ข่าว

'ปู'สั่งเฉือนงบ10%เยียวยาน้ำท่วม

'ปู'สั่งเฉือนงบ10%เยียวยาน้ำท่วม

11 ต.ค. 2554

“ยิ่งลักษณ์” สั่ง เฉือนงบ 10 เปอร์เซ็น ทุกกระทรวง เตรียมเยียวยาภาคปชช.-อุตสาหกรรม หลังน้ำลด เล็งพิจารณากู้เงินจากสถาบันการเงินต่างประเทศฟื้นฟู วอนปชช.อย่าทำลายพนังกั้นน้ำ 3 จุด ป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ ระบุไม่ห่วงสถานที่อพยพ แต่ห่วงคนไม่ออกจากพื้นที่น้ำท่วม

          เมื่อเวลา 16.00 น.  วันที่ 11 ต.ค.2554 ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.ปทุมธานี และจ.อยุธยาว่า จากที่ได้ลงพื้นร่วมกับพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ที่ปรึกษา (สบ. 10) พบว่ายังมีพี่น้องประชาชนจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ โดยเฉพาะในเขตที่การคมนาคมยังเข้าไปไม่ถึง ดังนั้นอาจจะมีการแบ่งโซนในการดูแลเพื่อจะได้ทั่วถึง และบางพื้นที่อาจจะต้องอพยพผู้คนเข้ามาเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากไม่สามารถเข้าไปได้จะต้องใช้เรือเท่านั้น ส่วนบริเวณนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค และนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ พบว่าน้ำเข้าหนักจริงๆ รวมถึงการติดตามหาตัวเด็กที่หายไปด้วย

           พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวเสริมว่า สำหรับกรณีคุณแม่ที่ชื่อ สา ได้ใช้บริการของโทรศัพท์ call center 1111 กด 5 โดยขอความช่วยเหลือจากนายกฯให้ช่วยตามหาลูกสาววัย 6 เดือน ซึ่งติดอยู่ในเกาะกลาง ใน จ.พระนครศรีอยุธยา แต่ไม่สามารถนำตัวเด็กออกมาได้ นายกฯจึงสั่งการให้ตำรวจน้ำเข้าไปติดตาม ซึ่งขณะนี้พบตัวเด็กและนำส่งให้กับแม่เด็กแล้ว

           ผู้สื่อข่าวถามว่าความเสียหายจากนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จะส่งผลต่อการปรับตัวลดลงของจีดีพี หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คงปรับลด เพราะโดยภาพรวมมีผลกระทบในแนวกว้างจริงๆ แต่ตัวเลขในส่วนของนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ที่เสียหาย ประมาณ 5-6 หมื่นล้าน โดยให้ทางสภาพัฒน์กลับไปทบทวนตัวเลขอีกครั้งหนึ่ง และเท่าที่สอบถามในนิคมอุตสาหกรรมนั้น ในบางนิคมจะมีเหล็กกั้นภายในตัวอาคาร คงต้องไปสำรวจหลังจากที่มีการหารือกันอย่างชัดเจน โดยการประชุม ครม.วันนี้ได้มีการตั้ง คณะกรรมการในการเยียวยาฟื้นฟู เพราะต้องมีการทำงานควบคู่กันไป โดยแบ่งออกเป็น 3 ชุด คือ 1.คณะฟื้นฟูเรื่องเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ทั้งภาพรวม ซึ่งจะรวมถึงการดูแลผู้ประกอบการอุตสาหกรรม หรือคนงานที่ตกงานด้วย ว่าจะมีมาตรการดูแลและผ่อนปรนอย่างไร 2.โครงสร้างพื้นฐานที่จะดูเรื่องของการเดินทาง สาธารณูปโภค โรงเรียน และวัด รวมทั้งในส่วนของวัฒนธรรม  และ 3.การฟื้นฟูคุณภาพชีวิต เพราะผู้ที่ประสบภัยบ้านเรือนเสียหาย สภาพจิตต่างๆ รวมถึงการชดเชย เพื่อให้มีอาชีพสามารถเลี้ยงตัวเองได้ในระยะยาว

           เมื่อถามว่า คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณในการฟื้นฟูหลังน้ำลดจำนวนเท่าไหร่ นายกฯ กล่าวว่า วันนี้เรายังไม่ทราบทั้งหมด แต่ในเบื้องต้นทาง ครม.จะใช้งบประมาณในด้านของการดำเนินการใช้จ่าย ปรับลดลงไปประมาณ ร้อยละ 10 จากงบประมาณทั้งหมด เพื่อที่จะจัดสรรมาเป็นงบฟื้นฟู

           เมื่อถามต่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่าต้องใช้งบฟื้นฟูในเบื้องต้น 1 แสนล้านบาท น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า อย่างที่เรียนเบื้องต้นเราจะทำสัดส่วนของการใช้จ่ายทั้งหมดร้อยละ 10 ซึ่งเป็นเงินจำนวนหลายหมื่นล้าน และหลังจากที่มีการประเมินทุกกลุ่มงานแล้วคงจะทราบตัวเลขที่แน่นอน
 
           เมื่อถามว่า จะจัดหาเม็ดเงินจากส่วนอื่นหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ส่วนนี้เป็นส่วนหนึ่ง และคงจะไปดูในส่วนของการงบประมาณอีกครั้งหนึ่งในกลางปี เนื่องตากขณะนี้เรายังไม่อยากสรุปเร็ว เพราะยังไม่ได้ประเมินทั้งหมด จึงอยากให้คณะกรรมการเข้าไปทำงานก่อน เพราะบางครั้งเราจะใช้เรื่องโครงสร้างมาตรการภาษี หรือรูปแบบการให้เงินกู้ต่างๆ และยังมีสถาบันการเงินต่างๆที่พร้อมให้ความร่วมมือด้วย เมื่อถามว่า จะกู้เงินจากต่างประเทศหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ขอทำงานก่อน และยินดี เพราะตรงนี้ในส่วนของการฟื้นฟูต้องเร่งทำทุกส่วน “ในเรื่องของการกู้เงินต่างประเทศนั้น คงจะดูว่าถ้ามีแหล่งไหนให้เราคงทำ” นายกฯกล่าว

           เมื่อถามว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมที่สำรวจในวันนี้(11 ต.ค.) ตามเขตรอยต่อขณะนี้กรุงเทพฯน่าเป็นห่วงหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ดูจากภาพถ่ายทางอากาศยังเห็นไม่ชัดเจนเท่าไหร่ คงจะไปดูทางเรือเพิ่มเติม และในเบื้องต้นได้มอบให้ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติ ศปภ. เข้าไปดูและตนจะสำรวจเพิ่มเติม ซึ่งวันนี้ในส่วนของรอยต่อต่างๆ ทาง กทม.รับไปดูแลเพราะเป็นเขตรอยต่อของกทม.กับเขต จ.ปทุมธานี และ จ.นนทบุรี โดยทางผู้ว่าฯกทม. รับว่าจะไปปรับปรุงรอยต่อให้แข็งแรงที่สุดภายใน 3 วัน และในส่วนของคลองต่างๆ นายปลอดประสพ ได้รับผิดชอบในการติดตาม เพราะในคลอง ที่เราจะขุดทั้งหมด เบื้องต้นได้ตกลงกัน 5 คลอง ซึ่ง 3 คลอง อยู่ในการดูแลของ ผู้ว่าฯปทุมธานี และสองคลองที่เหลือ อยู่ในการดูแลของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ซึ่งจะพยายามเร่งทำให้เสร็จ ภายใน 3 วันเช่นกัน ถ้าทั้งหมด เสร็จตามเป้าหมาย น่าจะมีความปลอดภัยขึ้น ในส่วน กทม.จะให้ทางกรมชลฯพยายามมอนิเตอร์ดูในส่วนของระดับน้ำด้วย

           เมื่อถามว่า การระบายน้ำสามารถระบายน้ำลงสู่ทะเลได้ถึง 10 เปอร์เซ็นต์หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ที่เราคุยกัน ซึ่งน้ำทั้งหมดทั่วประเทศมีปริมาณมาก ส่วนการระบายน้ำที่เป็นไปได้ยากเนื่องจากการระบายน้ำลงไปจะติดในเรื่องของคลองต่างๆ สุดท้ายผลที่ออกมาไม่ได้มากเหมือนที่เราต้องการ การระบายน้ำจึงเป็นส่วนที่ยาก ดังนั้นต้องพยายามทำทุกวิถีทาง สำหรับมวลน้ำทั้งหมดขณะนี้มีถึง 10-20 ลบ.ม. ซึ่งเทียบกับปริมาณน้ำทั้งหมดทั่วประเทศที่เป็นหมื่นล้าน ถือว่าน้อยแต่ก็ดีกว่าไม่ได้ทำ เพราะในภาพรวมเราเห็นแล้วว่าปริมาณน้ำยังไม่เพิ่มมากขึ้น หากปริมาณฝนยังไม่มากขึ้นทุกวัน

           เมื่อถามว่า มีรายงานว่าแนวกั้นน้ำ 3จุด ที่จะกั้นทางน้ำเข้าสู่ กทม มีประชาชนพยายามจะเข้าพัง จะแก้ไขอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ทาง กทม. ตรวจเวรยามในการเฝ้าและขอความร่วมมือ และขอความกรุณาพี่น้องประชาชน ในส่วนของแนวรอยต่อ หากไปดึงออกจะทำให้น้ำทะลักเข้ามาจากภาพรวม ดังนั้นขอความร่วมมือในการรักษาแนวกำแพงกั้นน้ำนี้ไว้ เพราะเป็นวิธีการป้องกันรอยต่อที่เราต้องป้องกัน

           เมื่อถามว่า ขณะนี้สถานที่อพยพคนเพียงพอหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่เพียงพอ เพราะมีคนที่อพยพเพิ่มขึ้น ซึ่งเราใช้ค่ายทหารทั้งหมด และศูนย์ต่างๆ รวมถึงต้องหาที่ในการจอดรถยนต์ด้วย ซึ่งจะมองในส่วนของสนามบินสุวรรณภูมิ โดย รมว.คมนาคม สำรวจอยู่

           น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อถึงการผลักดันน้ำลงสู่ทะเลว่า ทั้งหมดอยู่ที่ปริมาณน้ำฝนหากมีปริมาณมากก็จะระบายน้ำลงสู่ทะเลได้ยาก แต่หากเราเร่งขุดลอกคูคลองให้เสร็จและทำพนังกั้นน้ำ 3 จุดสำคัญ คือ เมืองเอก รังสิตคลอง 5 และศาลายา ให้แข็งแรง การระบายน้ำจะมีทางไป แต่วันนี้น้ำไม่มีทางไปทำให้สถานการณ์ไปหนักอยู่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา แต่เราก็ต้องค่อยๆประคองอยุธยาไว้ด้วย โดยแบ่งโซนที่สามารถจะกู้ได้ ส่วนกรณีที่น้ำทะเลหนุนในช่วงวันที่ 14-17 ต.ค.นั้น จะทำให้น้ำระบายไม่ได้ ซึ่งเราต้องแน่ใจว่ารอยต่อแข็งแรงพอ ดังนั้นขอให้พี่น้องประชาชนช่วยกัน และขอให้สื่อมวลชนช่วยประชาสัมพันธ์ ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าไปดึงกระสอบทราย วันนี้เราต้องประคองทั้งหมด และเข้าใจว่าทุกคนอยู่ในสถานการณ์ที่เครียด

           น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ส่วนการขุดลอกคูคลอง หากไม่ทันตามที่กำหนดไว้ อาจจะต้องมีการตัดสินใจดำเนินการบางคลองอย่างเร่งด่วนให้เสร็จ ทั้งหมดอยู่ที่การบริหารจัดการ ซึ่งเราได้ติดตามอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว ยอมรับว่ารู้สึกเหนื่อยแต่เห็นใจประชาชนมากกว่า เพราะบางที่ยังขาดแคลนอาหาร ส่วนคนที่อยู่ในค่ายอพยพสบายใจแล้ว เหลือแต่ประชาชนที่ยังไม่ได้ย้ายออกมา

           ผู้สื่อข่าวถามว่าจำเป็นจะต้องใช้คลังสินค้าดอนเมือง เป็นที่พักพิงสำหรับประชาชนผู้ประสพอุทกภัย ที่ต้องอพยพหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เรื่องสถานที่ไม่ห่วง เพราะเป็นปลายทาง แต่ห่วงว่าจะสามารถนำประชาชนออกมาได้อย่างไรนั่นคือต้นทาง เพราะจากการไปบินสำรวจพบว่าบางบ้านยังอยู่กลางน้ำ และยกป้ายขอความช่วยเหลือ ซึ่งในความเป็นจริงเราไม่สามารถนำเฮลิคอปเตอร์ไปส่งเสบียงได้ทุกบ้าน หากประชาชนย้ายมาอยู่ในศูนย์อพยพก็จะไม่เป็นปัญหา โดยเฉพาะพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา มีการจัดโซนไว้แล้ว ทุกโซนจะมีศูนย์อาหาร แต่คนกลับไม่เข้ามาที่ศูนย์อพยพ

           เมื่อถามว่าให้ความมั่นใจได้หรือไม่ว่าพื้นที่กทม.จะไม่มีภาพเช่นนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนที่จะตอบว่า ตนก็จะพยายาม แต่มันมีงานรอยต่อระหว่างเรากับกทม. ซึ่งได้ขอความร่วมมือม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. ในการลอกผักตบชวาไปแล้ว โดยได้หารือกันตลอดพร้อมทั้งขอความร่วมมือ เพราะเรื่องนี้คือสิ่งสำคัญ

           เมื่อถามว่าถ้าวิกฤติสุดจำเป็นหรือไม่ต้องปล่อยน้ำเข้ากทม. กล่าวว่า “อย่าเพิ่งพูดเรื่องนั้น เราต้องกั้นตรงนี้ก่อน และจากกรณีที่กรมอุตุนิยมวิทยาบอกว่าพายุลูกใหม่จะยังไม่เข้าประเทศไทย ก็หวังว่าจะไม่มีปริมาณน้ำมาก”

           เมื่อถามว่าจากผังการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้เตรียมพื้นที่จุดรับน้ำเพื่อให้ กทม.ท่วมน้อยที่สุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เวลานี้เหลืออยู่ 2 ทาง คือการระบายออกด้านข้าง และปล่อยลงพื้นที่ ซึ่งเราไม่ต้องการทำแบบนี้