ข่าว

กรมชลรับมือน้ำทะเลหนุนสูง13-18 ต.ค.

กรมชลรับมือน้ำทะเลหนุนสูง13-18 ต.ค.

13 ต.ค. 2554

กรมชลฯเตือนประชาชนปทุมธานี นนทบุรี กทม.ตรวจสอบความแข็งแรงคันกั้นให้แข็งแรง เตรียมรับมือน้ำทะเลหนุนสูง 13 - 18 ต.ค. 54 นี้เขื่อนใหญ่ปรับลดระบายน้ำ

        13 ต.ค.54 ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ รายงานสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา(13 ต.ค. 54) ที่จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 4,686ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากวานนี้ 18 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 67 เซนติเมตร มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจ.ชัยนาท 3,625 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากวานนี้ 3 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อน สูงกว่าระดับตลิ่ง 79 เซนติเมตร ระดับน้ำท้ายเขื่อนสูงกว่าตลิ่ง 1.26 เซนติเมตร สำหรับจังหวัดสิงห์บุรี มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,880 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากวานนี้ 15 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 1.20 เมตร จังหวัดอ่างทอง มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,648 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากวานนี้ 8 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 8 เซนติเมตร จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,485 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากวานนี้ 3 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 1.30 เมตร

       ส่วนที่ อ.บางไทร มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 3,777 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากวานนี้ 15 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 3 เซนติเมตรแนวโน้มสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เนื่องจากเขื่อนภูมิพลเขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ได้ปรับลดการระบายน้ำลงเหลือ 60 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน , 20 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน และ 38 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวันตามลำดับซึ่งจะทำให้ปริมาณน้ำด้านท้ายเขื่อนทั้งสามแห่งนี้ลดลงตามไปด้วยส่งผลดีต่อพื้นที่น้ำท่วมในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างหากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่มเติม สถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นในระยะต่อๆไป

       ส่วนสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงในแม่น้ำเจ้าพระยา วันนี้ที่สถานี C.4 สะพานพุทธฯ น้ำขึ้นสูงสุด วัดได้ 2.20 เมตร(รทก.) เมื่อเวลา 07.45 น.คาดการณ์ว่าน้ำขึ้นสูงสุดที่สถานี C.4 สะพานพุทธฯ ในช่วงเย็นของวันนี้จะอยู่ที่ระดับประมาณ 2.15 เมตร(รทก.) เวลาประมาณ 19.30 น. ทั้งนี้ในช่วงวันที่ 13 - 18 ต.ค. 54 นี้ จะเป็นช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูงขอให้ประชาชนในพื้นที่สองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ในเขตจังหวัดปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานครให้เฝ้าระวังตรวจสอบความแข็งแรงของคันกั้นน้ำชั่วคราวให้มีความมั่นคงแข็งแรงอยู่ตลอดเวลาพร้อมทั้งขอให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดด้วย

 

น้ำเจ้าพระยาสูง ประตูระบายบางแพรกล้นท่วมเมืองนนท์

      ผู้สื่อข่าวได้ตระเวนสำรวจสถานการณ์น้ำในเขตอำเภอเมืองนนทบุรี ที่บริเวณหอนาฬิกาท่าน้ำนนท์ พบว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีปริมาณสูงขึ้น ทางเทศยาบลนครนนทบุรี ต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัครและพนักงานดับเพลิงมาช่วยกันบรรจุทรายลงกระสอบเพื่อน้ำไปเสริมแนวกั้นน้ำให้สูงขึ้นอีก พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำในบริเวณดังกล่าวด้วย แม้ว่าบริเวณดังกล่าวจะมีเขื่อนคอนกรีตขนาดใหญ่อยู่แล้วก็ตาม เนื่องจากบางจุดยังมีน้ำไหลซึมเข้ามาตลอดเวลา

      ขณะเดียวกันที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองนนทบุรี ซึ่งตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำก็มีน้ำไหลซึมผ่านแนวกำแพงปูนมาเข้าตลอดเวลา ทางเทศบาลต้องนำเครื่องสูบน้ำติดตั้งเพื่อสูบระบายน้ำออกไปเช่นกัน ถัดมาที่บ้านพักผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ทางเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ระดมกำลังนำกระสอบทรายเพิ่มแนวคั้นกันน้ำหลังที่พักจวนผู้ว่าที่อยู่ติดริมแม่น้ำ เนื่องจากระดับน้ำมีปริมาณสูงขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ อส.จึงต้องช่วยกันเร่งเสริมกระสอบทราบให้สูงขึ้น เพราะหากปล่อยให้น้ำไหลผ่านมาได้ ฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นเรือนจำกลางบางขวางและเรือนจำจังหวัดนนทบุรี จะได้รับผลกระทบจากน้ำในทันที และน้ำจะไหลเข้าสู่เขตชุมชนและตลาดสดนนทบุรีซึ่งเป็นศูนย์กลางของจังหวัดในที่สุด โดยทางเรือนจำได้นำกระสอบทรายมาสร้างแนวรับน้ำที่หน้าเรือนจำแล้ว และยังได้เตรียมถังน้ำมันขนาด 200 ลิตรนับร้อยใบไว้เตรียมรับมือกับสถานการณ์อีกด้วย

      ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบระดับน้ำที่ประตูระบายน้ำคลองบางแพรก 1 พบว่า ปริมาณน้ำด้านนอกซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาได้ท่วมสูงขึ้นเกินกว่าที่ประตูระบายน้ำจะได้ ซึ่งปริ่มล้นท่วมออกมายังถนนสนามบินน้ำบริเวณหน้ากรมราชทัณฑ์ ส่วนพื้นที่ของกรมราชทัณฑ์บางส่วน เช่นสนามฟุตบอลและอาคารที่ตั้งอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำก็เริ่มถูกน้ำเข้าท่วมตัวอาคารแล้ว

      นอกจากนี้ยังมีชุมชนบ้านพักเรือนจำ ชุมชนศาลเจ้า ชุมชนสุเหร่าพระนั่งเกล้า ซึ่งอยู่ติดริมน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ถูกน้ำเข้าท่วมสูงกว่า 1.50 เมตรด้วย ทางเทศบาลนครนนทบุรีต้องนำเรือลำเลียงถุงยังชีพเข้าไปแจกจ่ายช่วยเหลือชาวบ้านในชุมชนริมน้ำ นอกจากนี้ยังต้องนำกระสอบทรายมาแนวกั้นน้ำที่ซอยเข้าชุมชนเหล่านี้ เพื่อไม่ให้น้ำไหลทะลักเข้ามาท่วมถนนชั้นใน

      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังทยอยสูงขึ้นเรื่อย ๆ ก็มีแนวโน้มว่า แนวคันกั้นน้ำบางจุดในเทศบาลนครนนทบุรี มีสิทธิ์ที่จะพังทลายลงมาได้และหากเกิดการพังทลายของแนวกั้นน้ำริมแม้น่ำเจ้าพระยา ก็จะทำให้ปริมาณน้ำจำนวนมากไหลเข้าท่วมสถานที่สำคัญหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นสถานีตำรวจ บ้านพักผู้ว่าราชการจังหวัด สำนักงานที่ดินอำเภอเมืองนนทบุรี สรรพกรภาค 1 เรือนจำกลางบางขวาง เรือนจำจังหวัดนนทบุรี ตลาดสดเทศบาลนครนนท์ ซึ่งทั้งหมดถือเป็นพื้นที่ชุมชนชั้นในของจังหวัด หากถูกน้ำเข้าท่วมจะทำให้ได้รับความเสียหายเป็นวงกว้างในทันที

      นอกจากนี้ชาวบ้านและร้านค้าบางแห่งในเขตท่าน้ำนนท์ เริ่มทยอยก่ออิฐฉาบปูนสร้างผนังกั้นน้ำไว้รับมือกับสถานการณ์แล้วหลายราย ขณะประชาชนในจังหวัดนนทบุรีเริ่มซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคและน้ำดื่มไว้รับมือกับสถานการณ์แล้ว จนทำให้สินค้า เช่นข้าวสาร อาหารกระป๋อง น้ำดื่ม เริ่มหมดและขาดแคลนไปจากห้างสรรพสินค้าอย่างรวดเร็ว

 

เสริมคันกั้นน้ำ "ศิริราช" เพิ่มอีก  50 ซม. 

      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 9.00 น.  ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมคณะผู้บริหาร ได้เดินทางมายังท่าเรือบางโพ เขตบางซื่อ เพื่อลงเรือตรวจสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและแนวคันกั้นน้ำของกทม. ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยได้ล่องเรือไปยังประตูระบายน้ำบางเขน สะพานพระราม 7 สะพานพระราม 8 สะพานธนบุรี ชุมชนเขียวไข่กาที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ จากนั้นไปยังโรงพยาบาลศิริราชและมาสิ้นสุดที่ท่าเรือสะพานพุทธฯ  ซึ่งนายสัญญา ชีนิมิตร ได้รายงานสถานการณ์ขณะอยู่บนเรือว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อเช้านี้วัดที่ปากคลองตลาดอยู่ที่ 2.06 เมตร ซึ่งถือว่ามีปริมาณที่สูงขึ้น ส่วนบริเวณวัดสร้อยทองยังคงปกติ แต่ได้เสริมแนวด้านบนเพิ่มขึ้นเป็น 3 เมตร และอาจมีน้ำซึมเข้ามาในพื้นที่อยู่บ้าง จึงได้ตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่ลงแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว

      นายสัญญา กล่าวต่อว่า กทม.ได้ประสานกับกรมเจ้าท่าในการเดินเรือไม่ให้คลื่นสูงมากจนกระทบกับประชาชนที่อาศัยริมน้ำ ส่วนที่ชุมชนบางซื่อซึ่งอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ บริเวณสถานีสูบน้ำปากคลองบางเขนใหม่ ที่ได้รับน้ำจากคลองเปรมประชากรได้มีน้ำเข้าท่วมแล้ว แต่ทางสถานีได้เสริมกระสอบทรายเป็นแนวป้องกันเรียบร้อยแล้ว เร่งสูบน้ำออกจากแม่น้ำเจ้าพระยา ที่คลองบางเขนเก่า ซึ่งติดกับวัดปากน้ำ จ.นนทบุรี ซึ่งมีระดับน้ำเจ้าพระยาจุดนั้นสูง 2.30 เมตร ส่วนที่โรงพยาบาลศิริราชได้ดำเนินการเสริมแนวกระสอบทรายจากคันกั้นน้ำอีก 50 เซนติเมตร รวมความสูงเป็น 3 เมตร ซึ่งขณะนี้ทางกองทัพเรือได้ดูแลพื้นที่นี้อยู่ ด้านท่าราชวรดิฐก็ได้เสริมกระสอบทรายเพิ่มเป็น 2.80-3 เมตรแล้วเช่นกัน

      จากนั้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากลงเรือตรวจสถานการณ์น้ำว่า ยืนยันว่ามีปริมาณน้ำมากในแม่น้ำเจ้าพระยา แต่กทม.ยังรับสถานการณ์ไหว ซึ่งปริมาณน้ำที่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ที่ 3,797 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนระดับในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากคลองตลาดอยู่ 2.06 เมตร ซึ่งกทม.ยังดูแลได้ เพราะคันกั้นน้ำอยู่ที่ 2.50 เมตร จึงขอให้ประชาชนอย่างตื่นตระหนก เพราะสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ แต่ตนเป็นห่วงชุมชนที่อาศัยอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ จึงได้หารือกับนายเจริญรัตน์ ชูติกาญจน์ ปลัดกทม. ให้เตรียมแผนอพยพรองรับสถานการณ์ หากช่วงวันที่ 16-18 ต.ค.นี้ อาจมีปริมาณน้ำเจ้าพระยาสูง 2.30 เมตร จะทำให้ชุมชนที่อยู่นอกคันกั้นน้ำมีปัญหาแน่ๆ แต่ประชาชนที่อยู่หลังแนวคันกั้นน้ำคงไม่มีปัญหาอะไร

      ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า ขอความร่วมมือประชาชนที่พื้นที่ยังไม่ประสบปัญหาน้ำท่วมอย่าตื่นตระหนก หากไม่จำเป็นขอให้กระสอบทรายกับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน เพราะทรายขาดตลาด ที่สำคัญขอให้ประชาชนอย่าเชื่อข่าวลือ เพราะที่ผ่านมามีข่าวลือว่าปากคลองตลาดจมน้ำแล้ว แต่ตนได้มาตรวจสอบสถานการณ์แล้วพบว่ายังปกติ ดังนั้นอย่าเพิ่งเชื่อข่าวลือในทวิตเตอร์ เฟชบุ๊ค นอกจากนี้ยังมีความเป็นห่วงปริมาณน้ำในคลองมหาสวัสดิ์และคลองรังสิต ซึ่งกทม.ไม่สามารถเข้าไปดูแลได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากอยู่นอกเขตของกทม. แต่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปเสริมกระสอบทรายเพิ่มเติม และเฝ้าดูสถานการณ์ตลอดเวลา ส่วนการระบายน้ำในคลองแสนแสบขณะนี้สถานการณ์ยังปกติ

       ผู้สื่อข่าวถามว่า น้ำเหนือที่จะไหลมาอาจจะมากว่า 4,000,000 ลูกบาศก์เมตร และจะมาถึงกทม.ประมาณ 1,000,000 ลูกบาศก์เมตร ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า คิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่น้ำจะเข้ามาในปริมาณน้ำทั้งหมด ตัวเลขอาจจะจริง แต่ปรากฎการณ์อาจจะไม่เป็นจริงทั้งหมด เพราะมีวิธีการบริหารการจัดการดูแลอยู่แล้ว แต่หากสถานการณ์วิกฤติคนกทม.จะรู้ล่วงหน้าก่อนแน่นอน เพราะตนจะดำเนินการแจ้งเตือนทันที โดยไม่มีการปิดบัง ทั้งนี้ ตนได้กำชับเจ้าหน้าที่กทม.ทุกหน่วยงาน ให้สถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ต้องไม่มีผู้เสียชีวิตในกทม. แม้แต่คนเดียว อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลสั่งให้มีการเร่งการขุดลอกคลองภายใน 1-2 วัน ก็พร้อมที่จะดำเนินการ แต่ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งใดๆ หากมีคำสั่งรัฐบาลต้องมีการสนับสนุนการทำงานของกทม. เพื่อให้ทันกับสถานการณ์ด้วย

 

 

 

ย้ำ!จุดจอดรถช่วยเหลือผู้ประสบภัย

      กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร) แจ้งประชาสัมพันธ์พื้นที่จุดจอดรถฉุกเฉินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ กทม. 109 จุดรองรับรถ 69,959 คันพร้อมเตรียมสถานที่รองรับประชาชนที่เดือดร้อนเข้าสู่ศูนย์อพยพและพื้นที่ปลอดภัยฉุกเฉิน สามารถสอบถามรายละเอียดได้ในพื้นที่ที่ท่านพักอาศัยอยู่ดังนี้

        ทั้งนี้ พื้นที่ชั้นใน บก.น.1 โทร.0-2345-6160 บก.น.5 โทร.0-2255-1888 บก.น.6 โทร.0-2223-0175

        พื้นที่รอบนอก บก.น.2 โทร.0-2566-4253 บก.น.3 โทร.0-2171-4204 บก.น.4 โทร.0-2517-2729

        พื้นที่ฝั่งธนบุรี บก.น.7 โทร.0-2449-0395 บก.น.8 โทร.0-2477-1080 บก.น.9 โทร.0-2451-7231 ศูนย์ควบคุมสั่งการจราจร บช.น. (บก.02) โทร.1197 และตรวจสอบจุดจอดรถฉุกเฉินได้ที่ www. trafficpolice.go.th สามารถติดตามข้อมูลจราจรผ่านทางเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของ บก.จร.ได้ทางสถานีวิทยุ สวพ.91 สน.จราจร 99.5 และ จส.100.