
นครสวรรค์วิกฤตสั่งอพยพปชช.ด่วน!
ปภ.นครสวรรค์ เผยน้ำท่วมอยู่ในภาวะวิกฤตเขตเศรษฐกิจอ่วมน้ำสูง 1 ม. ขณะที่ศูนย์ราชการน้ำเริ่มทะลักคาดการณ์เย็นนี้เพิ่มระดับเป็น 50 ซม. สั่งอพยพ ปชช.ในพื้นที่เสี่ยงกว่า 2.2 หมื่นคน 'นายกฯ' ชี้ใช้ ฮ. อพยพคนขึ้นที่สูง-ส่งเรือเพิ่มอีก 20 ลำ
12 ต.ค.54 นายชวลิต พงศ์สิทธิ์ศักดิ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครสวรรค์ เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ถือว่าอยู่ในภาวะวิกฤตแล้ว เพราะว่าน้ำทะลุคันกั้นน้ำปากน้ำโพธิ์มา ไม่สามารถสะกัดกั้นไว้ได้แล้ว โดยจุดที่น่าเป็นห่วงมี 3 จุด คือ บริเวณเขตเศรษฐกิจ โดยระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร และกำลังข้ามกำแพงเข้าสู่ศูนย์ราชการจังหวัดนครสวรรค์ ขณะนี้ระดับน้ำท่วมสูง 20-30 เซนติเมตร คาดการณ์ว่าเย็นนี้ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 50 เซนติเมตร ขณะที่น้ำบริเวณด้านนอกกำแพงกั้นแพงที่ทำกั้นไว้มีระดับสูงกว่าด้านใน 10 เซนติเมตร
จุดที่ 2 คือระบบการสูบน้ำใต้ดิน ขณะนี้เครื่องสูบน้ำไม่สามารถทำงานได้ เพราะระดับน้ำท่วมได้เพิ่มสูงขึ้นจำเป็นต้องตัดกระแสไฟฟ้า ส่งผลให้ระดับน้ำท่วมสูงขึ้น และจุดที่ 3 คือน้ำจากด้านหลังถนนพหลโยธินพนังกั้นน้ำไม่สามารถเอาอยู่แล้วซึ่งจะทำให้น้ำไหลเข้ามาเพิ่มในพื้นที่ศูนย์ราชการซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่สูงที่สุด ทำให้ชาวบ้านจำนวน 17 ชุมชนกว่า 22,000 คน ได้รับผลกระทบ ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ได้สั่งให้มีการอพยพประชาชนเป็นการด่วนแล้ว
สำหรับสถานที่อพยพประชาชนก็ได้เพิ่มอีก 4 จุด คือ บริเวณโรงเรียนสวนกุหลาบฝั่งตรงข้ามสะพานเดชาติวงศ์ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ศูนย์ทางหลวงชนบทที่ 8 และศูนย์ทางหลวงชนบทจังหวัดนครสวรรค์ ทั้งนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ประชุมคอนเฟอร์เร้นซ์ให้ใช้เฮลิคอปเตอร์อพยพชาวบ้านขึ้นสู่บนที่สูง ทั้งบริเวณดาดฟ้าโรงพยาบาลศรีสวรรค์ บิ๊กซี ซุปเปอร์เซ็นเตอร์ ,ห้างโลตัส รวมถึงสนามหญ้าของศูนย์ราชการ ซึ่งจะมีการอพยพประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วนที่สุด พร้อมกันนี้ ยังส่งเรือจากประเทศจีน 20 ลำเร่งอพยพชาวบ้าน และเครื่องปั่นไฟอีกจำนวนหนึ่ง
"ผมขอประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านตอนนี้เร่งอพยพออกจากพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเศรษฐกิจ ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องทรัพย์สิน ยอมรับว่ตอนนี้ไม่สามารถต้านทานกระแสน้ำไว้ได้แล้ว และน้ำค่อนข้างเชี่ยว หากรอให้น้ำมามากกว่านี้การอพยพก็จะลำบาก ชุลมุนวุ่นวายมากขึ้น หรือหากอพยพตอนกลางคืนเกรงว่าจะเกิดอันตราย เนื่องจากน้ำเชี่ยวและไม่มีกระแสไฟฟ้า ส่วนเรื่องขโมยนั้นทางปภ.ให้สนับสนุนเรือจำนวน 5 ลำให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจลาดตระเวนดูแลแล้ว" นายชวลิต กล่าว
คันกันน้ำใต้สะพานเดชาติวงศ์พัง
คันกั้นน้ำใต้สะพานเดชาติวงศ์ ที่ทางเทศบาลทำไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมส่วนราชการ ศาลากลาง ห้างบิ๊กซี สถานีวิทยุแห่งประเทศไทย คันกั้นน้ำดังกล่าวเกิดพังลง ทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมสถานีวิทยุแห่งประเทศไทยที่อยู่ใกล้กับสะพานเดชาติวงศ์ ระดับน้ำในสถานีสูงประมาณ 1.50 เมตร ไม่สามารถส่งกระจายเสียงได้ ขณะเดียวกันน้ำบางส่วนไหลย้อนเข้าไปท่วมห้างบิ๊กซี สาขานครสวรรค์ และน้ำเริ่มไหลไปตามถนนสวรรค์วิถี ถนนโกสีย์ใต้แล้ว
ส่วนน้ำที่ไหลออกจากตลาดปากน้ำโพมาท่วมชุมชนหิมพานต์หลังศูนย์ท่ารถ น้ำได้ไหลข้ามเกาะกลางถนนรังสิโยทัย หลังศูนย์ท่ารถ แล้วไหลเข้าท่วมศูนย์ท่ารถแล้ว ถนนรังสิโยทัยไม่สามารถใช้การได้ ส่วนบนถนนพหลโยธินเจ้าหน้าที่ต้องเปิดการจราจรช่องทางพิเศษให้รถวิ่งสวนทางบนถนนพหลโยธินขาล่องตั้งแต่สามแยกเวียงดอยจนถึงศูนย์ท่ารถ เนื่องจากในเส้นทางสายขาขึ้นบริเวณปั๊มน้ำมันเอสโซ่มีน้ำท่วมสูงประมาณ 30 ซม.น้ำยังไหลลงไปท่วมชุมชนบริเวณหลังปั๊มน้ำมันเอสโซ่ มหาวิทยาลัยภาคกลางอีกด้วย
ผวาจระเข้กว่า 2 เมตรโผล่-ชาวบ้านระดมไล่ล่า
เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ไชโย จ.อ่างทอง รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบจระเข้ขนาดใหญ่ลอยตัวขึ้นมาเหนือน้ำบริเวณกลางทุ่งนาหมูที่ 7 ต.จระเข้ร้อง อ.ไชโย จ.อ่างทอง ติดกับตำบลชัยฤทธิ์ข้างทาง เข้าสถานีประมงน้ำจืดอ่างทอง หลังจากรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่กู้ภัยวีอาร์จังหวัดอ่างทองและชาวบ้านต่างลงเรือพร้อมอาวุธ ลงตามลาจระเข้ที่โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ ทำให้ชาวบ้านใน ต.ชัยฤทธิ์ ต.จระเข้ร้อง ต.ตรีณรงค์ ต่างหวาดผวาเป็นจำนวนมาก
นายบันดาล ผลเอก อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 หมู่ที่ 5 ต.ชัยฤทธิ์ อ.ไชโย กล่าวว่า ระหว่างที่ตนกำลงลงข่ายหาปลาที่กลางทุ่งนาที่ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 3 เมตร ระหว่างที่ตนพายเรืออยู่นั้นก็เห็นจระเข้ลอยว่ายออกมาจากบ่อปลาชาวบ้านและลอยตัวอยู่บนน้ำประมาณ 10 นาที จากนั้นก็ว่ายเข้าไปในป่ากล้วย ความยาวของจระเข้ยาวกว่า 2 เมตร ตัวใหญ่มาก ตนเห็นแล้วยืนดูอยู่พักใหญ่ ก่อนจะพายเรือมาบอกกับเจ้าหน้าที่และชาวบ้าน ช่วยกันออกตามหาเพราะหากปล่อยไว้จะเป็นอันตรายเพราะจระเข้ตัวนี้ตัวใหญ่มาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตอนนี้ชาวบ้านต่างหวาดผวากับจระเข้ตัวนี้ เพราะชาวบ้านต้องใช้เส้นทางดังกล่าวใช้ในการเข้าออกจากบ้าน จึงอยากให้เจ้าหน้าที่เร่งตามหาเจ้าจระเข้ตัวนี้ได้ให้ไวที่สุด สำหรับจระเข้ตัวดังกล่าวอาจจะหลุดมาจากเขตในจังหวัดลพบุรีที่ติดต่อกับ อ.ไชโย
ราชบุรี-น้ำท่วมกระทบมาถึงอุตสาหกรรมเลี้ยงกุ้งภาคกลาง
แหล่งข่าวจากสภาอุตสาหกรรมจังหวัดกลุ่มภาคกลาง เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ภาคกลาง นอกจากจะส่งผลกระทบโดยตรง ไปถึงภาคอุตสาหกรรมชั้นสูง หลังจากนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งได้รับความเสียหายจากการที่เครื่องจักรจมน้ำ หรือการหยุดผลิตสินค้าเนื่องจากไม่สามารถดำเนินการได้ สิ่งที่น่าจับตาก็คือปัญหาที่เกิดขึ้นอันมีผลต่อเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่ที่สายการผลิตสินค้าในนิคมอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงภาคการเกษตรด้วย ล่าสุดพบว่าภาวะน้ำท่วมที่เกิดขึ้น ยังส่งผลกระทบมาถึง การเลี้ยงกุ้งก้ามกราม โดยที่ตำบล ตําบลดอนใหญ่ อําเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี พบว่าพื้นที่เลี้ยงกุ้งก้ามกรามในน้ำจืด ได้รับความเสียหายมากกว่า 2,000 ไร่
สุพรรณบุรี-รพ.สมเด็จพระสังฆราชฯ รับต่อผู้ป่วยน้ำท่วมจากร.พ.ใกล้เคียง
น.พ.สุเมธ พิพัฒน์ ศรีสวัสดิ์ ผอ.รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ได้รับการประสานงานติดต่อจาก ร.พ.อ่างทอง ร.พ.ลาดบัวหลวง และ ร.พ.อยุธยา ที่ต่างได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ในการส่งต่อคนไข้เข้ามารับการรักษาตัวที่ ร.พ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 จึงได้สั่งการให้ทีมแพทย์ พยาบาล และ จนท.เตรียมพร้อม และรับมือการส่งต่อผู้ป่วยจาก ร.พ.ต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในเบื้องต้นได้รับผู้ป่วยที่ส่งตัวมาเข้ารับการรักษาตัวที่ ร.พ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 เป็นผู้ป่วยชาย 7 ราย และผู้ป่วยหญิง 7 ราย รวมจำนวนทั้งสิ้น 14 ราย โดยผู้ป่วย 2 ราย จาก ร.พ.อ่างทอง คือ นายศิริ จัดระเบียบ อายุ 81 ปี และ นางทอง นิ่มกุล อายุ 94 ปี อาการน่าเป็นหาวง แพทย์จึงต้องรีบนำเข้าห้อง ไอซียู.เร่งรีบช่วยเหลือชีวิตอย่างเป็นการด่วน ด้านนพ.สุเมธ พิพัฒน์ กล่าวว่า ทั้งนี้ยังได้จัดส่ง จนท.ได้ออกประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้เตรียมตัว และรับมือน้ำท่วมอย่าตื่นตระหนก ในส่วน จนท.รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 ให้เตรียมตัวรับสถานการณ์ผู้ป่วยที่ส่งต่อมารับการรักษาตัว ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งยังให้ จนท.เตรียมพร้อมรับมือกับน้ำท่วมบริเวณโดยรอบ รพ.อีกด้วย
อุบลราชธานี-แรงงานต่างด้าวชาวลาวแห่กลับบ้านหนีน้ำท่วม
จุดผ่านแดนถาวร บ.ปากแซง ต.พะลาน อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี ได้มีหนุ่มสาวชาวลาว จำนวนประมาณกว่า 200 คน นำสัมภาระต่างๆมารวมกันที่ท่าเรือบ.ปากแซง ต.พะลาน เพื่อเตรียมจะลงเรือกลับบ้าน ทั้งนี้ น.ส.น้อย อายุ 20 ปี เป็นเมืองเซนวน แขวงสาละวัน สปป.ลาว กล่าวว่วา ตนพร้อมกับเพื่อนได้พากันลักลอบเข้ามาในประเทศไทย ตั้งแต่ ปีใหม่ที่ผ่านมา โดยได้นั่งเรือมาขึ้นที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองบ้านปากแซง แห่งนี้ ไปจากนั้น ก็จะมีนายหน้าเข้ามารับและคอยบริการที่พักอาศัย เพื่อรอคอยรถนำพาเข้ากรุงเทพฯ โดย เขาจะเรียกเก็บค่ารถคนละ 3,500 บาท อ้างว่า เป็นการแล้วเสร็จในการฝากหางานให้ ด้วย ส่วนตน ได้ไปทำงานอยู่ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งหนึ่ง ใน จ.ชลบุรี ได้ค่าแรงเดือนละ 4,000 บาท โดยนายจ้างบอกว่า หากอยากได้ค่าแรงวันละ 300 บาท นั้น ก็ให้ไปเอากับรัฐบาล
ด้าน น.ส.หนิง อายุ 19 ปี ชาวเมืองบาเจียง แขวงจำปาสัก สปป.ลาว กล่าวเช่นกันว่า มีนายหน้าที่ บ.ปากแซง คอยอำนวยความสะดวกในการลักลอบเข้าไปกรุงเทพฯ ส่วนตนนั้น ได้ไปทำงานอยู่ที่ร้านอาหารแห่ง ในกรุงเทพฯ ไม่มีเงินเดือน อาศัยแขกให้ ติ๊บ เวลาเสิร์ฟอาหาร ก็พอมีพอใช้พอจ่ายบ้าง และขณะนี้ที่ร้านอาหารที่ทำงานออยู่ น้ำได้ท่วมจนปิดกิจการ พวกตนจึงได้พากันเดินทางกลับมาบ้าน ซึ่ง ก็เป็นจังหวะที่ ครอบครัวกำลังจะเก็บเกี่ยวข้าวเบา อยู่พอดี คาดว่าหากเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ น้ำที่กรุงเทพฯก็คงจะลดลงและเข้าสู่ปกติ และเมื่อนั้น พวกตนจึงจะพากันเดินทางกลับเข้ามาทำงานกันใหม่ และคาดว่าในระยะนี้ คงจะมี เพื่อนๆชาวลาว จำนวนไม่น้อย ที่จะต้องรีบเดินทางกลับ และผู้ที่ได้รับผลประโยชน์กันก็คือกลุ่มพวกนายหน้าชาวไทย ที่พาเข้าไปและรับกลับ
ลำพูน-เสนอสร้างพนังกั้นน้ำกนอ.เหนือมูลค่า500ล้านบาท
นายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน เขต 1 ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและภัยพิบัติ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า จากกรณีอุทุกภัยที่เกิดขึ้นในภาคกลางขณะนี้ได้เกิดน้ำท่วมในนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง ก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นมูลค่ามหาศาล สำหรับที่จังหวัดลำพูนเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ(กนอ.)หมู่ 4 ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน มีโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกจำนวน 80 แห่ง มีพนักงานประมาณ 70,000 คน
อุทกภัยที่ผ่านมา แม้ว่านิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จะไม่ได้รับผลกระทบ แต่เพื่อเป็นการป้องกัน จึงเสนอแผนจัดสร้างพนังกั้นน้ำแม่น้ำกวง ตลอดแนวตั้งแต่เขตรอยต่ออำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ กับบ้านหมู่ที่ 10 ตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ ถึงเขตอำเภอเมืองลำพูน ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตรเศษ โดยได้เสนอแนวคิดนี้ต่อนายภุชงค์ โพธิกุฎสัย รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ให้หน่วยงานเกี่ยวข้องจัดทำแผนงานโครงการเพื่อเสนอของบประมาณดำเนินการโดยด่วน คาดว่าจะใช้งบประมาณ 500 ล้านบาท
นายสงวน กล่าวด้วยว่า งบดังกล่าวแม้ว่าจะเป็นเงินจำนวนมากแต่ถ้าปกป้องน้ำท่วมนิคมอุตสาหกรรมได้ ก็นับว่าคุ้มค่าเนื่องจากนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือมีโรงงานอุตสาหกรรมที่ผลิตเพื่อการส่งออกมูลค่านับแสนล้านบาท จึงเชื่อมั่นว่าโครงการดังกล่าวน่าจะได้รับการอนุมัติให้ดำเนินการ ซึ่งตนเองก็จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด
'สุขุมพันธุ์'สั่งเพิ่มกระสอบทรายต.หลักหกอีกหวังป้องกทม.ชั้นใน
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. เดินทางมายังโรงเรียมัธยม วัดปุรณาวาส เขตทวีวัฒนา เพื่อตรวจสถานการณ์น้ำ พร้อมเยี่ยมเจ้าหน้าที่ และกำลังพลจากกองทัพบก กองทัพเรือ ที่เข้ามาช่วยเร่งเสริมกระสอบทราย
ผู้ว่าฯกทม.กล่าวว่า ขณะนี้เขตทวีวัฒนา ได้รับความร่วมมือ จากกองทัพเรือ เพื่อมาสร้างแนวป้องกันไม่ให้น้ำเข้ามาท่วมในพื้นที่ กทม. ซึ่งในวันนี้ระดับน้ำที่แม่น้ำเจ้าพระยาวัดได้ 2.01 เมตร จากแนวป้องกัน 2.50 เมตร ส่วนที่อำเภอบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ที่ 3,460 ลูกบาศเมตรต่อวินาที ซึ่งปริมาณน้ำในคลองกทม.ยังมีปริมาณจำนวนมาก แต่ยังสามารถควบคุมได้ ไม่ถึงขึ้นวิกฤติ ซึ่งตนได้สั่งให้มีการเสริมแนวคันกั้นน้ำ พื้นที่ จ.ปทุมธานี รอยต่อกรุงเทพฯ และฝั่งตะวันตกของกทม.พร้อมสั่งให้มีการเตรียมแผนอพยพ หากเกิดสถานการณ์น้ำท่วมสูง ซึ่งที่โรงเรียมัธยม วัดปุรณาวาส เขตทวีวัฒนา ได้ เปิดเป็นศูนย์อพยพผู้ประสพภัยน้ำท่วม
ผู้ว่ากฯกทม. กล่าวต่อว่า กทม. ได้ประสานการทำงานกับกรมชลประทานและรัฐบาล โดยไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะทำอะไรโดยไม่ปรึกษากัน เพราะต้องได้รับความเห็นชอบจากทุกฝ่าย ตนไม่ประมาทสถานการณ์ในขณะนี้ เพราะได้ลงตรวจพื้นที่ทุกวัน ซึ่งตนได้สั่งให้มีการเสริมกระสอบทรายด้วยความสูง 20 เซนติเมตร และความหนาอีก 1 กระสอบ ที่ตำบลหลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี เพื่อป้องกันน้ำที่จะทะลักเข้ามากรุงเทพฯได้
ผู้ว่าฯกทม. กล่าวต่อว่า ขณะนี้การพยากรณ์อากาศยังไม่มีหน่วยงานใดพยากรณ์อากาศได้แม่นยำ เพราะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก ตนอยากพยากรณ์อากาศให้แม่นยำ แต่ตนไม่ใช่ขงเป้งที่จะทำอย่างนี้ได้ แต่ในช่วงวันที่ 16 - 18 ต.ค.นี้ จะมีตัวแปร ซึ่งเป็นฝนเข้ามาเพิ่มหรือไม่ กทม.ก็ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกช้ชิด เพราะคาดว่าจะมีน้ำเหนือไหลลงมา พร้อมกับมีน้ำทะเลหนุนสูงค่อนข้างแน่
ผู้ว่าฯกทม. กล่าวอีกว่า ทั้งนี้คลองเขตทวีวัฒนา ยังมีระดับน้ำที่สามารถควบคุมได้ ซึ่งพบว่า ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า เมื่อปี 2538 ซึ่งขณะนี้อาจจะมีการระบายน้ำเพิ่มเข้ามาในระบบคลองมากขึ้นได้ แต่ก็ต้องมีการติดตามสถานการณ์ทุกระยะ
ผู้ว่าฯ กล่าวต่อว่า ใน 2 วันนี้จะมีการเร่งระบายน้ำ ซึ่งจะต้องการหยุดเดินเรือในบางจุด เพื่อระบายน้ำจากคคลองแสนแสบ เพื่อผันเข้าอุโมงค์ยักษ์พระโขนง เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่อาจจะเพิ่มขึ้น ตนจึงขออภัยกับประชาชนที่โดยสารทางเรือ เพราะอยากให้เข้าใจสถานการณ์ ในขณะนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น ผู้ว่าฯกทม.เดินทางไปยังตำบลหลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ริมคอง รังสิตประยูรศักดิ์ เพื่อลงพื้นที่ตรวจการสร้างแนวคันกั้นน้ำ เพื่อป้อกันน้ำเข้า กทม. ได้
พังงา-ปภ.แจ้งเตือนดินถล่ม-น้ำป่า3อ.'ตะกั่วทุ่ง-กะปง-ตะกั่วป่า'
ปภ.พังงาแจ้งเตือนดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก 3 อำเภอ "ตะกั่วทุ่ง-กะปง-ตะกั่วป่า"พื้นที่เสี่ยงลาดเชิงเขาและที่ราบลุ่มต่ำให้ระมัดระวังดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากฝนหนักในช่วงวันที่ 12-15 ตุลาคม 2554 นี้
นายสมเกียรติ อินทรจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดพังงา เปิดเผยว่า ได้ออกประกาศเตือนประชาชนที่อยู่ในเขตอำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอกะปงและอำเภอตะกั่วป่า ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงลาดเชิงเขาและที่ราบลุ่มต่ำให้ระมัดระวังดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากฝนหนักในช่วงวันที่ 12-15 ตุลาคม 2554 นี้
ทั้งนี้เนื่องจากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และความกดอากาศต่ำจากทางภาคเหนือแผ่ปกคลุมทางภาคใต้จึงทำให้เกิดฝนตกหนักในช่วงนี้ ส่วนการแจ้งเตือนนั้นทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดพังงา ได้แจ้งเตือนเป็น 2 แบบคือแบบเอกสารด้วยการส่งแฟกซ์ไปยังท้องถิ่นและการส่งเอส เอ็ม เอส ไปยังผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้จากการประเมินผลของเจ้าหน้าที่ในระดับท้องถิ่นแล้ว มีแนวโน้มที่จะเกิดเหตุดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ข่างต้นได้ อย่างไรก็ตามทางจังหวัดพังงาได้เตรียมพร้อมชุดกู้ภัยประจำไว้ที่จังหวัดแล้ว และพร้อมที่จะเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุได้ทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการที่ฝนได้ตกลงมาในจังหวัดพังงาระยะนี้เมื่อคืนที่ผ่านมาได้เกิดเหตุน้ำป่าไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ในเขต ตำบลหล่อยูงอำเภอตะกั่วทุ่ง หมู่ที่ 1,2,3,5 และ 7 จำนวน 28 ครัวเรือน แต่ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขณะนี้อยู่ระหว่างที่ท้องถิ่นกำลังให้การช่วยเหลือยู่
'ปภ.'เตือนชุมชนริมน้ำเจ้าพระยารับมือน้ำทะเลหนุนสูงช่วง14-17และ28-31ต.ค.นี้
นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า จากการประสานข้อมูลระดับน้ำทะเลหนุนกับกรมอุทกศาสตร์ พบว่า ในระยะนี้สถานการณ์น้ำในภาคเหนือและภาคกลางมีปริมาณมาก ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีปริมาณสูงถึง 3,500 - 4,200 ลบ.เมตรต่อวินาที เป็นผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพเรือ กรุงเทพมหานคร ถึงป้อมพระจุลจอมเกล้า จังหวัดสมุทรปราการ และพื้นที่ใกล้เคียง จะมีความสูงประมาณ 1.95 - 2.30 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง และอาจสูงกว่า 2.30 เมตร ในช่วงที่มีปริมาณฝนตกในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง รวมทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมากกว่าปกติ หรือมีการเปลี่ยนแปลงการระบายน้ำเพิ่มสูงขึ้น สำหรับในช่วงน้ำทะเลหนุนสูงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด แบ่งเป็น 2 ช่วง ตั้งแต่ 14 - 17 และ 28 - 31 ต.ค.นี้ โดยระดับน้ำทะเลหนุนสูงสุดในช่วงวันที่ 29 ต.ค.
นายวิบูลย์ กล่าวต่อว่า กรมปภ.ขอเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำเตรียมรับมือผลกระทบที่จะเกิดจากระดับน้ำเหนือที่ไหลหลากเข้าสู่กรุงเทพฯ ในช่วงที่มีฝนตกชุกหนาแน่นและน้ำทะเลหนุนสูงในคราวเดียวกัน โดยให้ติดตามสภาวะระดับน้ำอย่างใกล้ชิด ขนย้ายสิ่งของ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ไฟฟ้าขึ้นที่สูง ให้พ้นจากระดับน้ำท่วมถึง รวมถึงจัดทำกระสอบทรายเสริมเป็นแนวคันกั้นน้ำบริเวณหน้าบ้านและท่อระบายน้ำ พร้อมตรวจสอบให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง ที่สำคัญ ในช่วงที่ก่อนที่น้ำจะไหลเข้าท่วมบ้านเรือน ให้รีบตัดกระแสไฟฟ้า และงดใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด เพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วไหล ทำให้ถูกไฟฟ้าดูดเสียชีวิต
นครราชสีมา-กองทัพภาค2ส่งกำลังพลพร้อมรถบรรทุก50คันช่วยน้ำท่วม
ที่ลานหน้าสโมสรร่วมเริงชัย ภายในค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.ต.วิบูลย์พงศ์ กลั่นเสนาะ รองแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในการส่งกำลังพลในสังกัดกองทัพภาคที่ 2 รวม 100 นาย พร้อมด้วยรถบรรทุกสูง ( จีเอ็มซี ) รวม 50 คัน ไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคกลาง โดยกำลังพลและรถบรรทุกทั้งหมดจะถูกส่งไปประจำยังกรมการขนส่งทหารบก กองทัพบก เพื่อรอรับคำสั่ง
นอกจากทางกองทัพภาคที่ 2 จะทำการจัดส่งกำลังพลและรถบรรทุกไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดภาคกลางในวันนี้แล้ว ยังได้มีการสั่งเตรียมพร้อมกำลังพลกว่า 1,000 นาย และรถบรรทุกสูงอีก 150 คัน ในที่ตั้งเพื่อรอให้การสนับสนุนให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทันทีที่ได้รับการร้องขอ พร้อมกันนี้กองทัพภาคที่ 2 ยังได้สั่งการให้กองพลทหารราบที่ 3 และมณฑลทหารบกที่ 21 จัดกำลังพลวันละ 250 นาย ไปประจำอยู่ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพื่อเร่งทำการบรรจุกระสอบทรายเตรียมส่งไปสนับสนุนให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ภาคกลางอีกด้วย โดยกำลังพลในส่วนนี้สามารถบรรจุกระสอบทรายได้วันละ 30,000 ใบ และก่อนหน้านี้ได้จัดส่งกระสอบทรายจำนวน 50,000 ใบไปให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ภาคกลางแล้ว
สำหรับการให้ความช่วยเหลือจังหวัดต่างๆที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นขณะนี้ทางกองทัพภาคที่ 2 ยังคงจัดส่งกำลังพลจำนวนกว่า 1,000 นาย ไปประจำพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมโดยเฉพาะจ.อุบลราชธานี ที่ต้องประสบกับปัญหาน้ำท่วมมาเป็นระยะเวลากว่า 1 เดือนแล้ว



