'ชวนนท์'จวก'พท.'จ้องแก้พรบ.กลาโหม
'ชวนนท์' จวก 'พท.' จ้องแก้ พ.ร.บ.กลาโหม มากกว่าแก้ปัญหาน้ำท่วม วอน 'รบ.' เปิดใจกว้างรับฟังข้อเสนอแนะ 'ฝ่ายค้าน'ช่วยน้ำท่วม จี้ดูแลปัญหาสินค้าขาดตลาด ชี้ 'ศาลโลก' ไม่เคยรับเรื่อง 91ศพ ไว้พิจารณา
12 ต.ค.54 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีการแก้ไขพ.ร.บ.จัดระเบียบข้าราชการกระทรวงกลาโหม ที่นายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ระบุว่า จะรอหลังน้ำลดว่า ข้อเท็จจริงส.ส.พรรคเพื่อไทยที่เกี่ยวข้องยังไม่หยุดในการให้ข่าว สร้างความพยายามให้สังคมเห็นว่าจำเป็นเร่งด่วนต้องแก้ไขให้ทันการโยกย้ายทหารในครั้งหน้า
ดังนั้น อย่ามาพูดว่าจะทำเมื่อไหร่ เพราะไม่สำคัญแต่ความคิดในการแก้พ.ร.บ.กลาโหมดั่งใจนึกสำคัญกว่าเรื่องแก้น้ำท่วมแน่นอน ปากพูดอย่าง ใจคิดอย่าง ทุกวันนี้ก็ยังไม่หยุดคิดที่จะสร้างความรู้สึกนี้ให้เกิดขึ้น
เช่นเดียวกับความพยายามเรื่องการยื่นถอดถอนอัยการสูงสุด (อสส.) ว่าเราแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมนั้น เรื่องการสอบถามเอกสารเป็นภาระหน้าที่อันพึงกระทำได้ของส.ส. เมื่อเห็นว่าดุลพินิจของอัยการสูงสุดผิดปกติเราก็ร้องขอเอกสารสอบถามไป ในสิ่งที่อัยการสูงสุดพึงจะเปิดเผย ที่ต้องสร้างความกระจ่างกับสังคม เพราะประชาชนจะรู้สึกว่าคนรวยรอดคดีพ้นมือกฎหมาย ทั้งๆ ที่ศาลชั้นต้นกับศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาขัดแย้งกัน ทั้งนี้ เราไม่ได้บิดเบือนข้อเท็จจริง หรือปลอมแปลงเอกสาร และยืนยันว่าเราไม่กลัวที่จะเผชิญหน้ากับความจริงและสามารถชี้แจงกระบวนการต่าง ๆ ที่ถูกต้องได้
'ปชป.'วอน'รบ.'ใจกว้างรับฟังข้อเสนอแนะแก้น้ำท่วม
วันเดียวกัน นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต แถลงถึงที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้หารือถึงสถานการณ์น้ำท่วมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ที่สนามบินดอนเมืองวานนี้ว่า การที่นายอภิสิทธิ์ได้เสนอแนะแนวทาง ในการจัดตั้งศูนย์อพยพ เรื่องการบริหารจัดการพื้นที่น้ำท่วม รวมทั้งให้คำแนะนำว่าบางพื้นที่ที่จำเป็น ต้องประกาศภาวะฉุกเฉินได้ตามความเหมาะสม แต่กลับมีคนในรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยมีการวิจารณ์ว่า อย่าไปตกหลุมกับข้อเสนอแนะของฝ่ายค้าน
“ อยากให้รัฐบาลเปิดใจกว้าง เพราะทุกข้อเสนอคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเราไม่ได้มีประเด็นทางการเมืองแอบแฝง รัฐบาลมีสิทธิรับหรือไม่รับข้อเสนอของฝ่ายค้าน แต่อย่ารับหรือไม่รับข้อเสนอบนพื้นฐานประเด็นการเมือง ไม่รับข้อเสนอเพราะคิดว่าจะเสียหน้า หรือเราไม่จริงจังในการนำเสนอ แต่หากจะไม่รับข้อเสนอก็ให้มีเหตุผลว่ามีข้อเสนอที่ดีกว่าก็ทำไป ซึ่งเราก็มีหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนเท่าที่ทำได้แต่แค่หยิบยื่นข้อเสนอในฐานะที่เคยบริหารเรื่องน้ำท่วมมาก่อน ทั้งนี้ สถานการณ์อาจจะบานปลายหนักมากขึ้น ไม่อยากเห็นบุคคลในรัฐบาลมองภาพการทำงานแบบเก่า แข่งขันโดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
ส่วนที่นายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ออกมาตอบโต้ตนเองเรื่องการเปิดอำเภอเสื้อแดง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องการเปิดอำเภอเสื้อแดงมันผิดกาลเทศะ และถึงแม้จะเป็นภาวะปกติก็ไม่ควรไปสร้างสัญลักษรณ์ความแตกแยก การที่นายจตุพรอ้างว่าเปิดอำเภอเสื้อแดงเพื่อระดมทุนบริจาคช่วยน้ำท่วม หากเป็นเรื่องจริงก็ถือว่าเรื่องดี แต่ก็น่าแปลกใจที่ก่อนหน้านี้นายจตุพร ไม่เคยพูดถึงเรื่องการระดมทุนบริจาค รวมทั้งไม่เคยมีภาพการบริจาคในการเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงหรืออำเภอเสื้อแดงในช่วงที่ผ่านมา
“ หากนายจตุพรกลับเนื้อกลับตัวก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี ซึ่งการรับบริจาคไม่จำเป็นต้องแบ่งสี คนไทยทุกคนเดือดร้อนอย่าไปใช้สี ใช้ชื่อในการบริจาคเลือกเฉพาะกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด อย่าใช้นิสัยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ช่วยเหลือคนที่เลือกเรา พวกเรา เพราะเราทุกคนเป็นคนไทยต้องช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ อยากเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาแก้ปัญหาสินค้า ในตลาดขาดแคลน รวมทั้งการขึ้นราคาสินค้า เช่น กระสอบทราย และบางแห่งก็มีการกักตุนสินค้า” นายชวนนท์ กล่าว
อยากให้รัฐบาลไปดูแลเพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องสนับสนุนแนวป้องกันน้ำท่วมให้กับประชาชน ไม่ใช่ให้ประชาชนมาควักเงินจ่ายเอง เพราะขณะนี้ก็สาหัสอยู่แล้ว รวมถึงปัญหาอาญากรรมที่มีการปล้น แย่งชิงสินค้า รวมถึงร้านค้าขายปลีกขนาดใหญ่ควรเติมสต๊อกสินค้าให้เพียงพอกับปริมาณของประชาชน อย่าให้มีภาพสินค้าหมดชั้นวาง เพราะจะทำให้ประชาชนตื่นตระหนก เรื่องนี้ถือเป็นความละเอียดอ่อนที่รัฐบาลพึงระมัดระวัง
สอนมวย'โรเบิร์ต'ศาลโลกไม่เคยรับ91ศพไว้พิจารณา
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต แถลงถึงกรณีที่ นายโรเบิร์ต อัมเตอร์ดัม ทนายความส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะเดินทางมายังประเทศไทย เพื่อตรวจสอบ 91 ศพว่า นายโรเบิร์ตไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย เพราะการค้นหาข้อเท็จจริงดังกล่าว มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบอยู่แล้ว ซึ่งการกระทำของนายโรเบิร์ตถือเป็นการเรียกเงินเพิ่มจากพ.ต.ท.ทักษิณเท่านั้น เพราะรู้ดีว่าสิ่งที่พูดว่าจะนำคดีดังกล่าวไปสู่ศาลอาญาระหว่างประเทศคงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่เพียงต้องการเบิกเงินเดือนต่อไปจากพ.ต.ท.ทักษิณ เท่านั้น
“ อยากเตือนว่าอย่าไปหลงคารมของนายโรเบิร์ต เพราะไม่ว่าจะเป็นสาระที่อ้างถึงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และศาลอาญาระหว่างประเทศก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนใหญ่ศาลอาญาระหว่างประเทศก็ไม่รับพิจารณาเรื่องแบบนี้ เวลานี้คนที่เคยเป็นลูกค้าของนายโรเบิร์ตก็ติดคุกอยู่ที่ประเทศรัสเซียหลายปี นายโรเบิร์ตก็ไม่เคยช่วยได้ จึงอยากเตือนให้พ.ต.ท.ทักษิณไปจ้างทนายความดีๆ ที่มีความสามารถมากกว่านี้ หากไม่อยากมีชะตาเหมือนลูกจ้างคนอื่นๆ” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
'ปชป.'แฉ'รบ.'โยนสิทธิ์จนท.ใช้ดุลพินิจจำนำข้าวเปิดช่องโรงสีงาบ4.1แสนล้านบาท
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรมช.พาณิชย์ (เงา) แถลงภายหลังการประชุมครม.เงาว่า ที่ประชุมได้พิจารณาโครงการรับรับจำนำข้าว ที่มีการเปิดรับจำนำตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา แต่จากการสำรวจโรงสี โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดภาคกลางและภาคเหนือ พบว่าหลายแห่งกลับมีข้าวอยู่เต็มสต๊อก เชื่อว่าในขณะนี้คงยังไม่มีการกล้าสวมสิทธิ์ เพราะถูกจับจ้องจากประชาชน แต่ยังมีข้อสังเกตในการที่รัฐบาลระบุว่า จะรับจำนำข้าวทุกเม็ด แม้จะมีการสำรวจและออกใบรับรองการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยระบุว่ามีการทำนากี่ไร่ และประเมินผลว่าจะได้ผลผลิตกี่ตัน
ในความเป็นจริงผลผลิตที่ออกมาแม้จะจำนวนไร่ที่เท่ากัน แต่อาจจะได้ผลผลิตไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา และรัฐบาลถือว่าให้สิทธิ์การรับจำนำข้าวทุกเม็ดเป็นการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่มีอยู่ 3 กลุ่ม ได้แก่ 1. เจ้าหน้าองค์การคลังสินค้า (อคส.) และ องค์การตลาดสินค้าการเกษตร(อตก) 2.เจ้าหน้าที่รัฐทั่วไป และ3. เกษตรกร ซึ่งส่วนใหญ่มาจากสภาเกษตรกร โดยในข้อเท็จจริงแล้วแค่การทำงานด้านเอกสารออกใบประทวนก็ยุ่งยากจนไม่มีเวลาดูรายละเอียดแต่ละจังหวัด
“ การใช้ดุลยพินิจจึงตกไปอยู่ที่หลงจู๊โรงสีว่าจะให้รับจำนำเท่าไหร่ อย่างไร และอาจจะนำไปสู่ที่มาของการสวมสิทธิ์ในอนาคตต่อได้ ถือเป็นการฝากปลาย่างไว้กับแมว กับการบริหารงบประมาณ 4.1 แสนล้านบาท ได้อย่างถูกต้องตามกฏหมาย ซึ่งถือเป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่ง โดยข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้จะทำให้ข้าวภายในประเทศลดลงเหลือผลผลิตเพียง 15-16 ล้านตัน ต้องดูว่าสรปุสุดท้ายจะมีข้าวออกมาเกิดจำนวนดังกล่าวหรือไม่เพราะหากมากกว่านี้แสดงว่ามีการสวมสิทธิ์แน่นอน” รมช.พาณิชย์ (เงา ) กล่าว
จากที่พรรคได้เปิดศูนย์รับเรื่องราวที่ผ่านมาพบว่ามีสายร้องเรียนเข้ามา 20 กว่าเรื่อง โดยแบ่งเป็นหมวดต่าง ๆ ได้แก่ 1.โรงสีไม่พร้อม และชาวนาถูกบังคับขายข้าวในราคาถูกเกวียนละ 8 พันบาท 2.ชาวนาได้รับใบประทวนช้ามีการนัดให้ไปรับในวันที่ 2 พ.ย. และ 3.จำนวนโรงสีมีน้อย บางจังหวัดมีแค่โรงเดียวเช่นที่จ.ปทุมธานี 4.ชาวนาถูกเอาเปรียบรูปแบบการโกงวิธีใหม่ จากเดิมโกงเฉพาะตราชั่ง และความชื้น
ทั้งนี้ภายหลังรัฐบาลได้ออกกฏเกณฑ์การรับจำนำข้าวโดยแบ่งข้าวเป็น 5 เกรด คือ 1. ข้าว 100 เปอร์เซนต์ ราคา 15,000 บาท และ 2. ข้าว 5 เปอร์เซนต์ 14,800 บาท ส่วน 3. คือ ข้าว 10 เปอร์เซนต์ 14,600บาท 4. ข้าว15 เปอร์เซนต์ 14,200 บาทและ 5.ข้าว 25 เปอร์เซนต์ 13,800บาท
ดังนั้นเมื่อชาวนานำข้าวไปจำนำจะถูกบังคับให้อยู่ในเกรด 25 เปอร์เซนต์ แต่จะไประบุในใบประทวนว่าเป็นข้าว 5 เปอร์เซนต์ ซึ่งจะทำให้ราคาต่างตันละ 1 พันบาท จึงขอให้เกษตรกรตรวจสอบในรายละเอียดให้ชัดเจนเพื่อป้องกันการโกงรูปแบบใหม่นี้



