ข่าว

น้ำท่วมทำพิษเลื่อนชิงลีกคัพ

น้ำท่วมทำพิษเลื่อนชิงลีกคัพ

12 ต.ค. 2554

เลื่อนรอบชิงลีกคัพหนีน้ำท่วมแบบไม่มีกำหนด แต่ยันต้องหาแชมป์ให้ได้ภายในปีนี้ ขณะที่ 'พลังเอ็ม' โอสถสภา เอ็ม 150 สระบุรี หนีไม่พ้นขอเลื่อนเกมปะทะ เอสซีจี สมุทรสงคราม เช่นเดียวกับบางกอกกล๊าส พบ ศรีสะเกษเมืองไทย ทำให้ไทยพรีเมียร์ลีก ตัดสินใจเลื่อนเกมปิดฤดูกาล

          หลังจากอุทกภัยที่สร้างปัญหาให้ทุกภาคส่วนของประเทศในเวลานี้ ล่าสุดกระทบมาถึงวงการฟุตบอลไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น โดย 'มร.โอเค' องอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เกมนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลลีกคัพ ในวันเสาร์ที่ 15 ตุลาคมนี้ ระหว่างการท่าเรือไทย พบ บุรีรัมย์-พีอีเอ จะถูกเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด

          เนื่องจากมีปัญหาทั้งการเดินทาง หรือแม้แต่ฝ่ายผู้สนับสนุนเองพิจารณาแล้วเห็นว่า ในช่วงเวลาเช่นนี้ควรจะระดมความช่วยเหลือทุกอย่างไปให้ถึงผู้ประสบภัยอย่างรีบด่วน ทำให้ขอเลื่อนเกมนัดนี้ออกไปก่อน โดยจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด 

          'คม ชัด ลึก' ตรวจสอบเรื่องนี้ไปที่บริษัท สปรินเวิร์ค จำกัด ในฐานะฝ่ายจัดการแข่งขัน ได้รับการเปิดเผยว่า นัดชิงชนะเลิศลีกคัพ คงจะต้องเกิดขึ้นภายในปีนี้แน่นอน แต่จะเป็นวันใดจะมีการกำหนดออกมาอีกครั้งหนึ่ง เพราะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ต้องมีเกมพรีเมียร์คัพ ซึ่งจะมีทีมเชนได จากญี่ปุ่น มาเป็นคู่แข่งขันกับผู้ชนะเลิศของไทย

          นอกจากนี้การแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกในช่วงสุดสัปดาห์นี้ เจอปัญหาน้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่เช่นกัน จนต้องมีการเลื่อนเกมออกไป 2 คู่ ได้แก่ บางกอกกล๊าส พบ ศรีสะเกษเมืองไทย เลื่อนจากวันที่ 15 ตุลาคม ไปแข่งในวันที่ 31 ธันวาคม และโอสถสภา เอ็ม 150 สระบุรี พบ เอสซีจี สมุทรสงคราม ที่สนาม อบจ.สระบุรี เอ็ม 150 เลื่อนจากในวันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม เลื่อนไปแข่งขันในวันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม

          โดยหลังจากปัญหาต้องเลื่อนการแข่งขันหลายคู่ ทั้งจากสาเหตุอุทกภัย และต้องหลีกทางให้การเตรียมทีมชาติไทย ทำให้บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ตัดสินใจปรับโปรแกรมแข่งขันใหม่อีกรอบ โดยจะกำหนดปิดฤดูกาลในวันที่ 7 มกราคมปีหน้า แทนที่จะเป็น 31 ธันวาคม 2554 ซึ่งยังทันต่อกำหนดเส้นตายส่งรายชื่อสโมสรตัวแทนของประเทศไทย ไปร่วมการแข่งขันฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ที่เอเอฟซี กำหนดไว้ในวันที่ 14 มกราคม

          ทั้งนี้ สรุปโปรแกรมการแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์นี้ จะมีแข่งขัน 5 คู่ ได้แก่

วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม ขอนแก่น พบ อาร์มี่ ยูไนเต็ด ที่สนามกีฬากลางขอนแก่น เวลา 18.00 น., ชลบุรี พบ อินทรีเพื่อนตำรวจ ที่สนาม สพล.ชลบุรี เริ่ม 18.00 น.

วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พัทยา ยูไนเต็ด พบ บีอีซี เทโรศาสน ที่สนาม สพล.ชลบุรี, ทีโอที พบ ราชนาวี ที่ทีโอที สเตเดี้ยม, เมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด พบ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่ยามาฮ่า สเตเดี้ยม เริ่ม 18.00 น.ทุกคู่

          ส่วนดิวิชั่น 1 ยังคงเตะตามปกติยกเว้นคู่ สุพรรณบุรี เปิดสนามกีฬากลาง พบ สระบุรี ในวันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคมเท่านั้น ที่เลื่อนรอกำหนดวันแข่งขันใหม่ ขณะที่ดิวิชั่น 2 โดยการเปิดเผยของ เกรียงสิทธิ์ หนุ่มรักชาติ กล่าวว่า โปรแกรมรอบแชมเปี้ยนส์ลีกทุกคู่ยังยืนยันแข่งขันตามกำหนดเดิมทั้งหมด

 

บอลอาชีพปี2555ได้เงินหนุน210ลบ.

          นายสกล วรรณพงษ์ รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ฝ่ายกีฬาอาชีพ และสิทธิประโยชน์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมกีฬาอาชีพ ที่อาคารที่พักนักกีฬา 300 เตียง กกท.หัวหมาก โดยที่ประชุมสรุปงบประมาณที่เหลือจากปี 2554 เป็นเงิน 6,394,301.06 บาท และสามารถนำไปใช้ในปีงบประมาณ 2555 ได้ ซึ่งในปี 2555  กองทุนได้รับงบประมาณจากรัฐบาลอีก 50 ล้านบาท เพื่อนำมาส่งเสริม และสนับสนุนการจัดกีฬาอาชีพ 12 ชนิด  

          สำหรับปีงบประมาณ 2555 นั้น นายสกล กล่าวว่า กีฬาอาชีพได้งบประมาณ 236 ล้านบาท มากกว่าปีที่แล้วที่ได้ 220 ล้านบาท โดยฟุตบอลอาชีพ (ไทยพรีเมียร์ลีก และลีก ดิวิชั่น 1) ยังได้เงินสนับสนุน 110 ล้านบาทเหมือนเดิม ส่วนลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 นั้น จะได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ 100 ล้านบาท สำหรับเงินที่เหลืออีก 136,000,000 บาท ก็จะจัดสรรให้กีฬาอาชีพอีก 11 ชนิด รวมทั้งเป็นค่าดำเนินงานในเรื่องอื่นๆ ด้วย

          นายสกล กล่าวอีกว่า กีฬาอาชีพของ กกท.นั้น ตนได้ให้นโยบายเน้นเรื่องคุณภาพของการจัดการแข่งขันทุกชนิดกีฬา เน้นการทำโครงสร้างของกีฬาอาชีพให้แข็งแกร่ง โดยจะมุ่งไปที่กีฬาประเภททีม 3 ชนิดก่อน คือ ฟุตบอล, วอลเลย์บอล, ตะกร้อ ซึ่งฟุตบอลมีการเลื่อนชั้นตกชั้นที่ชัดเจน และปีนี้ได้มีการจัดวอลเลย์บอล ระดับดิวิชั่น 1 และตะกร้อ ระดับดิวิชั่น 1 เพิ่มอีกหนึ่งลีก

          จะได้มีการขึ้นชั้นตกชั้น ไม่ใช่แข่งกันไป 8 ทีม 12 ทีม มาเป็นเวลา 7-8 ปี สโมสรที่ได้อันดับสุดท้ายก็ยังได้เงินรางวัล รวมทั้งได้สิทธิแข่งขันในปีต่อไป จึงไม่เป็นกีฬาอาชีพเสียที สำหรับการบริหารจัดการให้เป็นสโมสรอาชีพ สมาคมและกกท. ก็จะจัดอบรมเพื่อให้ความรู้กับผู้บริหารแต่ละสโมสรควบคู่กันไปด้วย    

          ในขณะที่กีฬาอาชีพประเภทบุคคลนั้น นายสกล กล่าวว่า ในปีนี้จะให้จัดการแข่งขันใหม่ จากเดิมแข่งขันกันเฉพาะคนไทย นักกีฬาที่ได้แชมป์ก็เป็นกลุ่มเดิม หรือมีหน้าใหม่แค่ 1-2 คน ไม่มีการพัฒนาเท่าที่ควร แต่ปี 2555 จะเน้นให้เชิญนักกีฬาระดับโลก เลือกรายการสำคัญมาแข่ง มีการเก็บคะแนนสะสม เพื่อจัดอันดับโลก

          เพื่อให้เกิดความตื่นตัว และมีการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น นักกีฬาไทยจะได้พัฒนาฝีเมืออย่างแท้จริง รวมทั้งบุคลากรได้มีการเรียนรู้การทำงานแบบมืออาชีพมากขึ้นด้วย ส่วนเรื่องการส่งนักกีฬาไปแข่งขันต่างประเทศก็จะทำอยู่เหมือนเดิม      

          รองผู้ว่าการ กกท.กล่าวในตอนท้ายว่า ภายในระยะเวลา 2 ปีจะมีการสรุปกีฬาอาชีพทั้ง 12 ชนิดว่า กีฬาชนิดไหนที่สามารถผลักดันให้เป็นกีฬาอาชีพได้อย่างแท้จริง  ซึ่งกีฬาแต่ละชนิดก็จะมีการประเมินที่แตกต่างกัน แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับว่า กีฬาบางชนิดอาจจะไม่สามารถก้าวไปเป็นอาชีพได้อย่างแท้จริง และอาจจะเหลือเพียง 5-6 ชนิดเท่านั้นที่ทำได้ ดังนั้น กีฬาชนิดที่เหลือก็จะส่งเสริมไปในทางกีฬาเพื่อความเป็นเลิศเท่านั้น