ข่าว

น้ำก้อนใหญ่จ่อถล่มกรุงเก่าอีก14ต.ค.

น้ำก้อนใหญ่จ่อถล่มกรุงเก่าอีก14ต.ค.

12 ต.ค. 2554

“ประชา” ระบุน้ำก้อนใหญ่ถึงปากน้ำโพแล้ว จ่อถล่มกรุงเก่าอีกระลอก 14 ต.ค. ถึงกทม. 15 ต.ค. เชื่อ กทม.เสี่ยงน้ำท่วม 50-50 เผยเร่งระดมสร้างสะพานคนเดินเหนือน้ำ เตรียม เรือ-แพ ไว้ใช้แล้ว "อยุธยา" พิษน้ำท่วมหวั่นมลพิษถ่านหินเจือปนน้ำ สินค้าขึ้นกระฉูดไข่ไก่ฟองละ

            12ต.ค.2554 พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะผอ.ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) กล่าวว่า ทางรัฐบาลจีนทราบว่าไทยต้องการเรือในการช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ในน้ำ จึงสนับสนุนเป็นเงิน 1 ล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นเงินหยวนอีก 10 ล้านหยวน นอกจากนี้รัฐบาลจีนได้ส่งเรือน้ำสะเทินน้ำสะเทินบกมา 64 ลำ ขนย้ายมาทางอากาศน่าจะถึงไทยประมาณ 17.00 น. โดยจะนำไปใช้ที่  จ.พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี นครสวรรค์ ลพบุรี และสิงห์บุรี

            พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ขณะนี้มวลน้ำก้อนใหญ่ทางภาคเหนือได้ผ่านจ.นครสวรรค์มาแล้ว คาดว่าจะถึง จ.พระนครศรีอยุธยาประมาณวันที่ 14 ต.ค. โดยขณะนี้ที่จ.พระนครศรีอยุธยามีปริมาณน้ำอยู่ประมาณ 8 พันล้านลูกบาศก์เมตร ทางรัฐบาลได้พยายามผันน้ำลงทะเลใน 2 ทิศทาง คือ ทางตะวันออกจะผันลงทางคลองรพีพัฒน์ ทางคลองแสนแสบ ลงทะเลทางแม่น้ำบางปะกง อีกเส้นทางจะผันลงแม่น้ำท่าจีน ทางคลองมหาสวัสดิ์ คลองภาษีเจริญ อีกส่วนจะมีการผลักดันน้ำลงที่บริเวณคลองลัดโพธิ์ โดยใช้เรือนับพันลำ ผลักน้ำลงทะเล สำหรับน้ำทางตะวันออกจะไปทางจ.ฉะเชิงเทรา จ.สมุทรปราการ จึงเกิดน้ำหลากท่วม สายไหม มีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง ผ่านทางรังสิตลงไป

            ส่วนทางซีกตะวันตกน้ำจำนวนมากจะไหลเอ่อไปที่ จ.ปทุมธานี นนทบุรี และเชื่อว่าคงกระทบถึง จ.นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม อย่างไรก็ตามการปฏิบัติการครั้งนี้เราจะพยายามผันน้ำลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด เพราะมวลน้ำขนาดใหญ่จากนครสวรรค์จะลงมาสมทบอีก ก็ต้องเรียนให้ทราบเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ โดยคาดว่าน้ำจะถึงกทม.ประมาณวันที่ 15 ต.ค.

            “ซึ่งตอนนี้กทม.เหมือนเป็นไข่แดง มีน้ำล้อมรอบ เราทำแนวป้องกันไว้ 3 แนว คือ 1.แนวหลัก 6 เมืองเอก รังสิต 2.คลองทวีวัฒนา ศาลายา และ 3.คลอง 1-9 รังสิต โดยพยายามทำเต็มความสามารถเพื่อรักษากทม.ไว้ให้ได้ ทั้งนี้ ช่วงที่น่าเป็นห่วงคือช่วงวันที่ 14-17 ต.ค. เพราะน้ำเหนือคงลงมาบรรจบที่จ.พระนครศรีอยุธยา น้ำทะเลก็จะหนุนขึ้นสูงสุดในช่วงนั้น และอีกช่วงคือวันที่ 28-31 ต.ค.ซึ่งก็เป็นช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูงสุดเช่นเดียวกัน และหากเกิดพายุขึ้นมาอีก ก็น่าเป็นห่วงเหมือนกัน”พล.ต.อ.ประชา กล่าว

            ผู้อำนวยการศปภ. กล่าวอีกว่า สำหรับน้ำที่มาจากปริมาณน้ำฝน เราไม่สามารถห้ามได้ เพราะหากปริมาณน้ำฝนมาก เขื่อนต่างๆก็จำเป็นต้องระบายออก ซึ่งตรงนี้เราเป็นห่วงอยู่ อย่างไรก็ตาม จากการติดตามสถานการณ์น้ำในวันที่ 12 ต.ค.ก็เป็นที่น่าพอใจและเป็นข่าวดีว่า น้ำในแม่น้ำทั้ง 5 สาย มีปริมาณที่ลดลง ทั้งนี้ หากไม่มีฝนตกหรือพายุเข้ามา จะสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้ เบื้องต้น ตนได้เรียนนายกรัฐมนตรีไปแล้ว เราไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนกมากนัก เพราะเรายัง 50-50 ว่าจะรับสถานการณ์ได้หรือไม่

            “ในส่วนของกทม.ได้ส่งเจ้าหน้าที่สำคัญมาหารือกับศปภ.อยู่ตลอดเวลา และได้มีการเตรียมการรับมือไว้เหมือนกัน ขณะที่ในสถานที่ลุ่มได้มีการทำสะพานรองรับไว้แล้วหากมีน้ำไหลเข้า และก็ได้มีการเตรียมเรือ แพ ไว้บ้างแล้ว ส่วนสถานที่ที่จะเตรียมไว้รองรับผู้อพยพนั้นมีหลายสถานที่คือ 1.ดอนเมือง ที่ขณะนี้เริ่มมีความแออัดแล้ว ที่จอดรถที่รองรับได้ประมาณ 5,000 คันก็เริ่มเต็ม โกดังที่รองรับประชาชนก็เริ่มที่จะเต็มเหมือนกัน เราจึงได้เตรียมไว้อีกที่คือที่สนามบินสุวรรณภูมิที่สามารถรองรับรถประมาณ 5,000 คัน และรับผู้อพยพได้บางส่วน และอีกแห่งหนึ่งคือวัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี ที่ได้มีการประสานไว้ สามารถรองรับรถได้ประมาณ 5,000 คัน จุประชาชนได้ 20,000-30,000 คน”ผู้อำนวยการศปภ. กล่าว


อยุธยาพิษน้ำท่วมหวั่นมลพิษถ่านหินเจือปนน้ำ


            นางมณฑา ประณุทนรพาล ผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า   เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม  ขณะนี้ทางกนอ.กำลังดำเนินการในสองส่ว ทั้งขนเครื่องจักรในการผลิต อุปกรณ์ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ออกมา  ควบคู่ไปกับการอุดรอยรั่วเสริมคันดินที่มีการทรุดตัว เนื่องจากน้ำที่ท่วมสูงรอบนอกนิคมอุตสาหกรรมได้อุ้มในตัวดิน จนมีการทรุดตัว ได้เร่งเสริมกระสอบทรายและเสริมดินหินคลุกอุดรอยรั่วและเฝ้าระวังตลอดแนว


เร่งป้อง2นิคมอุตสาหกรรมกรุงเก่า


            นายประยูร ติ่งทอง อุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  กล่าวว่า  ทางกนอ. ผู้ประกอบการ ทหารบก ได้เร่งเสริมแนวคันดินกั้นนิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) อ.บางปะอิน ตามแนวที่เกิดการรั่วไหลหลายจุด ด้วยการเสริมคันดินตอกเสาเข็ม เสริมกระสอบทราย จนถึงขณะนี้สามารถที่จะป้องกันได้ระดับหนึ่ง แต่ในระยะยาวต้องตรวจสอบอยู่ตลอดเวลา ในนิคมนี้มีโรงงานตั้งอยู่ 143 โรง เนื้อที่กว่า 2,700 ไร่ เงินลงทุน 5.7 หมื่นล้านบาท มีพนักงานกว่า 5 หมื่นคน โดยบางโรงงานได้ประกาศให้พนักงานอพยพออกจากโรงงานไปแล้วเป็นบางส่วน ส่วนนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน ต.คลองจิก อ.บางปะอิ น มีโรงงานอยู่ 90 โรง เนื้อที่กว่า 1 พันไร่ น้ำยังไม่เข้า แต่ได้เร่งเสริมคันดินให้สูงขึ้นอีก ล่าสุดน้ำได้ไหลท่วมผิวถนนอุดมสรยุทธ์หน้าโรงงานกว่า 30 ซม.


อพยพพนักงานออกจากพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม


            การประชุมศูนย์บัญชาการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พล.ต.วลิต โรจนภักดี รองแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นประธานพร้อมด้วยนายวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา และผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยในที่ประชุมให้ความสำคัญในหลายเรื่อง โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำที่เข้าท่วมนิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้าไฮเทค มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นล่าสุด 60 เซนติเมตรในพื้นที่รอบนอก ยังไม่เข้าท่วมพื้นที่ตอนใน

            นายประยูร ติ่งทอง อุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รายงานสถานการณ์ล่าสุดว่า วันนี้จะเร่งเก็บกู้สารเคมีอันตรายในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ สหรัตนนครอ.นครหลวง พยายามขนเครื่องซอฟแวร์ ส่วนที่นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้าไฮเทค และเขตประกอบการแฟคทอรี่แลนด์ วังน้อย ต้องเฝ้าระวัง ได้ประสานไปยังผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมบางปะอินออกประกาศเตือน พร้อมให้ประเมินสถานการณ์ตัวเองว่าควรจะปิดโรงงานหรือไม่อย่างไร หรืออพยพพนักงานออกมา เนื่องจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ เขตประกอบการแฟคทอรี่แลนด์ วังน้อย ต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากแนวกั้นน้ำที่ทำไว้เริ่มมีปัญหา


ชาวอำเภอนครหลวงหวั่นสารพิษ


            สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย แม่น้ำลพบุรี และแม่น้ำป่าสัก ที่มีระดับสูงไหลเข้าท่วมพื้นที่ทั้ง 16 อำเภอ ระดับน้ำบางจุดสูง  4 เมตร สร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องอาหาร น้ำดื่มที่มีไม่เพียงพอ ถึงกับแย่งชิงอาหารกัน ซึ่งทางตำรวจได้รับแจ้งมีหลายจุดที่ ผู้ประสบภัยบุกเข้าไปทุบกระจกร้านสะดวกซื้อ เพื่อขโมยอาหาร

            นอกจากนี้ยังพบว่า ในต.คลองสะแก ต.บ่อโพง อ.นครหลวง ผู้ประสบภัยน้ำท่วมเริ่มหวาดกลัวเมื่อพบว่าน้ำในแม่น้ำป่าสักที่ไหนผ่าน อ.นครหลวง มีสีดำ เนื่องจากทั้งสองตำบลข้างต้นมีท่าเรือขนถ่ายถ่านหิน และกองถ่านหินที่กองค้างอยู่ตามท่าเทียบเรือถูกน้ำท่วมสูง  จนทำให้ฝุ่นละอองจากถ่านหินปนเปื้อนมากับแม่น้ำ  ที่อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้

 

ไข่ไก่ฟองละ6บาทหมูกก.ละ200บาท


            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สินค้าทุกชนิด ขึ้นราคาขายทุกรายการ เช่นไข่ไก่  ราคาฟองละ 6 บาท หมู กิโลกรัมละ 200 บาท น้ำดื่มขนาด 5 ลิตร ขวดละ 80 บาท ผักทุกชนิดเฉลี่ยขึ้นอีกกิโลกรัมละ ละ 20-40 บาท   โดยมีปัจจัยมาจากสินค้าต่าง ๆ มีน้อย   และขณะนี้พบว่าอาหารสำเร็จรูปเริ่มขาดแคลนเพราะมีการซื้อตุนเอาไว้มาก


จระเข้เพ่นพล่านตลาดเจ้าพรหม


            ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีประชาชนในเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาบริเวณถนนป่ามะพร้าว ถนนคลองมะขามเรียง ซอยจักรพรรดิ พบเห็นจระเข้บนหลังคาบ้านที่ถูกน้ำท่วม   และมีการประสานอาสาสมัครในการจัดชุดไล่ล่า

            นายประชา สุทธิประภา อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/13 ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่าตนเองได้รับแจ้งจากเพื่อบ้านว่าพบเห็นจระเข้โผล่ขึ้นมาเกยอยู่บนหลังคาบ้าน ซอยจักรพรรดิ์ จังหวะนั้นตนเองหนีน้ำขึ้นไปอยู่บนชั้นสองของบ้านจึงได้อกมาดูพบจระเข้ขนาดความยาว  2 เมตร หนีลงจากหลังคาว่ายน้ำหายไปจึงได้แจ้งหน่วยกู้ภัย เข้ามาค้นหาแต่ไม่พบ ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ถนนป่ามะพร้าวใกล้กันกับจุดที่ตนเองอยู่มีผู้เห็นจระเข้ กินสุนัขไปแล้ว 1 ตัว


ย้ำเจ้าหน้าที่กลั่นกรองและตรวจสอบความถูกต้องผู้ประสบภัย


            นายวิทยา ผิวผ่อง ผวจ. พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ขณะนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย จากการสำรวจมีผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่กว่า 3 แสนคน และการให้ความช่วยเหลือได้กระจายออกไป แต่ปัญหาที่พบในขณะนี้ คือทางจังหวัด ไม่สามารถรวมศูนย์ประชาชนให้อยู่ในจุดใหญ่ได้ จึงทำให้ประชาชนกระจายอยู่ทุกพื้นที่ ซึ่งในแต่ละวันมีจำนวนหลายพันรายต้องตรวจสอบให้ละเอียด  วิเคราะห์ให้ได้ว่าได้รับความเดือดร้อนจริงหรือไม่ เพราะทำให้การช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่เกิดความผิดพลาด ล่าช้า


ผบ.ทร.สั่งยุทโธปกรณ์ทุกชนิดลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน
 

            พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เดินทางไปยังวัดปุรณาวาส เขตทวีวัฒนา เพื่อตรวจเยี่ยมกำลังพลที่กำลังดำเนินการบรรจุทรายเพื่อเร่งสร้างคันกั้นน้ำเพื่อป้องกันน้ำไม่ให้ไหลท่วมบ้านเรือนประชาชนที่บริเวณเขื่อนกั้นน้ำวัดปุรณาวาส เขื่อนกั้นน้ำสุขสบาย ซอย 1 และเขื่อนกั้นน้ำหมู่บ้านสุขสบายเรียบคลองมหาสวัสดิ์ โดยมีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร โดยจัดกำลังพลจำนวน 360 นายมาร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ จากหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน 150 นาย หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยาน และรักษาฝั่ง 110 นาย และฐานทัพเรือกรุงเทพ 100 นาย

            ทั้งนี้ พล.ร.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า กองทัพเรือพยายามดำเนินการให้ดีที่สุดยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีอยู่จะนำไปช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ ทั้งนี้กองทัพเรือรับผิดชอบในพื้นที่ กทม. 16 เขต พร้อมกับให้กรมอู่ทหารเรือสร้างแพ และจัดหาเรือท้องแบนอีก 100 ลำ ในการสนับสนุนศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุกทกภัย (ศปภ.) สำหรับสารไซยาไนที่ค้นพบในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะอยู่ระหว่างการตรวจสอบในรายละเอียด


“ทอ.”ส่งเครื่องบิน4ลำบินประเมินสถานการณ์น้ำ


            พล.อ.ต.มณฑล สัชฌุกร โฆษกกองทัพอากาศ(ทอ.) กล่าวว่า ทอ.ได้จัดอากาศยานสนับสนุนศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(ศปภ.) โดยมีเครื่องบินลาดตระเวนแบบ AU-23 จำนวน 2 เครื่อง โดยเครื่องแรกจะติดเครื่องกระจายเสียงเพื่อแจ้งเตือนหรือนัดหมายประชาชนหากจะมีการช่วยเหลือจากรัฐในพื้นที่ดังกล่าว ส่วนเครื่องบินลำที่สองจะติดกล้องถ่ายภาพเคลื่อนไหว(วีดีโอแบบเรียวไทม์) โดยจะส่งภาพมาที่ศปภ. เพื่อให้ทางศูนย์ฯสามารถรับรู้สถานการณ์และประเมินสถานการณ์จริง พร้อมทั้งตรวจสอบสภาพน้ำเพื่อวิเคราะห์แผนรับมือ
           
            “ทอ.ได้เตรียมเครื่องบินตรวจการณ์และฝึก (บตฝ.20) แบบไดมอนจำนวน 2 ลำ ซึ่งเป็นเครื่องบินถ่ายภาพทางอากาศแบบอินฟาเรด สามารถค้นหาประชาชนที่ติดอยู่ในพื้นที่ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า โดยกล้องอินฟาเรดสามารถสแกนหาสัญญาณบ่งบอกสิ่งมีชีวิตได้และภาพมีความคมชัดสูง ทั้งนี้ ทอ.พร้อมปฏิบัติการทันทีเมื่อได้รับคำสั่ง” โฆษก ทอ.ระบุ

 

“เฉลิม”ขอตัวนักโทษชั้นดีช่วยเหลือน้ำท่วม


            ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้ทำหนังสือแจ้งไปยัง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรมว่า ให้พิจารณาคัดสรรนักโทษ ตามเรือนจำต่างๆ เพื่อมาช่วยเหลือประชาชนในด้านต่างๆ หลังน้ำลด โดยหนังสือ ระบุว่า  เรียนรมว.ยุติธรรม ตามที่เกิดเหตุอุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ จนเป็นเหตุให้บ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชน เกิดความเสียหายจำนวนมาก ซึ่งการฟื้นฟู บำรุง ซ่อมแซม หลังน้ำลดจึงเป็นภาระและสร้างความเดือดร้อน ให้แก่ประชาชนที่จะต้องใช้ทุนทรัพย์ของตนเองอย่างมากมายมหาศาล ดังนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชน จึงให้มีการพิจารณาคัดสรรนักโทษชั้นดี ตามเรือนจำต่างๆ ที่มีความรู้ และความสามารถในด้านต่างๆ อาทิ ด้านการก่อสร้าง ด้านเครื่องจักร เครื่องกล เครื่องยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันของชาวบ้านเป็นต้น เพื่อออกให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนหลังน้ำลดต่อไปด้วย