ข่าว

อย่าอยู่อย่าง...สิ้นหวัง

อย่าอยู่อย่าง...สิ้นหวัง

14 ต.ค. 2554

อย่าอยู่อย่าง...สิ้นหวัง เสริมคันกั้นน้ำท่วม(ใจ) โดย...พวงชมพู ประเสริฐ

       ไม่ใช่เรื่องเล็ก ! เมื่อรายงานของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัย ด้านการแพทย์และการสาธารณสุข กรณีอุทกภัย รายงานว่า จากการประเมินปัญหาสุขภาพจิต ที่ได้ดําเนินการไปแล้วใน 33 จังหวัด เยี่ยมครอบครัวผู้เสียชีวิต จํานวน 179 ครอบครัว มียอดรวมสะสม 86,915 ราย พบประชาชนมีความเครียดสูง 4,723 ราย มีภาวะซึมเศร้า 4,592 ราย มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย 636 ราย และต้องติดตามดูแลพิเศษ 969 ราย แต่ใช่ว่าสิ่งเหล่านี้จะป้องกันไม่ได้ เพียงแค่รู้จักตั้งสติ
 นพ.ทวี ตั้งเสรี รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)  กล่าวว่า สถานการณ์ในปัจจุบันต้องแบ่งประชาชนเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มผู้ประสบภัยน้ำท่วมและต้องอพยพเข้าพักพิงที่ศูนย์อพยพหรืออยู่ในน้ำ สภาพจิตใจของคนกลุ่มนี้จะอยู่อย่างมีความหวังที่จะกอบกู้บ้านและอาชีพ แต่ต้องไม่อยู่คนเดียว หาเพื่อนคุย รับฟังกันและกัน อย่าอยู่เฉยๆ ควรช่วยเหลือคนอื่นในชุมชน หรือดูแลคนแก่และเด็ก จะทำให้รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่ามากขึ้น รวมถึงเป็นการใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ ไม่คิดฟุ้งซ่าน จะได้ไม่เครียด อีกทั้งเป็นการบริหารกายด้วย เพราะในช่วงเวลาเช่นนี้หากเจ็บป่วย จะทำให้เครียดมากขึ้น

       “คนที่ถูกน้ำท่วม ในช่วงน้ำลดจะเริ่มเห็นความเสียหายของทรัพย์สิน ซึ่งจะเกิดผลกระทบต่อจิตใจเป็นอย่างมาก จึงควรต้องเตรียมตัวและจิตใจรับกับสิ่งที่จะพบเจอ ด้วยการใช้เวลาในขณะนี้คิดหาวิธีแก้ปัญหาไว้ล่วงหน้า ว่าจะต้องซ่อมแซม ฟื้นฟู  ความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างไร เมื่อต้องเจอจริงจะได้ไม่ตกใจและเครียดจนเกินไป” นพ.ทวี กล่าว

       2.กลุ่มคนที่อยู่ในพื้นที่ที่น้ำยังไม่ท่วม ให้ติดตามข่าวสารด้วยสติ ไม่ตื่นตูม แต่เตรียมพร้อมและวางแผนเพื่อรับมือเมื่อเกิดปัญหา โดยใช้ข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันเป็นตัวช่วยตัดสินใจว่าควรจะดำเนินการอย่างไร

       สำหรับการติดตามข่าวสาร นพ.ทวี บอกว่า อย่าติดตามข่าวสารตลอดเวลา ในแต่ละวันควรติดตามข่าวครั้งละประมาณ 30-40 นาทีแล้วพักช่วง หากมีอาการปวดศีรษะ ปวดต้นคอ ไม่ค่อยมีสมาธิ แสดงว่าเริ่มมีอาการเครียด ควรที่จะพักการเสพข่าว หาเพื่อนคุย หรือเปลี่ยนบรรยากาศไปทำกิจกรรมอย่างอื่น ซึ่งการติดตามข่าวสาร ต้องยึดวัตถุประสงค์เพื่อทราบสถานการณ์ของตัวเองว่าอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมหรือไม่ หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต้องหาทางแก้ปัญหา แต่หากไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ควรคิดช่วยเหลือผู้อื่น จะได้ไม่เกิดความเครียด

       นพ.ทวี บอกด้วยว่า จากการติดตามสภาพจิตใจของผู้ประสบภัย พบว่า ประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภัยบ่อยๆ จะมีกำลังใจดี และพร้อมสู้ รู้จักจัดการกับปัญหา ส่วนพื้นที่ที่ไม่เคยประสบเหตุน้ำท่วมมาก่อน ประชาชนจะตกใจและเครียดมากกว่าพื้นที่อื่น ซึ่งเจ้าหน้าที่ของกรมสุขภาพจิตได้เข้าติดตามอย่างใกล้ชิด

       น้ำจะท่วมบ้านเรือน ทรัพย์สินเสียหายหนักหนามากสักแค่ไหน ตราบใดที่ไม่ปล่อยให้ "น้ำท่วมใจ" นั่งจมอยู่กับความสูญเสียที่เกิดขึ้น ย่อมจะมองเห็นทางออกเสมอ