแนวกั้นน้ำในฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านกองทัพบก -ศปภ.-คมนาคม เร่งขุดลอกคูคลองสู่โครงการพระราชดำริแก้มลิง มหาชัย สนามชัย เชื่อมสู่ทะเล มั่นใจแล้วเสร็จภายใน 5

           เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 13 ต.ค.2554 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับจากการไปตรวจสันเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ว่า ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนขึ้นสำหรับการระบายน้ำในฝั่งตะวันตกคือ การระบายน้ำลงสู่แม่น้ำท่าจีน เราได้เห็นแนวคลองต่างๆ ซึ่งเบื้องต้นจะกลับไปแบ่งงานกัน ในส่วนของกองทัพบก และศปภ. และส่วนของคมนาคมในการขุดลอกคูคลองต่างๆ เราจะอาศัยลำคลองที่มีอยู่ในการขุดให้ลึกขึ้น ให้น้ำเดินทางสะดวกขึ้นเพื่อลงไปสู่โครงการพระราชดำริโครงการแก้มลิง มหาชัย สนามชัย 

            ตรงนี้จะเป็นโครงการแก้มลิงที่ลงเชื่อมสู่ทะเล ซึ่งในเบื้องต้นจะเร่งดำเนินการให้เสร็จภายใน 5 วัน ส่วนจะช่วยลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงมาได้มากแค่ไหนนั้น ยังตอบไม่ได้ ต้องมีการทดสอบก่อนในเรื่องของน้ำ เพราะในการที่จะให้น้ำระบายลงก็ต้องดูในเรื่องของภูมิศาสตร์ของประเทศ บางที่ก็จะเป็นที่สูง และอาจมีสิ่งกีดขวางต่างๆ ก็ต้องใช้วิธีการทดสอบก่อนและวัดไปเรื่อยๆ

            เมื่อถามว่า มีพื้นที่ตรงไหนบ้างจะระบายน้ำได้ นายกฯ กล่าวว่า ส่วนใหญ่จะใช้พื้นที่เป็นแนวคลองผ่านตั้งแต่จังหวัดชัยนาทลงไปจนถึงจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งในแต่ละพื้นที่ผู้ว่าราชการจังหวัดก็จะรับทราบในการที่จะช่วยประสานพื้นที่ในการขยายคลอง โดยเราไม่ได้ใช้พื้นที่ใหม่ ในส่วนของแม่น้ำท่าจีนก็จะมีรอยคดเคี้ยว คล้ายๆ กับคลองลัดโพธิ์ ตรงนี้เราจะให้ทางด้านของกองทัพบกไปช่วยหาเส้นทางลัดขุดคลองเพื่อให้น้ำลัดเร็วขึ้น และจะไปติดตั้งเครื่องผันน้ำ และในเรื่องของเรือด้วย โดยจะทำเหมือนกับการผลักดันน้ำที่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยวันนี้ได้ผ่านไปในส่วนของแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย อย่างเช่นที่คลองลัดโพธิ์ วันนี้ที่จุดของคลองลัดโพธิ์สามารถผันน้ำได้ทั้งหมดวันละ 50 ล้านลูกบาศ์กเมตร

            ผู้สื่อข่าวถามว่า มีพื้นที่ไหนเป็นที่สถานที่รองรับน้ำ แล้วประชาชนจะได้รับความเดือดร้อน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ในเบื้องต้นเราพยายามจะระมัดระวังตรงนั้น คือ เราจะต้องไปคุยปลายทางก่อน ให้ต่อเชื่อมไปยังโครงการแก้มลิงมหาชัย สนามชัยก่อน และค่อยๆ ระบายในเรื่องของการปล่อยน้ำลงไป เราจะไม่ปล่อยลงไปก่อน เพราะว่า เราต้องทำงานในส่วนของกรมชลประทานในสถานีปิด-เปิดน้ำ ก็จะดูความสัมพันธ์กับน้ำ และระดับปริมาณน้ำ ตลอด 24 ชั่วโมง วันนี้ได้สั่งการทุกหน่วยงานให้ลงไปดูอย่างใกล้ชิด

            เมื่อถามว่า จะแล้วเสร็จทันน้ำเหนือที่จะเข้ามาในกทม.หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องเร่งเพิ่มทุกส่วน โดยสรุปเราทำทุกส่วน ทั้งในส่วนของการระบายต่างๆ ตะวันออก และตะวันตกนั้น ก็จะมีการติดตั้งเครื่องผันน้ำ และการใช้เรือในการช่วยระบายน้ำ  ระหว่างที่รอเราก็จะมีการขุดคลองไปเรื่อยๆ ซึ่งในระยะยาวยังไงก็ต้องทำ เพราะว่าน้ำจะอยู่กับเราอีกเยอะ ฉะนั้นเราต้องเร่งในการขุดคลองเพื่อให้น้ำระบายลงสู่ทะเลเร็วที่สุด  ส่วนในพื้นที่อำเภอบางบัวทอง ขณะนี้น้ำได้ท่วมส่งผลกระทบต่อการจราจรนั้น ตรงนี้อย่างที่เรียนจะติดปัญหาในเรื่องของการกั้นระหว่างนนทบุรีกับปทุมธานี และขณะนี้มีการเร่งการขุดคลองอยู่ก็จะเร่งให้เร็วที่สุด

            ผู้สื่อข่าวถามว่า การระบายน้ำลงไปในคูคลอง รัฐบาลสามารถชี้แจงประชาชนได้หรือไม่ว่า ระดับน้ำสูงมากแค่ไหน เพื่อให้ประชาชนได้เตรียมตัวได้ทัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตรงนั้นเราจะมีการแจ้งอยู่แล้ว ในส่วนการแจ้งเตือนภัยจะมีการแจ้งเป็นระยะๆ เบื้องต้นขอให้สบายใจ ส่วนในกรุงเทพฯเรายังทำแนวป้องกันอยู่  และทางกรุงเทพฯ ได้ออกมายืนยันการดูแลพื้นที่กรุงเทพฯในเขตกทม.อยู่ ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำวันนี้เป็นการเร่งด่วนก็คือการทำแนวกั้นน้ำในฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ในส่วนของปทุมธานี และนนทบุรีให้เร่งแล้วเสร็จโดยเร็ว

            เมื่อถามว่า ใช้คำว่ากรุงเทพฯปลอดภัยได้แล้วหรือยัง นายกฯ กล่าวว่า กรุงเทพฯปลอดภัยก็ใช้คำนี้ได้ จริงๆ ต้องใช้คำนี้ได้ โดยเฉพาะแนวที่อยู่ภายในของแนวคันกั้นน้ำ ส่วนทางด้านอกอาจจะเจอน้ำบ้าง และไม่ใช่เป็นน้ำที่ระดับปริมาณสูง ดังนั้นในส่วนของภาพรวม เราจะได้ประสานทุกหน่วยงานในการเร่งขุดคลอง เพื่อให้การระบายน้ำเกิดขึ้นได้เร็วขึ้น

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมด้วย นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว. วิทยาศาสตร์และเทคโลโนยี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์แบบแบล็กฮอว์ก บินสำรวจสดูสภาพน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท รวมถึงตลอดสายแม่น้ำท่าจีนเลยมาจนถึงประตูระบายโครงการแก้มลิง คลองมหาชัย-คลองสนามชัย จ.สุมทรสาคร เพื่อที่จะระบายน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ต่าง ๆ ลงสู่ทะเล หลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราโชบายให้นายกรัฐมนตรีเร่งดำเนินการระบายออกสู่ทะเล

 

นั่งฮ.ตรวจสถานการณ์น้ำปากอ่าวท่าจีน

            หลังจากนั้น เวลา 12.00 น. นางสาวยิ่งลักษณ์ พร้อมคณะ ได้ขึ้นเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ลงจอดที่บริเวณลานรับรองสนามกอล์ป เบสท์ โอเชี่ยนกอล์ฟ  ม.4 ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เพื่อฟังรายงานสถานการณ์น้ำและการรับมือป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ โดยมีนายจุลภัทร แสงจันทร์ ผวจ. พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องร่วมรายงานผลปฏิบัติงาน ร่วมกับนายกำจร มงคลตรีลักษณ์ นายกสมาคมประมงสมุทรสาคร นายบุญชู นิลถนอม ส.ส.พรรคเพื่อไทย นายมณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ อดีต ส.ส. นายอุดร ไกรวัตนุสสรณ์ นายก อบจ.  และตัวแทนกรมชลประทานจังหวัดสมุทรสาคร

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโดยนายกรัฐมนตรีได้นั่งเฮลิคอปเตอร์ บินวนสังเกตบริเวณโครงการเขื่อนแก้มลิงพระราชดำริฯ ต.โคกขาม 1 รอบ ซึ่งใช้เวลาไม่นาน ก่อนจะนำเครื่องลงจอดที่สนามกอล์ปเบสท์ โอเชี่ยนกอล์ฟ  เพื่อแวะรับประทานอาหาร พร้อมสอบถาม รายละเอียดสถานการณ์น้ำ และการป้องกันในส่วนของจังหวัด และภาคประชาชน ซึ่งพอใจผลโดยสรุป สมุทรสาครไร้เหตุการณ์น้ำท่วมและสามารถป้องกันตัวเองได้ดีระดับหนึ่ง

             นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พอใจกับจังหวัดสมุทรสาครที่มีภาคประชาชนเข้มแข็ง และร่วมมือร่วมใจความสนับสนุนช่วยเหลือภาครัฐ รวมทั้งร่วมบรรเทาทุกบรรดาเพื่อนมนุษย์ฐานะผู้ประสบภัยมาต่อเนื่อง ส่วนชาวประมงและสมาคมประมงสมุทรสาคร ก็ดีหลังมีข่าวออกร่วมกันผลักดันน้ำบริเวณท่าจีนออกพ้นปากอ่าวเพื่อระบายน้ำท่าจีนให้คล่องตัว นั้นขอขอบคุณทุกแรงใจ อย่างไรก็ตามขณะนี้รัฐบาลได้ร่วมมือกับทางกองทัพบก ออกทำงานแก้ไขปัญหาน้ำท่วมดังกล่าวอย่างสุดความสามารถ พร้อมกันนี้ปิดเผยว่าล่าสุดยังได้สั่งการให้ กรมเจ้าท่าเร่งดำเนินการ มาขุดลองแถบปากอ่าวและแหล่งช่องทางระบายน้ำ จ.สมุทรสาคร และอื่นๆ ด้วยเพื่อช่วยผันออกสู่ทะเลซึ่งขณะนี้ต้องให้เร็วที่สุด

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด้านนายกำจร ได้แนะนำในจุดที่จะสามารถขุดลอกปากอ่าวทะเล ในฐานะที่มีประสบการณ์อยู่กับน้ำมานาน อย่างไรก็ตามก่อนประสาน ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครต่อไป เพื่อหารือเรียกประชุมระหว่าง เจ้าของโครงการเรือขุดฯ (งบประมาณ 70 ล้านบาท) อันดับถัดไป

             ด้านนายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ รอง ผวจ. กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานจากทางสมาชิกประมงฯ และนายกำจรฐานะกลุ่มแกนนำเรือผลักดันน้ำ แล้วในวันนี้ อย่างไรก็ตามทราบว่าเป็นเรือขนาดใหญ่ เริ่มมาลงพื้นที่เพื่อทำการขุดลอกบริเวณท่าจีน และตำบลบางหญ้าแพรก ทั้งนี้โดยจะเร่งเรียกหารือ เนื่องจากต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของชาวเรือและความคุ้นเคยกับพื้นที่ ตามที่สมาคมได้เสนอแนะเพื่อการระบายน้ำได้ตรงวัตถุประสงค์ต่อไป

             ขณะที่นายกำจรได้รายงานด้วยว่า สำหรับการเคลื่อนตัวหรือความเร็วของน้ำท่าจีนซึ่ง ก่อนนำเรือออกไล่ลงอ่าวทะเล อยู่ที่ 1,000 ลูกบาตรเมตรต่อวินาที และเมื่อเดินเรือราวกว่า 50 ลำ ได้ความเร็วของน้ำประมาณ 1,700 ลูกบาตรเมตรต่อวินาที ทั้งนี้ยังไม่น่าพอใจ เนื่องจากเส้นทางน้ำ ก่อนและหลังแถบปากอ่าวมีสภาพตื้นเขน สลับมีตะกอน และแหลมงอกจำนวนมาก นับเป็นอุปสรรค์ปัญหาสำคัญโดยตนจะร่วมให้ข้อมูลกับทางจังหวัดต่อไป

 

เตรียมสนองพระราโชบายขุดคลองลัดฝั่งตะวันตกคาดใช้5-6วัน

            ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า  นายกรัฐมนตรีขอให้ตนเดินทางมาด้วย เพราะได้รับพระราโชบายจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ให้ระบายน้ำจากด้านทิศตะวันตกลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด  จึงเดินทางมาสำรวจพื้นที่ว่าน่าจะนำทหารลงมาขุดคูคลอง บริเวณใดได้บ้างเพื่อให้การระบายน้ำได้เร็วขึ้น จากการสำรวจมีประมาณ 3-4แห่ง ตั้งแต่ด้าน จ. สุพรรณบุรี ไปจนถึง จ. สมุทรสงคราม จ.สุทรสาคร ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่โดยจะทหารช่างที่กำลังเดินทางเข้ามาในพื้นที่เพื่อขุดคลองลัดให้น้ำลงทะเลตามพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างไรก็ตามทุกพื้นที่น่าหนักใจ เพราะมีปริมาณน้ำมาก แต่รัฐบาลก็พยายามที่จะเข้ามาแก้ปัญหา เราในฐานะที่เป็นกลไกของรัฐ จึงเข้ามาดูพื้นที่กับท่านด้วย ซึ่งตนได้สั่งการให้หน่วยไปรับผิดชอบแล้ว และจะพยายามทำให้ดีที่สุด เพราะถือเป็นภารกิจใหม่
           
            “การขุด 3 คลองลัดทหารจะรับผิดชอบทั้งหมด คลองไหนที่ยังขุดได้ก็ขุด ถ้าไม่ได้ก็ให้ขุดเพิ่มใหม่จนครบ 3 จุด รวมเป็นระยะทาง 10 กม. ใช้เวลา 5-6 วัน เพื่อให้น้ำลัดลงสู่ทะเลให้เร็วขึ้น ไม่เช่นนั้นระดับน้ำก็จะไหลไปตามความโค้งของแม่น้ำซึ่งก็จะทำให้ไหลช้า ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งว่าให้ระบายน้ำลงทะเลให้เร็วขึ้น ซึ่งอาจจะมีการขุดลอกคูคลองเสริมในบางพื้นที่ โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัด ก็ทำอยู่แล้ว ทั้งนี้จะรวบรวมยุทโธปกรณ์ลงมาใช้พร้อมทั้งบริหารจัดการ สำหรับการไปตรวจพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดชัยนาทลงมาน้ำพร้อมที่จะทะลุได้ตลอด แต่เราก็ต้องกันให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ภารกิจเก่าที่กองทัพรับผิดชอบ ตั้งแต่จังหวัดอยุธยา ลพบุรี นครสวรรค์ก็ยังหนัก แต่เราก็จะพยายามอย่างเต็มที่” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ