พระเทพฯเสด็จฯเยี่ยมชาวอยุธยา
ชาวอยุธยาปลาบปลื้ม สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯไปทรงเยี่ยม "มูลนิธิชัยพัฒนา" ตั้งศูนย์ช่วยเหลือที่ "มจร" สนองพระราชดำริ
เมื่อเวลา 13.51 น. วันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ.2554 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปยังโรงสีข้าวมูลนิธิชัยพัฒนา ศูนย์สาธิตและพัฒนาพลังงานทดแทนแบบครบวงจร อ.บัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อทรงเยี่ยมราษฎรและพระราชทานถุงยังชีพให้ผู้ประสบอุทกภัย โดยมี นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ อธิบดีกรมเจ้าท่า และประชาชนที่ประสบอุทกภัยเฝ้ารอรับเสด็จ
จากนั้น เสด็จฯ ไปยังมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ต.ลำไทร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เสด็จฯ ยังอาคารหอฉัน ทอดพระเนตรห้องเก็บอาหารพร้อมมีรับสั่งให้จัดเตรียมซื้อของให้พร้อม จากนั้นเสด็จฯ ไปยังชั้น 3 เพื่อทรงเยี่ยมประชาชน ทรงซักถามความเป็นอยู่ด้วยความห่วงใย จากนั้นเสด็จฯ ไปยังอาคารเรียนรวม ซึ่งจัดตั้งเป็นศูนย์ช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วมของมูลนิธิชัยพัตนา
นายถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ กล่าวว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชกระแสรับสั่งให้กรมเจ้าท่าจัดหาเรือท้องแบนที่มีกำลังสูง สามารถแล่นฝ่ากระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวเข้ามาเพิ่มเติม เพื่อที่จะสามารถเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ในพื้นที่ รวมทั้งมีพระราชกระแสรับสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขุดลอกคูคลอง เพื่อผลักดันน้ำให้ไหลลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด
ด้านนายวิทยา ผิวผ่อง กล่าวว่า ทรงมีพระราชประสงค์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดเตรียมฝึกอาชีพให้แก่ประชาชนที่ประสบอุทกภัย รวมทั้งจัดหากิจกรรมให้แก่เด็กนักเรียน เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด พร้อมทั้งมีรับสั่งให้หน่วยแพทย์พระราชทานและโรงครัวประกอบอาหารเคลื่อนที่ของสภากาชาดไทย เตรียมความพร้อมเพื่อให้สามารถออกไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยได้อย่างทันท่วงที
ด้าน นายชาญชัย บันธุปา วัย 35 ปี ชาวอำเภอพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทำงานอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ซึ่งปัจจุบันโรงงานปิดหมดแล้ว ย้ายมาอยู่ที่นี่ก็ไม่มีรายได้ใดๆ การที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ มาเยี่ยมวันนี้ เป็นกำลังใจให้อย่างมาก ส่วน นายสมนึก ไหวฉลาด วัย 32 ปี ชาวอำเภอวังน้อย บอกว่า การที่เสด็จฯ มาเยี่ยมวันนี้ทำให้มีกำลังใจขึ้นมากและอยากให้พี่น้องคนไทยส่งกำลังใจมาให้ด้วย
ขณะที่เวลา 10.30 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จไปเยี่ยมครัวพระราชทานและประทานน้ำมันเรือยนต์กับโครงการเติมน้ำใจให้น้ำมัน ณ หน้าศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่พระราชทานในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และเสด็จไปทรงเยี่ยมราษฎรที่ประสบอุทกภัย ที่ จ.สระบุรี ด้วย
"มูลนิธิชัยพัฒนา"ตั้งศูนย์ช่วยเหลือที่"มจร"
นายลลิต ถนอมสิงห์ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา ให้สัมภาษณ์พิเศษ “คม ชัด ลึก” ถึงแนวทางช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะประธานมูลนิธิชัยพัฒนา ทรงห่วงใยประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม มีพระราชกระแสรับสั่งให้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชน และฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วม ร่วมกับสภากาชาดไทย โรงเรียนสวนจิตรลดา และภาคส่วนต่างๆ
“สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาดำเนินการติดต่อประสานงานด้วยพระองค์เอง โดยทรงให้ใช้พื้นที่มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นศูนย์กลางความช่วยเหลือในระยะเร่งด่วน เนื่องจาก จ.พระนครศรีอยุธยา ไม่มีพื้นที่เพียงพอให้ประชาชนเข้าไปพัก" นายลลิต กล่าว
ทั้งนี้ ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ มจร เริ่มเปิดดำเนินการอย่างไม่เป็นทางการตั้งแต่คืนวันที่ 10 ตุลาคม มีประชาชนเข้ามาพักอาศัยแล้วประมาณ 300 คน ภายในศูนย์มีแพทย์จากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทย รวมทั้งหน่วยงานอื่นๆ
นอกจากนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินการช่วยเหลือในพื้นที่แห่งอื่นด้วย เช่น จ.สิงห์บุรี จ.อ่างทอง และ จ.นครสวรรค์ เป็นต้น
"ขณะนี้พระองค์ท่านทรงรับสั่งให้จัดตั้งศูนย์สาขาในลักษณะดังกล่าวในพื้นที่ อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา โดยใช้พื้นที่มูลนิธิชัยพัฒนาเป็นศูนย์กลางช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง"
ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ มจร สามารถรองรับประชาชนเดือดร้อนได้เป็น 1 หมื่นคน และขณะนี้ถือว่าโชคดีมากที่อยู่ในช่วงปิดเทอมพอดี แต่พระองค์ท่านมีรับสั่งว่า
"แม้ว่าจะเปิดเทอมแล้วก็ตาม หากประชาชนยังได้รับความเดือดร้อนก็สามารถที่จะให้พระสงฆ์เรียนชั้นบน และให้ประชาชนอาศัยอยู่ชั้นล่าง ซึ่งเป็นพื้นที่อาคารเรียนรวม โดยบรรจุได้อาคารละเป็น 1,000 คน เมื่อรวมแล้วก็ได้เป็น 1 หมื่นคน"
ส่วนผู้ที่ไม่อยากเข้ามาอยู่อาศัยอยู่ที่ศูนย์ดังกล่าว เพราะเป็นห่วงทรัพย์สินในบ้าน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริให้ตำรวจตระเวนชายแดน และตำรวจในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เข้าไปช่วยดูแลทรัพย์สินของประชาชนด้วย
ทั้งนี้ มูลนิธิชัยพัฒนาได้ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง ตั้งแต่ 3-4 เดือนที่ผ่านมา โดยประสานงานกับกองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก สั่งการให้กรมกิจการพลเรือนทหารบก เป็นศูนย์กลางการประสาน
นอกจากนี้ ในฐานะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นนายกกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิชัยพัฒนา จึงมีพระราชกระแสรับสั่งผ่านมายัง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทรงให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่
"พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเน้นย้ำว่า งานของมูลนิธิชัยพัฒนาจะไม่ก้าวก่ายงานของรัฐ แต่ให้เสริมงานการช่วยเหลือของรัฐ ที่ผ่านมาเราเป็นเพียงตัวเสริมในพื้นที่ห่างไกล หน่วยงานของรัฐเข้าไปไม่ถึง เช่น พื้นที่ อ.ลาดบัวหลวง ก่อนที่จะขยายให้ความช่วยเหลือไปในพื้นที่ อ.บางซ้าย และ อ.เสนา ที่อยู่โดยรอบ" ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวทิ้งท้าย



