ข่าว

'สธ.'เผย6รพ.กทม.เตียงว่าง206หลัง

'สธ.'เผย6รพ.กทม.เตียงว่าง206หลัง

12 ต.ค. 2554

“สธ.”เผยกทม.มีเตียงผู้ป่วยว่าง 6 รพ.แค่ 206 เตียง -ภาคกลางแค่ 70 เตียง รพ.สวรรค์ประชารักษ์อพยพผู้ป่วยชุดสุดท้ายหมดแล้ว มธ.เล็งเปิดศูนย์พักพิงเพิ่มอีก1แห่งผู้อพยพทยอยเข้าไม่ขาดสาย

           12ต.ค.2554 แหล่งข่าวจากกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยข้อมูลความพร้อมของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ที่จะต้องรับผู้ป่วยฉุกเฉินจากพื้นที่ประสบภัยปัญหาน้ำท่วมอย่างหนัก หากจะต้องมีการขนย้ายผู้ป่วยออกจากพื้นที่มายังโรงพยาบาลที่มีความปลอดภัย ซึ่งจากการตรวจสอบจำนวนเตียงผู้ป่วยที่ว่างและจะสามารถรองรับผู้ป่วยได้นั้น ขณะนี้โรงพยาบาลในกรุงเทพมหานคร ที่มีเตียงผู้ว่างอันดับ 1 คือ โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ เขตลาดกระบัง มีเตียงผู้ป่วยสามัญว่าง 60 เตียง โรงพยาบาลสิรินธร 49 เตียง โรงพยาบาลกลาง 41 เตียง โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์  28 เตียง โรงพยาบาล หลวงพ่อทวีศักดิ์ ย่านหนองแขม ว่าง 19 เตียงและโรงพยาบาลตากสิน 9 เตียง โดยไม่มีโรงพยาบาลใดในกรุงเทพมหานครที่มีเตียงผู้ป่วยไอซียูว่าง

           สำหรับในพื้นที่ภาคกลาง ได้แก่ โรงพยาบาลสมุทรปราการ 85 เตียง โรงพยาบาลนครนายก 45 เตียง โรงพยาบสระบุรี 25 เตียง ส่วนพื้นที่ภาคตะวันออก ได้แก่ โรงพยาบาลศูนย์ชลบุรี จ.ชลบุรี 69 เตียง โรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี 50 เตียง สำหรับพื้นที่ภาคอีสาน โรงพยาบาลมหาราช จ.นครราชสีมา มีเตียงว่าง 100 เตียง ขณะที่ภาคเหนือมีเพียงโรงพยาบาลตากสินมหาราช จ.ตาก ว่าง 25 เตียงและไอซียูว่าง 3 เตียง


รพ.สวรรค์ประชารักษ์อพยพผู้ป่วยชุดสุดท้ายหมดแล้ว


           นพ.ศักดิ์ชัย นิลวัชรารัง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ เปิดเผยว่า ขณะนี้โรงพยาบาลได้อพยพผู้ป่วยชุดสุดท้ายจำนวน 13 คนออกจากโรงพยาบาลไปหมดแล้ว โดยส่งต่อไปยังโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลในกรุงเทพ โรงพยาบาลพิษณุโลก และส่วนหนึ่งก็อนุญาตให้เดินทางกลับบ้านได้ ซึ่งการส่งต่อผู้ป่วยจะแบ่งแยกตามอาคาร

            "การอพยพผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลได้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 3 แล้ว โดยการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยขึ้นกับความสมัครใจและความยินยอม หากยินยอมก็ให้ย้ายก่อน" นพ.ศักดิ์ชัย กล่าว

            สำหรับน้ำที่ท่วมโรงพยาบาลขณะนี้ได้ท่วมพื้นที่ชั้น 1 ระดับน้ำสูงกว่า 70 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่แพทย์และพยาบาลก็ได้อพยพออกนอกพื้นที่ไปตั้งหน่วยแพทย์นอกโรงพยาบาลเพื่อให้บริการประชาชนแทน ยังเหลือเพียงเจ้าหน้าที่เฉพาะในอาคารสำนักงานเท่านั้น


มธ.เล็งเปิดศูนย์พักพิงเพิ่มอีก1แห่งผู้อพยพทยอยเข้าไม่ขาดสาย


            ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต(มธ.) ต. คลองหนึ่ง อ. คลองหลวง จ. ปทุมธานี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา ม.ธ. เปิดเผยว่า สถานการณ์ศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยน้ำท่วม มธ. ศูนย์รังสิต ตัวเลขผู้อพยพล่าสุดเวลา 13.00 น. ทั้งสิ้น 1,200 คน แต่ก็มีทย่อยเข้ามาเรื่อยๆ ทางศูนย์ฯคาดว่าจะสามารถรับได้ 1,700 คน อย่างไรก็ตาม หากสถานที่เต็มไม่เพียงพอก็จะพิจารณาเปิดศูนย์ประชุม 1 ที่สามารถรับได้ 1,500 คน ให้ผู้เดือดร้อนเข้ามาพักพิงต่อไป

                 ล่าสุด ศูนย์มีความพร้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัยทุกด้านไม่ว่าจะเป็น อาสาสมัครที่มาจากข้างนอก และนิสิต นักศึกษาของมธ.เอง อาหาร ห้องน้ำ ที่นอน แพทย์ เครื่องอุปโภคบริโภค หลังจากมีผู้บริจาคทย่อยเข้ามาบริจาคสิ่งของเรื่อยๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีผู้ประสบภัยทย่อยอพยพเข้าศูนย์ฯเช่นกัน

                 “เราพร้อมที่จะช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน ไม่ว่าใครก็ตามที่เดินเข้ามาที่นี้จะเป็นมิฉาชีพหรือแฝงมาในรูปแบบใดก็ตาม ผมให้ความช่วยเหลือทุกอย่าง”รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา มธ.กล่าว

                 รศ.ดร. กำพล รุจิวิชชญ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มธ. ศูนย์รังสิต กล่าวว่า ตนเชื่อว่าศูนย์ฯแห่งนี้จะมีศักยภาพมากในการรองรับและดูแลผู้อพยพ เพราะมหาวิทยาลัย บุคลากรแพทย์ ที่ผลัดเปลี่ยนมาดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุที่มาอาศัยชั่วคราวได้ ขณะเดียวกัน ก็ยังมีห้องน้ำจำนวนมากพอที่จะรองรับผู้อพยพเพราะเป็นสนามกีฬาเดิม  รวมไปถึง จุดฝากรถที่สามารถจอดได้มากว่า 300 คัน

                 ด้านอ.ศิรินทร์ ใจเที่ยง ผู้ดูแลอหารและห้องน้ำ กล่าวว่า ตลอดทั้งวันมีผู้ใจบุญโทรศัพท์เข้ามาทำครัวจำนวนมาก แต่ติดเรื่องของสถานที่ที่คับแคบ แต่ขอความร่วมมือจากผู้ใจบุญโดยจะนัดวันเวลาว่าควรจะมาวันที่เท่าไหร่ ซึ่งตอนนี้มีตารางยาวถึงวันเสาร์ แต่หลังจากนั้นยังไม่ทราบซะตากรรม

                 “อาจารย์กลัวว่าช่วงหลังๆจะไม่มีใครมาบริจาคเพราะเราต้องอยู่อย่างนี้อีกนานกว่าน้ำจะลด อีกอย่างอาหารที่ทำไม่ใช่แค่ทำให้คนในศูนย์นี้กินนะ แต่ทำส่งผู้ประสบภัยข้างนอกด้วย ทั้ง วังน้อย อุทัย หน้าบิ๊กซี ถ้าอาหารตรงนี้หมด กลัวว่าทั้งคนในศูนย์นอกศูนย์จะไม่ได้กิน”ผู้ดูแลอหารและห้องน้ำ กล่าว
 
    
ผู้ว่าฯพิษณุโลกมอบเงินช่วยเหยื่อน้ำท่วม

            เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ที่หน้าเทศบาลตำบลบึงระมาณ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก นายปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พบปะราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอบางระกำ และมอบเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบภัยที่มีบ้านเรือนและทรัพย์สินได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ตามมติคณะรัฐมนตรี ครัวเรือนละ 5,000 บาท โดยมอบผ่านธนาคารออมสิน แก่ราษฎรในตำบลปลักแรด จำนวน 7 หมู่บ้าน 152 ราย รวมจำนวนเงิน 760,000 บาท นอกจากนี้ยังได้มีการมอบเงินช่วยเหลือผ่านธนาคารออมสิน ให้แก่ราษฎรที่บ้านเรือนถูกน้ำท่วมใน 8 หมู่บ้านของตำบลบ่อทอง จำนวน 133 ราย เป็นเงิน 665,000 บาท และราษฎรใน 8 หมู่บ้านของตำบล วังอิทก จำนวน 468 ราย เป็นเงิน 2,340,000 บาท
 
ชาวมหาชัยบริจาคสิ่งของช่วยน้ำท่วมลพบุรี

            นายปรีชา ศิริแสงอารำพี ฐานะตัวแทนประธานสภาหอการค้าจังหวัด และนายอภิชิต ประสพรัตน์ ปธ.สภาอุตสาหกรรมสมุทรสาคร แถลงรายงานคืบหน้าตัวเลขยอดรับบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม “ศูนย์มหาชัยรวมใจ-ช่วยภัยน้ำท่วม” หลังเตรียมลำเลียงบรรเทาทุกข์ยัง จ.ลพบุรี (ในวันที่ 13 ต.ค.) ว่า มีบรรดาห้างร้าน ประชาชน ผู้ประกอบการโรงงาน และอุตสาหกรรม ในพื้นที่ ร่วมสมทบ อาทิ ข้าวของเครื่องใช้ชีวิตประจำวันที่จำเป็น ทั้งนี้รวมทั้งหมด 135 จุด 3 อำเภอ มอบแก่ยอดผู้ประสบภัย 36,000 คน

ทม.พัทลุง-ปชช.ร่วมบริจาคสิ่งของช่วย

            ที่ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลเมืองพัทลุง นายโกสินทร์ ไพศาลศิลป์ นายกเทศมนตรีเมืองพัทลุง รับมอบเครื่องอุปโภค บริโภค เช่นน้ำดื่ม ข้าวสาร อาหารแห้ง เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม พร้อมเงินสดจำนวน 57,000 บาท จากประชาชน 45 ชุมชน ในเขตเทศบาลเมืองพัทลุง ที่เปิดจุดร่วมรับบริจาคตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม - วันที่ 13 ตุลาคม เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสพอุทกภัยใน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

                          นายโกสินทร์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ทางเทศบาลยังได้มีการประชุมตัวแทนชุมชนทั้ง 45 ชุมชน พร้อมหหัวหน้าส่วนงานที่เกี่ยวข้องในเขตเทศบาลเมืองพัทลุง เพื่อเตรียมรับมือน้ำท่วมในอีก 1 เดือนข้างหน้าอีกด้วย โดยมีการสั่งเน้นย้ำให้ หัวหน้าชุมชนและเจ้าหน้าที่ฝ่ายช่างเทศบาล เร่งสำรวจในจุดที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมเพื่อเตรียมแก้ไขปัญหา ให้กับชาวบ้านอย่างเร่งด่วนแล้ว

 เรือนจำภูเก็ตนำผู้ต้องขังช่วยขุดลอกคูคลองระบายน้ำ

            นายระพินทร์ นิชานนท์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า เนื่องจากในระยะนี้ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตมีฝนตกหนักลงมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังเนื่องจากไม่สามารถระบายน้ำลงทะเลได้ทัน ทางเรือนจำจังหวัดภูเก็ตจึงได้จัดทำโครงการ “นำนักโทษบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ เพื่อแกปัญหาน้ำท่วมและความเดือดร้อนประชาชน” ขึ้น ล่าสุดได้รับการประสานจากองค์การบริหารส่วนตำบลป่าคลอก อ.ถลาง ให้นำผู้ต้องขังไปร่วมขุดลอกคลองและคูระบายน้ำในพื้นที่ ต.ป่าคลอก เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนและถนน เนื่องจากมีสิ่งกีดขวางทางน้ำในลำคลอง ลำรางสาธารณะและคูระบายน้ำเป็นจำนวนมาก


ผู้นำท้องถิ่นตบเท้าประท้วงนายอำเภอขอนแก่นเมินช่วยน้ำท่วม

            เมื่อเวลา 10.30 น. นายอุทัย โวหาร นายก อบต.บ้านผือฯ ประธานชมรมนายก อบต.อำเภอหนองเรือ พร้อมด้วย นายสมาน อ่อนตาแสง กำนันตำบลบ้านผือ ปธ.ชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน อ.หนองเรือ ,นายสัมฤทธิ์ ศรีหลง อดีต ปธ.ชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน อ.หนองเรือ นางรัชนี ลาสม กำนัน ต.จรเข้ อ.หนองเรือ และกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านอีกหลายตำบลในอำเภอหนองเรือหลายร้อยคน ได้รวมตัวกันที่บริเวณศาลาวัดโพธิ์เลียบ บ้านโพธิ์ตาก ต.บ้านผือ อ.หนองเรือ เพื่อประท้วง ส.ส.ขอนแก่น ในซีกของรัฐบาลคนหนึ่ง และนายอำเภอหนองเรือ จ.ขอนแก่น เพราะไม่พอใจกรณีน้ำท่วมและสิ่งของช่วยเหลือ

 

ศธ.มอบซี11บัญชาการรับมือน้ำท่วมเป็นรายจังหวัด 


          นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้ศธ.ได้โอนงบประมาณรับมือสถานการณ์น้ำท่วมไปยังโรงเรียนโดยตรงเพื่อให้โรงเรียนเตรียมการป้องกันสถานศึกษา พร้อมให้การช่วยเหลือผู้ปกครอง ชุมชนรอบโรงเรียน และ ศธ. จะติดตามการดำเนินงานเป็นระยะ อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) ดูแลภาพรวมทั้งหมด และได้มอบหมายให้ผู้บริหารระดับ 11 ของ ศธ. รับผิดชอบบัญชาการในแต่ละจังหวัด ติดตามการทำงานทุกหน่วยงานของ ศธ.ในพื้นที่นั้นๆ อย่างใกล้ชิด

          ดังนี้ นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ดูแลจังหวัดปทุมธานี และนนทบุรี นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการสำนักบริหารงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ( กศน.) และนายชาญวิทย์ ทับสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ( กช.) ดูแลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

            
          นายพงษ์พันธ์  ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ขณะนี้ทางศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(ศปภ.)ดอนเมือง ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งขึ้น ได้มอบให้กระทรวงศึกษาฯ จัดผลิตเรือจำนวน 1,000 ลำ และสุขาลอยน้ำ จำนวน 500 ชุด  โดยกระทรวงศึกษาฯ จะมอบให้วิทยาลัยเทคนิคเพชรบูรณ์ กับวิทยาลัยใกล้เคียง และวิทยาลัยเทคนิคอุบลฯ ผลิตเรือ รวมถึงให้วิทยาลัยการอาชีพกาญจนาภิเษก เขตหนองจอก กทม.เป็นศูนย์กลางในการผลิตสุขาลอยน้ำ ให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม 

          โฆษก ศธ. กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ทางคณะสัตว์แพทย์ ม.เกษตรศาสตร์ รับที่จะประสารกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆอีก 10 แห่ง เพื่อระดมสัตว์แพทย์ไปช่วยดูแลสัตว์เลี้ยงที่เจ็บป่วยและนำออกจากพื้นที่เพื่อไปพื้นฟู  นอกจากนี้ ยังได้ประสารกับ รพ.ต่าง ๆให้ตั้งรับเพื่อดูแลผู้ป่วยที่ประสบภัยไปดูแลต่อ โดยให้ รพ.ราชวิถีเป็นศูนย์กลางการรับ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ประสบภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือจากหน่อยแพทย์เคลื่อนที่ได้ที่หมายเลข 081-9076384 

 

 “ชูวิทย์”ฉุนแทน“ชาวบ้าน”ถูกเอาเปรียบ


          นายชูวิทย์ กมลวิศิฏฐ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย กล่าวว่า ได้รับการร้องทุกข์จากชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยเฉพาะใน จ.อยุธยา จึงได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบพบว่า ความเป็นอยู่ของชาวบ้านลำบากมากโดยเฉพาะชาวบ้านที่อยู่รอบนอก จากเขตชุมชนหรือเขตเมือง ที่ต้องถูกตัดน้ำตัดไฟ ยังต้องขึ้นไปอยู่บนชั้นสอง หรือหลังคา เพราะห่วงบ้าน เนื่องจากยังมีขโมยชุกชุม ที่เข้าไปซ้ำเติม โดยเฉพาะกลางคืนไม่มีไฟฟ้าเสี่ยงต่อการถูกสัตว์เลื้อยคลานมีพิษกัด ขณะที่อาหารเครื่องอุปโภคบริโภคก็ขาดแคลน น้ำดื่มจากเดิมขวดละ 7 บาท มีการนำไปขายสูงถึงขวดละ 30 บาท มาม่า ซองละ 5 บาท ขึ้นไป30บาท หรืออย่างอิฐบล๊อค จากราคาเดิมก้อนละ 3-4 บาท พุ่งไปก้อนละ 10 -12 บาท อิฐมวลเบาเดิมราคาก้อนละ 18-19บาท พุ่งไป 22-25บาท ทรายบรรจุถุงจากเดิมขายไปเกินถุงละ 30-40 บาท วันนี้ไปหาซื้อแทบไม่มี หรือมีก็ถูกโขกไปถึงถุงละ80-100บาท