ข่าว

'สตีวี'นำหงส์รับทัพ'ผี'บุก'ศึกแดงเดือด'

'สตีวี'นำหงส์รับทัพ'ผี'บุก'ศึกแดงเดือด'

14 ต.ค. 2554

'หงส์แดง' ลิเวอร์พูล ส่ง 'สตีวีจี' สตีเวน เจอร์ราร์ด ลงศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัด 'แดงเดือด' แถมพกสถิติข่มเป็นฝ่ายเปิดบ้านชนะได้ถึง 3 ปี ซ้อน ด้าน 'ปีศาจแดง' แมนฯ ยูไนเต็ด สุดคึกได้ เนมันยา วิดิช ปราการหลังจอมแกร่งกลับมายืนคุมแนวรับอีกครั้ง

          ศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม มีโปรแกรมฟาดแข้งทั้งหมด 7 คู่ เริ่มจากคู่เอกเป็น "ศึกแดงเดือด" ระหว่าง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 5 แข่ง 7 นัด มี 13 แต้ม เปิดสนามแอนฟิลด์รับการมาเยือนของคู่ปรับตลอดกาลอย่าง "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูงที่ยังไม่แพ้ใคร แข่ง 7 นัด มี 19 แต้ม ในเวลา 18.45 น.

          เกมนี้ "คิง เคนนี" เคนนี ดัลกลิช กุนซือเจ้าถิ่นมีสภาพทีมสมบูรณ์มาก เพราะไม่มีปัญหาเรื่องแข้งหลักได้รับบาดเจ็บเลย แถมยังมีลุ้นได้ตัว 3 กองหลังอย่าง ดาเนียล แอกเกอร์, เกลน จอห์นสัน และ มาร์ติน เคลลี หายเจ็บกลับมาช่วยแนวรับอีกด้วย แต่ยังคงต้องรอเช็คสภาพความฟิตอีกครั้งหนึ่งเสียก่อน ทว่า "หงส์แดง" พร้อมส่ง "สตีวี จี" สตีเวน เจอร์ราร์ด กองกลางกัปตันทีมคนเก่งลงเล่นเป็นตัวจริงนัดแรกในรอบหลายเดือนอย่างแน่นอน เพราะหายเดี้ยงจากอาการบาดเจ็บบริเวณโค่นขาหนีบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

          คาดว่า ลิเวอร์พูล น่าจะส่งขุมกำลังสำคัญอย่าง โฆเซ เรนา, มาร์ติน สเคอร์เทล, ลูคัส ไลวา, สจ๊วร์ต ดาวนิง, เดียร์ก เคาท์ และ หลุยส์ ซัวเรซ ลงสนามเป็นตัวจริงตามปกติ เพื่อหวังสานต่อสถิติที่เป็นฝ่ายเปิดบ้านชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ถึง 3 ปีซ้อนนั่นเอง โดยเฉพาะเมื่อช่วงฤดูก่อนที่สามารถไล่ต้อนชนะได้ถึง 3-1 เลยทีเดียว

          ด้านทีมเยือนของ "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน พร้อมส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามเหมือนกัน แม้จะต้องรอเช็คสภาพความฟิตของ 4 ตัวสำรองอย่าง อันเดรียส ลินเดอการ์ด, คริส สมอลลิง,จอนนี อีแวนส์ และ ดาร์รอน กิบสัน แต่จะได้ตัว เนมันยา วิดิช กองหลังกัปตันทีมคนเก่งกลับมายืนคุมแนวรับคู่กับ ริโอ เฟอร์ดินานด์ อีกครั้งหนึ่ง เพราะหายจากอาการบาดเจ็บบริเวณน่องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับ ทอม เคลเวอร์ลีย์ กองกลางดาวรุ่งที่เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บเท้าแตก แถมยังสามารถเรียกความฟิตพร้อมลงเล่นเป็นตัวจริงได้อย่างแน่นอน          

          คาดว่า ดาวิด เดอ เกีย น่าจะได้กลับมายืนเฝ้าเสาเป็นมือหนึ่งเหมือนเดิม ส่วนแนวรุกพร้อมส่งแข้งหลักอย่าง นานี, อันแดร์สัน, ฮาเวียร์ เฮอร์นันเดซ และ เวย์น รูนีย์ ลงเล่นเป็นตัวจริงตามปกติ เพื่อหวังเก็บชัยเหนือ "หงส์แดง" ได้ถึงถิ่นแอนฟิลด์เหมือนอย่างครั้งสุดท้ายที่เคยบุกไปเฉือนชนะ 1-0 เมื่อปี 2007 สำหรับคู่นี้เคยพบกันในเกมลีกเมืองผู้ดีมาแล้วทั้งหมด 156 เกม ปรากฎว่า ลิเวอร์พูล เป็นรอง แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยสถิติ ชนะ 53 เสมอ 43 แพ้ 60

          ขณะที่ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ ทีมรองจ่าฝูงที่ยังไม่แพ้ใคร แข่ง 7 นัด มี 19 แต้ม เท่ากับ "ปีศาจแดง" แต่ผลต่างประตูได้เสียน้อยกว่าเพียงแค่ลูกเดียวเท่านั้น เตรียมเปิดถิ่นอิติฮัด สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า ทีมอันดับ 7 ที่ยังไม่แพ้ใครเหมือนกัน แข่ง 7 นัด มี 11 แต้ม ในเวลา 21.00 น.

          เกมนี้ "มันโช" โรแบร์โต มันชินี กุนซือเจ้าถิ่นต้องรอเช็คสภาพความฟิตของ 2 กองหน้าตัวเก่งอย่าง มาริโอ บาโลเตลลี และ "เอล กุน" เซอร์จิโอ อเกโร ที่ยังคงมีปัญหาบาดเจ็บรบกวน แต่ยังคงพร้อมส่งดาวดังอย่าง ยาย่า ตูเร, ซาเมียร์ นาสรี, ดาวิด ซิลวา และ เอดิน เซโก ลงเล่นเป็นตัวจริงอย่างแน่นอน

          ด้านทีมเยือนของ อเลกซ์ แมคลิช เตรียมส่งแข้งหลักอย่าง เชฟ กิฟเวน, สติลิยัน เปตรอฟ, กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ และ ดาร์เรน เบนท์ ลงสนามตั้งแต่นาทีเหมือนกัน
 

          ทางฝั่ง "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทีมอันดับ 3 แข่ง 7 นัด มี 16 แต้ม ยังคงไร้เงา เฟอร์นันโด ตอร์เรส ที่ติดโทษแบนเป็นนัดที่ 2 จากทั้งหมด 3 เกม แต่กุนซือใหญ่อย่าง อังเดร บียาส โบอาส พร้อมส่ง 3 ประสานในแดนหน้าอย่าง ฆวน มาตา, นิโกลาส์ อเนลกา และ ดิดิเยร์ ดรอกบา เฝ้ารังสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ "ทอฟฟีสีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน ทีมอันดับ 13 แข่ง 6 นัด มี 7 แต้ม ในเวลา 23.30 น.   

          ส่วนโปรแกรมคู่อื่นลงเตะในเวลา 21.00 น.

นอริช (9) พบ สวอนซี (10), ควีนส์ปาร์ค (11) พบ แบล็คเบิร์น (19), สโต๊ค (8) พบ ฟูแล่ม (12), วีแกน (18) พบ โบลตัน (20)

 

โปรแกรมแข่งขัน ฟุตบอล วันเสาร์ที่ 15 ต.ค.

บุนเดสลีกา เยอรมนี


บาเยิร์น มิวนิค - แฮร์ธา  เวลา 20.30 น.
มึนเชนกลัดบัค - เลเวอร์คูเซน เวลา 20.30 น.
ไมนซ์ - เอาส์บวร์ก  เวลา 20.30 น.
สตุ๊ตการ์ท - โฮฟเฟนไฮม์ เวลา 20.30 น.
โวล์ฟสบวร์ก - เนิร์นแบร์ก เวลา 20.30 น.
ชาลเก้ - ไกเซอร์สเลาเทิร์น เวลา 23.30 น.

กัลโช ซีรีส์ เอ อิตาลี

คาตาเนีย - อินเตอร์ มิลาน  เวลา 23.00 น.
เอซี มิลาน - ปาแลร์โม  เวลา 01.45 น.
นาโปลี - ปาร์มา  เวลา 01.45 น.

สแปนิช ลาลีกา

เกตาเฟ - บียาร์รีล  เวลา 23.00 น. 
มายอร์กา - บาเลนเซีย  เวลา 23.00 น.
รีล มาดริด - รีล เบติส  เวลา 23.00 น.
บาร์เซโลนา - ราซิง  เวลา 01.00 น.
กรานาดา - แอต.มาดริด เวลา 03.00 น.

ลีกเอิง ฝรั่งเศส

โอแซร์ - ลีลล์   เวลา 24.00 น.
เบรสต์ - กอง   เวลา 24.00 น.
เอวิยอง - แซงต์ เอเตียน เวลา 24.00 น.
ลียง - นองซี   เวลา 24.00 น.
มงต์เปลลิเยร์ - ดิฌง  เวลา 24.00 น.
ตูลูส - มาร์กเซย  เวลา 24.00 น.
นีซ - บอร์กโดซ์   เวลา 02.00 น.