ข่าว

กรมป่าไม้ไม่ได้รับเรื่องพระเกษม

กรมป่าไม้ไม่ได้รับเรื่องพระเกษม

13 ต.ค. 2554

หน่วยงานกรมป่าไม้ กรมอุทยานปัดกันวุ่น เรื่องพระเกษมรุกป่าสงวน ฝ่ายนิติการของกรมอุทยานโวยอำนาจที่มอบให้รับผิดชอบต้องดำเนินการ ไม่ใช่โยนเรื่องทั้งหมดมาที่กรม

        13 ต.ค.54 ความคืบหน้ากรณี พระเกษม อาจินณุณสีโล หัวหน้าที่พักสงฆ์ป่าสามแยก ล่าสุด นายธงชัย ศิริวัฒนานุกุล ผอ. 11 (พิษณุโลก) กล่าวว่า เรื่องต้นตอคือกรมป่าไม้เป็นเจ้าของเรื่อง เพราะ กรมป่าไม้ใด้อนุญาตให้ที่พักสำนักสงฆ์ป่าสามแยก ต.วังกวาง อ. น้ำหนาว เข้าร่วมโครงการอุทยานพุทธ ส่วนหลังจากการตรวจสอบและวัดพิกัดผลออกมาอย่างไร ทางสำนักที่ 11 ไม่ทราบ เพราะเรื่องนี้จะต้องเสนอไปยังกรมป่าไม้ ทางกรมอุทยานไม่ทราบเรื่องว่าผิดหรือถูกอย่างใด แต่เมื่อมีการสนธิกำลังมาทางกรมอุทยานฯก็พร้อม เพราะทั้งสองกรมจะต้องร่วมมือกันอยู่แล้ว ซึ่งหน่วยหลักที่จะต้องนำเดินหน้า คือสำนักอนุรักษ์ที่ 4 (นครสวรรค์) ที่จะต้องดำเนินการในเรื่องนี้

      นายชิต อินทระนก หัวหน้าศูนย์ประสานงานป่าไม้จังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ในส่วนความคืบหน้าของการพิจารณาที่มีอำนาจหน้าที่คือ สำนักอนุรักษ์ที่ 4 (นครสวรรค์) โดย นายสมหวัง เรื่องวิวัฒศัย ผู้อำนวยการศูนย์ ยังไม่ได้สั่งการลงมาว่าผลจะออกมาเช่นไร แต่ทางศูนย์ประสานงานได้ส่งรายงานข้อเท็จจริงไปทั้งหมดแล้ว คิดว่าสาเหตุล่าช้าคงเป็นเพราะว่าติดงานน้ำท่วม เนื่องจากจังหวัดนครสวรรค์เกิดน้ำท่วมหนัก สำนักงานที่ 4 ก็ถูกน้ำท่วมชั้นล่างทั้งหมด

      อย่างไรก็ตามหากว่าทาง ผอ. สำนักที่ 4 ส่งเอกสารผลการพิจารณาลงมาถึงจังหวัดเพชรบูรณ์ก็จะต้องรีบดำเนินการตามคำสั่ง ซึ่งทางกำลังและเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้พร้อมรับคำสั่งและเข้าไปดำเนินการทันที

      ด้านฝ่ายส่งเสริมการมีส่วนร่วมการขอใช้พื้นที่ กรมป่าไม้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงรายหนึ่ง (ขอสงวนนาม) กล่าวว่า เรื่องนี้ทางกรมได้ติดตามมาต่อเนื่อง และยังได้มีการหารือระหว่างฝ่ายรับผิดชอบไปก่อนหน้านี้แล้วเช่นกัน แต่เรื่องยังมาไม่ถึงส่วนส่งเสริม ก็ยังไม่ทราบว่าทางสำนักอนุรักษ์ที่ 4 (นครสวรรค์)รายงานเข้ามามาเป็นอย่างไร ซึ่งเรื่องจะต้องมอบหมายให้ทางจังหวัด และ ทางสำนักที่ 4 นครสวรรค์เป็นฝ่ายรับผิดชอบ และหาทางออกว่าจะทำอย่างไร รวมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ในพื้นที่ป่าไม้ มีการเรียกประชุมและลงมติอย่างไรหรือไม่ เรื่องนี้ยังไม่ได้รับรายงาน

     แหล่งข่าว กล่าวว่า ทางอธิบดีกรมป่าไม้ก็ยังไม่ได้เห็นเรื่อง เพราะเรื่องต้องผ่านมายังแผนกส่งเสริมการมีส่วนร่วมของกรมป่าไม้ก่อน แต่นี้เรื่องยังมาไม่ถึง จึงไม่ทราบว่าจะตอบอย่างไร การแก้ไขป่าเมื่อมีพระเข้ามาเกี่ยวข้องนี้คงต้องใช้เวลา เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ส่วนเรื่องที่ทางสำนักสงฆ์ขอใช้พื้นที่เป็นอำนาจหน้าที่ของทางจังหวัดที่ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาร่วมกันแก้ไข หากทางจังหวัดมองและเห็นว่าผิดจะสั่งเลิกหรือหยุดโครงการนี้ได้ทันที หากในที่ประชุมเห็นว่าผิดก็เป็นอำนาจของทางจังหวัด ไม่ใช่ว่าทางกรมป่าไม้จะเป็นผู้สั่งการเพิกถอนหรือกระทำการใดๆ เพราะว่ามีพระเข้ามาเกี่ยวข้องจึงกลายเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ไม่เหมือนการบุกจับรีสอร์ท ที่ทางกรมจะดำเนินการได้ เพราะเห็นชัดๆ ว่าผิดกฎหมาย

    "เรื่องนี้คงจะต้องรอไปอีกระยะหนึ่ง เพราะกรมส่วนหนึ่ง ที่ จ.นครสวรรค์ เป็นผู้รับผิดชอบ ขณะนี้ถูกน้ำท่วมหนัก จึงขอยุติเรื่องนี้ไว้ชั่วคราวหลังจากน้ำลดคงจะทราบผลว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ขอยืนยันว่ากรมป่าไม้ไม่ได้นิ่งเฉย แต่มีความจำเป็นเพราะน้ำท่วม ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนกว่า " แหล่งข่าวกล่าว 

     สำหรับบรรยากาศภายในที่พักสงฆ์ป่าสามแยก พระเกษม ยังดำเนินการกิจประจำวัน คือ ออกมารับจังหันพร้อมกับพระลูกวัดอีก 8 องค์ในช่วงเวลา 7.30 น. ทุกวัน จากนั้นก็ได้แสดงธรรมมีบทบาทด่าทอ และสั่งสอนผู้คนที่ออกมาโต้ตอบพระเกษมอย่างดุเดือดดหมือนเดิม

 

 

รก.ผวจ.เพชรบูรณ์เตรียมเรียกนิติกรเข้าพบสรุปกรณีพระเกษม

      นายสมหวัง เรืองนิวัติศัย ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 4 สาขานครสวรรค์  กล่าวว่า เรื่องการพิจารณาเรื่องการขอใช้พื้นที่ ที่พักสงฆ์ป่าสามแยก หลังจากได้ตรวจสอบเอกสารทั้งหมดแล้ว ต้องเป็นหน้าที่ของจังหวัดเพชรบูรณ์ที่เป็นผู้จัดการและดำเนินการเรื่องที่ป่าสงวน เพราะจังหวัดเป็นผู้อนุญาตผ่านการเห็นชอบและให้ที่พักสงฆ์เข้าร่วมโครงการพุทธอุทยาน ซึงมีคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้น โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดป็นประธาน ดังนั้นเรื่องที่พระเกษม ขอใช้พื้นที่จะถูกหรือผิดหรือรุกป่าสงวนหรือไม่นั้น อยู่แค่จังหวัดเพชรบูรณ์ที่จะเป็นผู้ดำเนินการและทำการตรวจสอบรังวัดมาแล้วถึง 2 ครั้ง ไม่จำเป็นต้องให้อธิบดีหรือ ผอ. สำนักที่จะต้องลงมาสั่งการ จังหวัดจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบและดำเนินการนี้

      นายจิรายุทธ วัจนะรัตน์ รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่าหลังจากการหารือในเรื่องนี้แล้ว โดยจะเรียก นายไพฑูรย์ เจียมวิจิตร์ฝ่ายนินิกรทรัพยารธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้นเรื่องนี้เข้าพบเพื่อขอทราบผลการดำเนินการตามที่มีมติให้ป่าไม้และฝ่ายตรวจสอบพบข้อเท็จจริงสิ่งใดบ้าง จากนั้นจะเรียกประชุมคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นเพื่อขอมติและดำเนินการตามกฏหมายในเรื่องนี้ต่อไปอย่างเร่งด่วน     

      นายไพฑูรย์ เจียมวิจิตร์ ฝ่ายนิติกร ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ตามที่มีมติให้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ น้ำหนาว ต. วังกวาง อ. น้ำหนาว จ. เพชรบูณณ์ นั้นผลออกมาอย่างไร อยู่กับป่าไม้เพชรบูรณ์ว่ามีการทำผิดเงื่อนไขหรือไม่ และหากผิดเงื่อนไข ก็ต้องว่ากันและต้องมีความเห็นจากคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ในพื้นที่หลังจากมีการพร้อมจะเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อลงนาม ออกหนังสือประชุมเพื่อขอมติอีกครั้ง เรื่องยกเลิกหรือไม่นั้นหากผิดก็ต้องสั่งเพิกถอนตามกฎระเบียบและข้อกฎหมาย ส่วนทางสงฆ์ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับกฏหมาย หากมีการรายงานสรุปผลว่าโครงการนี้รุกป่าสงวนและครอบครองเกินเนื้อที่100 ไร่ ก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป