ข่าว

เร่งกู้แนวกั้น'รพ.บางบัวทอง'แตก

เร่งกู้แนวกั้น'รพ.บางบัวทอง'แตก

11 ต.ค. 2554

เทศบาลและทหารเร่งกู้แนวกั้นโรงพยาบาลบางบัวทองแตก ย้ายที่รักษาผู้ป่วยนอกไปศูนย์บริการแทน ไฟฟ้านครหลวงนำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคช่วยชาวท่าอิฐ ศภช.เตือนอ.ไชยาเสี่ยงน้ำป่าถล่ม ทภ.4 แบ่งหน้าที่หน่วยทหารเตรียมพร้อม

          วันที่ 11 ตุลาคม 2554 ความคืบหน้าจากการที่แนวคันกั้นน้ำด้วยกระสอบทรายภายในชุมชนพัฒนาเทศบาล 6 หลังโรงพยาบาลบางบัวทอง  อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เกิดพังเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา  ส่งผลให้น้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน จำนวนกว่า 150 หลังคาเรือน  รวมถึงบริเวณโรงพยาบาลบางบัวทองนั้น ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองบางบัวทองรวมทั้งกำลังทหารและชาวบ้าน เร่งซ่อมแซมแนวเขื่อน

          นายประพุทธ ลีลาพฤทธิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางบัวทอง กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่แนวเขื่อนหลังโรงพยาบาลบางบัวทองพัง ซึ่งส่งผลให้บริเวณหน้าโรงพยาบาลบางบัวทองถูกน้ำเข้าท่วมนั้น ทางโรงพยาบาลได้มีระบบในการป้องกันไว้แล้ว ทั้งระบบออกซิเจน ระบบไฟฟ้า ประปา โดยโรงพยาบาลสามารถทำงานได้ตามปกติ แต่ผู้ที่ใช้บริการไม่สามารถที่จะเข้ามาได้ เนื่องจากน้ำท่วมหน้าโรงพยาบาลค่อนข้างสูง ทางโรงพยาบาลจึงทำการย้ายสถานที่ให้บริการผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยอุบัติเหตุ ฉุกเฉิน ไปที่ศูนย์บริการสาธารณสุข เทศบาลเมืองบางบัวทอง

          ส่วนผู้ป่วยในบางส่วนยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ซึ่งถ้ามีผู้ป่วยรายใด ที่มีอาการสาหัสก็จะประสานกับทางสาธารณสุขจังหวัด ย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ซึ่งขณะนี้มีผู้ป่วยที่รักษาอยู่ภายในโรงพยาบาลทั้งหมด 15 ราย จากเมื่อวานทั้งหมด 24 ราย โดยมีการย้ายผู้ป่วยไปที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าจำนวน 2 ราย และสถาบันบำนาศนราดูร จำนวน 1 ราย และบางส่วนได้กลับบ้าน ในส่วนของแนวกระสอบทรายได้ประสานงานจากหน่วยงานต่างๆ เร่งทำการซ่อมแซม แต่เนื่องจากระดับน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้ดำเนินการซ่อมแซมได้ล่าช้า
 

ไฟฟ้านครหลวงนำสิ่งของช่วยเหลือชาวท่าอิฐ


          ที่วัดแสงสิริธรรม ตำบลท่าอิฐ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี  นายอาทร สินสวัสดิ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง พร้อมด้วยพนักงานการไฟฟ้านครหลวงจำนวนหนึ่ง นำสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภค 1,000 ชุด มามอบให้กับผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อน

          นายอาทร กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมนั้น จังหวัดนนทบุรีถือเป็นเขตความรับผิดชอบของการไฟฟ้านครหลวง โดยมีการส่งเจ้าหน้าที่คอยสำรวจความเดือดร้อนของประชาชน บริการย้ายปลั๊กไฟให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนอย่าประมาทรีบขนย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้าให้พ้นระดับน้ำ และในกรณีน้ำท่วมฉับพลันให้รีบทำการตัดไฟที่แผงเมนสวิตช์ภายในบ้านทันที เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรหรือไฟฟ้าดูดเนื่องจากน้ำเป็นตัวนำกระแสไฟฟ้าได้ดี อาจทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้


 ศภช.เตือนอ.ไชยาเสี่ยงน้ำป่าถล่ม11-12ต.ค.นี้

          ศภช.เตือน อ.ไชยา สุราษฎร์ธานี เสี่ยงน้ำป่าถล่ม 11-12 ต.ค.นี้ ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ(ศภช.) แจ้งว่า ในวันที่ 11-12 ต.ค.นี้ อาจเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะ บริเวณ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ขอให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เตรียมให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย และติดตามข้อมูลจาก ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กระทรวงไอซีที อย่างต่อเนื่องต่อไป

 

จังหวัดปัตตานีตั้งศูนย์ป้องกัน-แก้ปัญหาอุทกภัย 

 

            ณ ประชุมศาลากลางจังหวัดปัตตานี ว่าที่ร้อยตรีเลิศเกียรติ วงศ์โพธิพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ปัญหาอุทกภัย วาตภัยและดินโคลนถล่มในเขตพื้นที่จังหวัดปัตตานี พร้อมเตรียมมาตรการณ์ในการช่วยเหลือประชาชน ประกอบกับ กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศแจ้งเตือนว่า ในช่วงเดือนตุลาคมเป็นต้นไป ของทุกปีเป็นช่วงฤดูฝนโดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันออก จังหวัดปัตตานีมีฝนตกเพิ่มขึ้น ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่

           จากลักษณะดังกล่าวอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณที่ราบลุ่มหรือบริเวณเชิงเขา ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายแกชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และทรัพย์สินของทางราชการได้ ดังนั้นเพื่อให้การปฏิบัติงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่มจังหวัดปัตตานี เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้ทันท่วงทีที่ ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจระดับจังหวัด และระดับอำเภอทั้ง 12 อำเภอขึ้นเพื่อเตรียมรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดปัตตานี

 

ทภ.4 แบ่งหน้าที่หน่วยทหารเตรียมพร้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้

 

           ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองทัพภาคที่ 4 พ.อ.สมชาย ภุมรินทร์ รองเสนาธิการกองทัพภาคที่ 4 การเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ภาคใต้ว่าในขณะนี้ได้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคกลางบางส่วน และมีแนวโน้มที่จะขยายเพิ่มขึ้น ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงห่วงใยและรับสั่งให้ทุกหน่วยงานช่วยกันดูแลติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ในการนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมทุกส่วนในการปฏิบัติงานในพื้นที่รับผิดชอบ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 โดยอนุมัติจัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 ประกอบด้วยหน่วยขึ้นตรงศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 จำนวน 21 หน่วย ครอบคลุมทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้

           ซึ่งในแต่ละหน่วนนั้นจะแจ้งให้ประชาชนในพื้นที่ทราบถึงขอบเขตความรับผิดชอบพื้นที่ดังนี้คือ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองพลทหารราบที่ 5 รับผิดชอบในพื้นที่ อำเภอทุ่งใหญ่ อำเภอนาบอน อำเภอชะอวด อำเภอจุฬาภรณ์ อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองบัญชาการช่วยรบที่ 4 รับผิดชอบในพื้นที่ อำเภอบางขัน อำเภอถ้ำพรรณรา จังหวัดนครศรีธรรมราช ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 41 รับผิดชอบในพื้นที่ อำเภอปากพนัง อำเภอหัวไทร อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย

           มณฑลทหารบกที่ 42 รับผิดชอบในพื้นที่ จังหวัดสงขลา ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองพลพัฒนาที่ 4 รับผิดชอบในพื้นที่ จังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูล ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กรมทหารราบที่ 15 รับผิดชอบในพื้นที่ อำเภอลานสกา อำเภอพรหมคีรี อำเภอฉวาง อำเภอร่อนพิปูน อำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 รับผิดชอบในพื้นที่ อำเภอเมือง อำเภอท่าศาลา อำเภอสิชล อำเภอขนอม อำเภอพระพรหม อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช และอำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง

           ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย จังหวัดทหารบกสุราษฎร์ธานี รับผิดชอบในพื้นที่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย จังหวัดทหารบกชุมพร รับผิดชอบในพื้นที่ จังหวัดชุมพร ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย จังหวัดทหารบกปัตตานี รับผิดชอบในพื้นที่ จังหวัดปัตตานี, ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 รับผิดชอบในพื้นที่ จังหวัดกระบี่ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 15 รับผิดชอบในพื้นที่ จังหวัดตรัง ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 25 รับผิดชอบในพื้นที่ จังหวัดระนอง และ จังหวัดภูเก็ต ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 5 รับผิดชอบในพื้นที่ จังหวัดยะลา ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองพันทหารช่างที่ 402 รับผิดชอบในพื้นที่ จังหวัดพัทลุง ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองพันพัฒนาที่ 4 รับผิดชอบในพื้นที่ จังหวัดนราธิวาส ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กรททหารราบที่ 151 รับผิดชอบในพิ้นที่ จังหวัดนราธิวาส , ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กรททหารราบที่ 152 รับผิดชอบในพื้นที่ จังหวัดยะลา และ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยร้อยฝึกรบพิเศษสิชล รับผิดขอบในพื้นที่อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช

           รองเสนาธิการกองทัพภาคที่ 4 กล่าวอีกว่าขณะนี้ในแต่ละหน่วย ได้จัดเตรียมกำลังพล ยานพาหนะ และยุทโธปกรณ์ พร้อมให้การช่วยเหลือผู้ประสบน้ำท่วมในพื้นที่ เมื่อเกิดเหตุการณ์ โดยมีการเตรียมการ ทุกศูนย์บรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ มีนายทหารติดต่อประจำในแต่ละจังหวัด เพื่อประสานการปฏิบัติกับส่วนราชการพลเรือนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสามารถให้การช่วยเหลือได้ทันทีอย่างเต็มขีดความสามารถ พันเอกสมชายกล่าว