ข่าว

วงจรปิดมัด'เฒ่าผู้ดี'ชิงทรัพย์แบงก์

วงจรปิดมัด'เฒ่าผู้ดี'ชิงทรัพย์แบงก์

12 ต.ค. 2554

วงจรปิด...มัดพฤติการณ์ 'เฒ่าอังกฤษ'ชิงทรัพย์แบงก์ใบโพธิ์ : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ

          ทุกวันนี้ธนาคารพาณิชย์ในเมืองไทยต่างหวาดผวา ไม่รู้ว่าจะตกเป็นเหยื่อโจรปล้นชิงทรัพย์เมื่อไหร่ ขณะที่โจรร้ายมีทั้งมืออาชีพและสมัครเล่น ต่างชุกชุมจนตำรวจกวดจับแทบไม่หวาดไหว!!

            ล่าสุด เกิดเหตุชิงทรัพย์ในธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาตลาดสมเพชร จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา แต่ตำรวจสามารถแกะรอยติดตามจับกุมคนร้ายได้ภายใน 1 สัปดาห์ คนร้ายรายนี้เป็นชายชาวอังกฤษวัย 64 ปี อ้างว่าเป็นถึงอดีตตำรวจ แต่มาใช้ชีวิตบั้นปลายวัยเกษียณที่ จ.เชียงใหม่ และขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น

            ช่วงบ่ายวันที่ 5 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ รับแจ้งเหตุจากพนักงานธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาตลาดสมเพชร เลขที่ 129/4 ถนนราชวิถี ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ว่ามีคนร้ายได้เงินสดเกือบ 7 แสนบาท หลบหนีไป หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พ.ต.อ.ภาณุเดช บุญเรือง รอง ผบก., พ.ต.อ.พิษณุ อุณหเสรี ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่, พ.ต.ต.ไกรศรี จุฬพรรค์ สว.สส. และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เข้าสอบปากคำพนักงานธนาคารแห่งดังกล่าว ได้ข้อมูลเพื่อเป็นประโยชน์ในการติดตามคนร้าย

            "คนร้ายชายไม่ทราบชื่อ สวมเสื้อสีดำและหมวกกันน็อกสีดำ แล้วใช้ผ้าปิดบังใบหน้า ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดด้านหน้าธนาคาร แล้วเดินเข้ามาภายในธนาคารโดยสวมถุงมือ ถืออาวุธมีดในมือซ้ายและถืออาวุธปืนในมือขวา ก่อนจะทำการกวาดเงินสดภายในบริเวณเคาน์เตอร์ใส่กระเป๋าที่นำมาด้วย แล้วขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีผ่านคูเมืองมุ่งหน้าไปทางประตูท่าแพ" พนักงานธนาคารให้ข้อมูล

            หลังจากที่พนักงานธนาคารให้ข้อมูล ชุดสืบสวนยังได้พยานปากสำคัญอีกหนึ่งปาก พยานคนนี้กำลังจะเดินเข้าไปในธนาคารระหว่างที่คนร้ายออกมาจากธนาคาร พยานปากนี้เป็นผู้ชาย สูงประมาณ 170 เซนติเมตร ให้ข้อมูลว่า คนร้ายน่าเป็นชาวต่างชาติเพราะมีส่วนสูงมากกว่าตนเอง  

            ข้อมูลจากพยานประกอบกับข้อมูลของพนักงานธนาคาร และหลักฐานจากกล้องวงจรปิดภายในธนาคาร ทำให้ พ.ต.ต.ไกรศรี และชุดสืบสวนค่อนข้างมั่นใจว่าคนร้ายเป็นชาวต่างชาติ เพราะคนร้ายคนนี้ที่ลงมือก่อเหตุชิงทรัพย์ไม่พูดจา แต่สังเกตจากหลักทางกายภาพที่ผิดปกติมากกว่าคนร้ายชาวไทย

            พ.ต.ต.ไกรศรี และชุดสืบสวน จึงประสานงานขอความร่วมมือตรวจสอบไปยังบริษัทเอกชน และอพาร์ตเมนต์ใกล้เคียงที่เกิดเหตุ จนกระทั่งพบหลักฐานว่าคนร้ายเป็นชายชาวต่างชาติ ในช่วงก่อนเกิดเหตุไม่กี่วัน ขี่รถจักรยานยนต์ตรงกับตำหนิรูปพรรณของคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ธนาคาร ขี่รถจักรยานยนต์วนไปมาระหว่างธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกสิกรไทย ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกันถึง 12 ครั้ง นอกจากนี้กล้องวงจรปิดยังสามารถบันทึกภาพใบหน้าชาวต่างชาติต้องสงสัยไว้ได้

            การสืบสวนสอบสวนติดตามคนร้ายคนนี้ พ.ต.ต.ไกรศรีประสานงานไปยังฝ่ายสืบสวน สภ.ใกล้เคียงกัน เกี่ยวกับข้อมูลของชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมก่ออาชญากรรมในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ จนกระทั่งชุดสืบสวนของ สภ.ช้างเผือก แจ้งว่า นายเวนน์ ไมเคิล ลุดวิกม์ อายุ 64 ปี สัญชาติอังกฤษ มีพฤติการณ์ต้องสงสัยเกี่ยวกับทรัพย์ เคยถูกเพื่อนชาวต่างชาติ ซึ่งรู้จักกันที่สถานที่ออกกำลังกายประเภทฟิตเนสแห่งหนึ่ง กล่าวหาในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ แต่ตำรวจไม่มีหลักฐานในการดำเนินคดี

            ข้อมูลของนายเวนน์ ชุดสืบสวนตรวจสอบอย่างละเอียดรวมถึงพยานในสถานที่ออกกำลังกายเป็นประเภทฟิตเนส ยืนยันว่าภาพจากกล้องวงจรปิดในธนาคาร และภาพจากวงจรปิดละแวกใกล้เคียง รวมถึงตำหนิรูปพรรณของยานพาหนะของคนร้ายที่ก่อเหตุตรงกับนายเวนน์ การรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดชุดสืบสวนสอบสวนประสานผู้บังคับบัญชาพิจารณาสำนวนการสืบสวนสอบสวนเสนอศาลจังหวัดเชียงใหม่ พิจารณาอนุมัติหมายจับเลขที่ จ.669/2554 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2554 จับนายเวนน์

            นอกจากนี้ยังขออำนาจศาลจังหวัดเชียงใหม่ พิจารณาอนุมัติหมายค้นห้องพักของนายเวนน์ ที่ลอฟเรสซิเดนซ์ ถนนหัสดิเสวี ซอย 4 ต.ช้างเผือก ซึ่งจากการตรวจค้นพบของกลางเงินสด 407,000 บาท รองเท้าคอมแบตสีดำ 1 คู่ ตรงกับหลักฐานที่ได้จากภาพกล้องวงจรปิดของธนาคารในวันเกิดเหตุ

            "เบื้องต้นนายเวนน์ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แล้วขอพบทนายความเพื่อต่อสู้คดี แต่ทางชุดสืบสวนมีพยานหลักฐานแน่นหนาว่านายเวนน์คือผู้ถูกกล่าวหาในคดีชิงทรัพย์ภายในธนาคาร ส่วนที่นายเวนน์อ้างว่าเคยเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศอังกฤษ ยังไม่มีหลักฐานชัดเจน" แหล่งข่าวในชุดสืบสวนระบุ