
ปลดล็อกผิวแห่งวัย
ปลดล็อก ผิวแห่งวัย
เพื่อปลดล็อกความลับแห่งการร่วงโรยของผิว มิวราด จึงจัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด มิวราด รีเซอร์เจนซ์ (Murad Resurgence) เพื่อเปิดประสบการณ์ไขความลับของฮอร์โมน สู่ผิวอ่อนเยาว์ สวยเปล่งประกาย โดยได้รับเกียรติจาก "หมอโจ้" นพ.ดิสพงศ์ ปณิฐาภรณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง และเจ้าของศิริตา คลินิก มาร่วมไขความลับ ผลกระทบต่อร่างกาย จิตใจ และการร่วงโรยของผิวพรรณ พร้อมแนะนำเคล็ดลับการดูแลผิวพรรณให้สาวๆ เตรียมรับมือกับปัญหาร่วงโรยของผิวก่อนวัย เพื่อผิวที่สวยเปล่งปลั่งดุจสาวแรกรุ่น
"หมอโจ้" นพ.ดิสพงศ์ เผยว่า สภาวะการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือฮอร์โมนอล เอจจิ้ง พบมากในกลุ่มผู้หญิงวัยทองหรือวัยหมดประจำเดือน ผู้หญิงส่วนใหญ่เข้าใจว่า ริ้วรอยก็คือริ้วรอย แต่หากเราพบสาเหตุของปัญหาการเกิดริ้วรอยอย่างแท้จริง จะสามารถช่วยแก้ไขได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเราจึงต้องเริ่มจากการให้ความรู้ ความเข้าใจ และวิธีการดูแลปรนนิบัติผิวอย่างถูกต้องก่อน
"อาการวัยทองจะส่งผลต่อเนื่องไปถึงผิว ซึ่งปัญหาหลักๆ ที่พบ ได้แก่ ริ้วรอยปานกลางและริ้วรอยลึก หรือผิวหย่อนคล้อยขาดความกระชับ เนื่องจากผิวมีศักยภาพในการผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินลดลง ผิวแห้ง ขาดน้ำ เนื่องจากเซลล์มีความสามารถในการกักเก็บน้ำได้ลดลง ผิวหม่นหมองไม่สดใส เนื่องจากกระบวนการผลัดเซลล์ผิวเสื่อมลง จึงใช้ระยะเวลานานยิ่งขึ้นในการผลัดเซลล์ ผิวบางลงเนื่องจากร่างกายจะผลิตฮอร์โมนแอนโดรเจนหรือฮอร์โมนเพศชายมากกว่าปกติ
ซึ่งมีวิธีทดสอบปัญหาผิวร่วงโรยจากฮอร์โมน ที่สังเกตได้ชัดเจน คือ ผิวเริ่มหย่อนคล้อย โดยลองเอานิ้วรองใต้แก้ม แล้วดันกลับ ถ้ารู้สึกว่าผิวหย่อนลงมาแตะนิ้ว และดันกลับไม่มีแรงต้านแสดงว่าเข้าข่าย แต่ถ้าผิวยังแน่นเด้ง แสดงว่าศักยภาพในการผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินของผิวยังดีอยู่ และไม่ถึงวัยที่จะเป็นกังวล" คุณหมอแนะนำ
พร้อมกับบอกด้วยว่า ผิวชั้นในยังมี เอสโตรเจน รีเซปเตอร์ อยู่เป็นจำนวนมาก การที่เราเติมไฟโตเอสโตรเจนให้แก่ผิวชั้นนอก โดยผ่านการใช้สกินแคร์ที่ผสมไฟโตเอสโตรเจนนั้น ผิวจะสามารถนำไปใช้ได้ทันที และเมื่อผิวได้รับในปริมาณที่เพียงพอ ก็จะกลับคืนสู่สภาพที่อ่อนวัยยิ่งขึ้น และปัญหาต่างๆ ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนจะลดลง
"เคล็ดลับการดูแลผิวพรรณให้เปล่งปลั่งในสภาวะการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อย่างแรก ควรเริ่มจากการดูแลสุขภาพตัวเองจากภายใน โดยการเลือกรับประทานอาหารที่มีไฟโตเอสโตรเจน หรือฮอร์โมนเอสโตรเจนจากธรรมชาติในปริมาณสูง ซึ่งพบมากในถั่วเหลือง โดยเฉพาะผู้หญิงที่เริ่มเข้าสู่วัยทอง หรือวัยหมดประจำเดือน ควรเลือกดื่มน้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลืองมากๆ อันดับสอง ควรรับประทานอาหารที่มีกรดไขมัน โอเมก้า-3 เพราะจะเข้าไปช่วยลดการสูญเสียฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ เช่น ปลาทะเล หรือถั่วต่างๆ ข้าวโพด เมล็ดทานตะวัน รวมถึงผักใบเขียวต่างๆ และสุดท้าย ควรออกกำลังกายเพื่อช่วยลดอาการวูบวาบลง นอนพักผ่อนให้มากๆ และเลิกสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่ช่วงวัยหมดประจำเดือน จะเร่งกระบวนการร่วงโรยมากขึ้นเป็น 2 เท่า" นพ.ดิสพงศ์ แจงปิดท้าย



