ข่าว

รักแท้วิศวกรอังกฤษ-สาวขอนแก่น

รักแท้วิศวกรอังกฤษ-สาวขอนแก่น

13 ต.ค. 2554

รักแท้วิศวกรอังกฤษ-สาวขอนแก่น:สะใภ้อินเตอร์ โดย... เสาวลักษ์ คงภัคพูน - กวินทรา ใจซื่อ

          ระยะเวลาเพียง 1 เดือนครึ่ง ที่สาวไทยอย่าง "รุ่งลาวัลย์ ไวจ์วิงเกล" หรือ "อ๋อย" สาวขอนแก่น วัย 44 ปี ทำความรู้จักกับ "แอนโทนี่ จอนห์ ลีส์" หรือ "โทนี่" วิศวกรหนุ่มชาวอังกฤษวัย 57 ปี และตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ทันที
 
          “อ๋อย” นักร้องสาวสวย ตัดสินใจทิ้งอาชีพที่ไทย เดินทางตามไปอยู่กับสามีชาวเนเธอร์แลนด์ หวังมีชีวิตครอบครัวที่มีความสุขและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่เมื่อมาถึงต้องทำงานเป็นแม่บ้านทำความสะอาด ทำให้ตลอด 6 ปี ในการใช้ชีวิตในต่างประเทศลำบากพอกับอยู่เมืองไทย ยิ่งเมื่อข่าวร้ายสามีเป็นมะเร็งและเสียชีวิต ทำให้เกือบตัดสินใจกลับเมืองไทย
 
          แต่โชคชะตาทำให้มาเจอรักใหม่อีกครั้ง
 
          ช่วงที่สามีคนแรกป่วย รู้สึกเครียดมาก ปัญหาทุกอย่างมันโถมเข้ามา เราต้องดูแลสามี ต้องทำงาน ต้องส่งเสียให้ทางบ้าน เงินไม่พอใช้ ต้องหยิบยืมจากคนอื่นจนโดนดูถูก วันนั้นเลยไปนั่งดื่มคลายเครียดกับกลุ่มเพื่อนคนไทยด้วยกัน เป็นครั้งแรกที่ได้เจอ "แอนโทนี่" เขามาคุยด้วย เราก็เป็นเพื่อนกัน พูดคุยกันตามประสาเพื่อนฝูง แต่ไม่ได้สนใจ เพราะยังมีสามี จากนั้นก็แยกย้ายกันไป
 
          หลังจากสามีเสียชีวิตประมาณเดือนกว่าๆ ถึงได้เจอแอนโทนี่อีกครั้ง ช่วงนั้นชีวิตยุ่งยากมาก เพราะต้องอยู่ตัวคนเดียว มีปัญหาเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อกับหน่วยงานราชการก็ลำบาก เพราะตัวเองสื่อสารภาษาดัตช์ได้แค่งูๆ ปลาๆ ขาดที่พึ่ง เกือบตัดสินใจกลับบ้านแล้ว พอดีมีเจ้าชายก็ขี่ม้าขาวมาช่วย จึงทำให้ประทับใจมาตลอด
 
          แอนโทนี่ เป็นวิศวกรด้านความปลอดภัย เดินทางไปทำงานมาแล้วหลายประเทศ ทำงานอยู่เนเธอร์แลนด์มานานกว่า 30 ปี ชีวิตครอบครัวเคยผ่านการแต่งงานมาแล้ว 2 ครั้ง มีลูกสาวที่น่ารัก 2 คน
 
          ครั้งที่สองที่ได้เจอกัน แอนโทนี่ ตะโกนทักทาย ถามกันตามประสานเพื่อน แต่อ๋อยจำไม่ได้ พยักหน้ารับว่า สบายดี แล้วก็วิ่งหนีไปเลย
 
          “ตอนนั้นผมรู้สึกเป็นห่วงเขามาก ตัดสินใจไปหาที่บ้าน แล้วก็ดูเรื่องเอกสารที่มีปัญหา แก้ไขไปทีละเรื่อง แล้วทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี เดือนกว่าๆ ที่ได้ทำความรู้จัก ใกล้ชิดกันมากขึ้น เลยตัดสินใจขอคบแบบคนรัก ชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะความเป็นตัวของตัวเอง มีลูกบ้าอยู่ในตัวเยอะ อยู่ด้วยแล้วโดนใจมาก งานบ้าน งานเรือนไม่เคยขาด ที่สำคัญเป็นคนที่สวยทั้งข้างนอกข้างใน จึงทำให้ตัดสินใจเลือกเขาเป็นคู่ชีวิต”
 
          การตัดสินใจมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันถือว่ารวดเร็วแบบก้าวกระโดด พ่อแม่และเพื่อนๆ รุมต่อว่า เพราะสามีเสียชีวิตได้ไม่นาน 
 
          "ชีวิตช่วงนั้นเหมือนว่ายน้ำอยู่กลางทะเล แอนโทนี่เป็นเหมือนฟางเส้นเล็กๆ ที่ให้เราได้ยึดจับ แรกๆ ยังไม่ได้รัก แต่เราต้องการความช่วยเหลือจริงๆ ไว้ใจเขา เพราะเขาเข้ามาตอนที่เราลำบาก อนาคตข้างหน้าอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ตอนที่คบกันแรกๆ ไม่รู้ว่าเขาเป็นวิศวกร นึกว่าเป็นคนงานก่อสร้าง แต่ก็ประทับใจที่เขามาช่วยเหลือ ดูแล ห่วงใยเรามาตลอด ก็ยอมรับได้ เพิ่งมารู้ว่าเป็นถึงระดับผู้บริหารก็ตอนที่เขาพาไปที่บริษัทนั่นแหละ”
 
          ตลอด 3 ปีที่อยู่ด้วยกัน ช่วงแรกๆ ยังต้องเรียนรู้นิสัยใจคอ มีเรื่องขัดใจ ทะเลาะกันทุกวัน เพราะทั้งคู่ต่างก็อารมณ์ร้อน มีปัญหาครอบครัวบ้าง ต่างคนต่างปรับตัวเข้าหากัน หากจะเริ่มทะเลาะกันการเงียบเป็นทางออกที่ดีที่สุด
 
          “รอให้ทุกอย่างสงบก่อน ใจสงบ ใจเย็นแล้วค่อยเริ่มคุยกัน บางครั้งภาษาก็ทำให้เข้าใจผิดกันได้ พยายามประคับประคองชีวิตคู่ให้อยู่ด้วยกันได้ อะไรที่เป็นปัญหาก็พยายามหลีกเลี่ยง รู้ว่าแอนโทนี่ทำงานกลับมาเหนื่อย ก็ดูแลทุกเรื่อง เขาไม่ได้ร้องขอ แต่เต็มใจที่จะดูแลเขาให้ดีที่สุด”
 
          ช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน ทั้งคู่จะหาโอกาสเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ได้เรียนรู้นิสัยใจคอกัน ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตลอด แอนโทนี่บอกว่า เขาเลือกคนที่จะอยู่ด้วยในบั้นปลายชีวิตไม่ผิด อ๋อยช่วยเติมเต็มให้ชีวิตเขาสมบูรณ์ขึ้น
 
          “ผมแต่งงานมาแล้วสองครั้ง ลงท้ายด้วยการแยกทาง ทำให้ต้องดูคนที่จะมาใช้ชีวิตอยู่กับเรามากขึ้น แน่นอนระยะเวลาการเรียนรู้ หน้าตา หรือวัยไม่ใช่เรื่องสำคัญ หากเจอใครสักคนที่รู้สึกว่าอยู่ด้วยกันได้ ก็ตัดสินใจเลือกเขามาเป็นคู่ชีวิตเถอะ”
 
          ปัจจุบันทั้งคู่ยังใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองรอตเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ แอนโทนี่ยังคงเดินทางไปทำงานในหลายประเทศ ประเทศละ 10-15 วัน ส่วนอ๋อยทำงานคัดเลือกผักที่บริษัทค้าผักสดแห่งหนึ่ง
 
          ชีวิตที่ต้องทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน ต้องรีบเร่งทำงานหาเงิน ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง หักค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟแล้ว เหลือใช้เพียงน้อยนิด ไม่คุ้มกับแรงที่ทำงานลงไป ทำให้อ๋อยตัดสินใจว่าจะเดินทางกลับมาใช้ชีวิตที่ จ.ขอนแก่น 
 
          หลังจากนี้อีก 5 เดือน ทั้งคู่วางแผนจะมาเปิดร้านอาหารที่ริมบึงแก่นนคร และกลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศไทยอย่างถาวร
 
          “เราทั้งคู่วางแผนกันว่า อีก 5 เดือนข้างหน้าจะย้ายกลับมาปักหลักที่ประเทศไทย อ๋อยตั้งใจจะเปิดร้านอาหารอยู่ริมบึงแก่นนคร ซึ่งผมก็สนับสนุน จะได้กลับมาอยู่บ้านตามที่ได้ตั้งใจไว้ และได้กลับมาทำในสิ่งที่ชอบด้วย”
 
          แม้ว่าวันนี้ทั้งคู่ยังไม่ได้แต่งงานและจดทะเบียนสมรสกัน เพราะเอกสารทางราชการกับสามีที่เสียชีวิตไปแล้วยังไม่เรียบร้อย แต่ที่มีให้กันมากกว่าคือ ความผูกพัน ความรัก และเอาใจใส่ดูแลกันมาตลอด
 
          "ถ้าเป็นไปได้จะชวนอ๋อยไปจดทะเบียนสมรสวันพรุ่งนี้เลย ผมต้องการจัดงานแต่งงานให้ถูกต้องและบอกให้ทุกคนรู้ว่า เราเป็นครอบครัว ซึ่งหากกลับมาอยู่เมืองไทยแล้ว คิดว่าไม่นานจะมีข่าวดีของเราทั้งสองคนแน่นอน"