ข่าว

ดันน้ำได้ผลไม่ท่วมกทม.ชั้นในแน่

ดันน้ำได้ผลไม่ท่วมกทม.ชั้นในแน่

11 ต.ค. 2554

ศปภ. แจงเร่งขุดคลองผลักน้ำออกทะเลถ้าเป็นไปตามแผน น้ำไม่ท่วมกรุงเทพชั้นใน วอนอย่าทำลายพนังกั้นน้ำ 3 จุดหลัก คาดโทษหัวขโมยโทษหนักจำคุก 7 ปี ผู้ว่าฯปากน้ำสั่งจอดเรือสินค้าขนาดใหญ่ช่วยผลักดันน้ำสู่ทะเล

          เมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 11 ต.ค.2554 นายวิม รุ่งวัฒนะจินดา โฆษก ศปภ. แถลงรายงานสถานการณ์อุทกภัยประจำวันที่ 11 ต.ค. ว่า สาเหตุที่น้ำเข้าท่วมในจังหวัดปทุมธานี เนื่องจากพนังกันน้ำบริเวณเจ้าพระยา สามโคกแตก ทำให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเมือง ซึ่งผู้ว่าฯ จ.ปทุมธานีและเจ้าหน้าที่ได้พยายามซ่อมแซมแนวคันกั้นน้ำ แต่ทำไม่ได้จึงต้องเร่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่

           อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทหาร นำกระสอบทรายและหินคลุกไปปิดกั้นเป็นแนวคันกั้นน้ำ ตั้งแต่คลอง 8 จนถึงประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ และนายกฯ ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ตรวจสถานการณ์น้ำท่วม ในจ.ปทุมธานี และ จ.พระนครศรีอยุธยา ดูการระบายน้ำลงสู่ทะเล อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ปริมาณน้ำจำนวนมากไหลจาก จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.นครนายก ทำให้มีน้ำเอ่อล้นที่ อ.บางประกง และเข้าสู่ กทม. โดยปริมาณน้ำมากที่สุดที่ผ่านเข้ามา ที่รังสิต คลอง 13 - 16 ทั้งนี้ นายกฯ ได้สั่งการให้เร่งขุดลอกคลอง 5 สาย ได้แก่ หนองงูเห่า บางโฉลง จรเข้ใหญ่ พระองค์เจ้าไชยยานุชิตและประเวศบุรีรมย์ หากการขุดลอกคลองเพื่อผันน้ำออกทะเลเป็นไปตามแผน เสร็จก่อนวันที่ 13 ต.ค. และผันน้ำออกสู่ทะเลได้ก่อนวันที่ 16 ต.ค. น้ำที่ท่วมที่เขตมีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง จะลดลง

           นายวิม กล่าวอีกว่า จากการประชุมร่วมระหว่าง ศปภ. กับกรุงเทพมหานคร ทุกหน่วยงานยืนยันว่าน้ำจะไม่ท่วมกรุงเทพฯชั้นใน โดย กทม. จะปิดประตูระบายน้ำคลองแสนแสบ และสูบน้ำออกไปทางลาดกระบังก่อนจะผลักลงทะเลที่ จ.สมุทรปราการ อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องผลักน้ำไปฝั่งตะวันออกของ กทม. เนื่องจากทางฝั่งตะวันตก พื้นที่บางประกงมีความสูงกว่ากรุงเทพฯ ทำให้การไหลเป็นไปอย่างช้า นอกจากนี้บริเวณแม่น้ำท่าจีน มีปริมาณน้ำท่วมสูง การผลักน้ำไปทางฝั่งตะวันตกทำให้เกิดความเสียหาย อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าปริมาณฝนตกในพื้นที่ภาคเหนือลดน้อยลง จึงขอให้เขื่อนภูมิพลชะลอการระบายน้ำระลอกสอง เพื่อไม่ให้มวลน้ำสองก้อนมารวมกัน

           โฆษก ศปภ. กล่าวอีกว่า สำหรับยอดเงินบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่ส่งมายังสำนักนายกรัฐมนตรี รวมทั้งสิน 370 ล้านบาท ใช้จ่ายแล้ว 267 ล้านบาท คงเหลือประมาณ 103 ล้านบาท ส่วนใหญ่นำไปชดเชยค่าเสียหายให้กับผู้ประสบภัย และซื้อเรือช่วยอพยพจากเหตุน้ำท่วม นอกจากนี้ ยังได้รับการประสานจากเซเว่น - อีเลฟเว่น ได้เปิดช่องทางบริจาคเงินผ่าน เซเว่น - อีเลฟเว่น ทุกสาขา

           ด้าน พล.อ.พลางกูร กล้าหาญ โฆษกหัวหน้าศูนย์บริหารจัดการข้อมูลข่าวสาร เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย กล่าวว่า สถานการณ์ในขณะนี้พนังกั้นน้ำมีความสำคัญ โดยเฉพาะ 3 จุดหลัก คือ หลัก 6 เมืองเอก , ศาลายามหิดล , รังสิต คลอง5 จึงขอความร่วมมือทุกฝ่ายอย่าทำลายคันกั้นน้ำทั้ง 3 แนวนี้ ถ้าร่วมมือกันได้ กทม. ก็จะอุ่นใจได้ นอกจากนี้ ขอทำความเข้าใจ กรณีผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ และไฮเทค ประสานขอให้ภาครัฐเข้าไปขนย้ายเครื่องมือ ซึ่งจังหวัดและกองทัพภาค 1 ได้ส่งกำลังพล และเรือเข้าไปอำนวยความสะดวก ซึ่งกรณีดังกล่าวมีความจำเป็น เพราะหากความเสียหายจะกระทบต่อเศรษฐกิจของบ้านเมือง

           พล.อ.พลางกูร กล่าวอีกว่า ขอเตือนไปยังโจร ขโมยให้หยุดพฤติการ เพราะการขโมยทรัพย์สินเป็นการซ้ำเติมผู้ประสบภัย รับโทษเต็มพิกัด 7 ปี อย่างไรก็ตาม ของบริจาคที่ผู้ประสบภัยต้องการมาก คือ เสื้อผ้าหลวมๆ กางเกงขาก๊วย ส้ม กล้วย ขนมปังบิสกิต เนื่องจากผู้ประสบภัยไม่สามารถหุ้งหาข้าวสารอาหารที่ได้รับบริจาค


ผู้ว่าฯปากน้ำสั่งจอดเรือสินค้าขนาดใหญ่ช่วยผลักดันน้ำสู่ทะเล


            นายเชิดศักดิ์ ชูศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ได้เดินตรวจลำคลอง รางระบายน้ำต่างๆในจังหวัดสมุทรปราการ และตรวจดูการขุดลอกคลอง และกำจัดสิ่งปฎิกูลของหน่วยงานการปกคลองท้องถิ่น เพื่อรองรับน้ำเหนือที่จะทะลักลงสู่จังหวัดสมุทรปราการและไหลลงสู่ทะเล

           นายเชิดศักดิ์ ชูศรี ได้กล่าวว่า ได้ประสานและขอความร่วมมือกับเจ้าของเรือตังเก และเรือทรัส ต่างๆไว้แล้วจำนวนหนึ่ง เพื่อช่วยผลักดันน้ำให้ลงสู่ทะเลโดยเร็ว แต่ติดปัญหาว่าเรือตังเกใบพัดขับเคลื่อนค่อนข้างเล็กทำให้ไม่ได้ประโยชณ์เท่าที่ควร ส่วนเรือทรัสหรือเรือลากจูงขนาดใหญ่ ต้องมีค่าใช่จ่ายค่อนข้างสูง

           อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้ประสานไปยังเรือสินค้าขนาดใหญ่ของไทย  เกือบทุกบริษัทให้ความร่วมมือด้วยดีพร้อมจะลงมาช่วยผลักดันน้ำให้ที่บริเวณกลางแม่น้ำเจ้าพระยา  เพียงแต่ขอให้ทางจังหวัดช่วยค่าเชื้อเพลิงให้เท่านั้น  แต่ปัญหาขณะนี้อยู่ที่จุดจอดของเรือสินค้าจำนวนมากเพราะที่ท้องเจ้าพระยาเป็นดินโคลนไม่สามารถลงสมอได้  ต้องใช้ลวดสลิง ขึงกันเป็นแพจึงจะอยู่และทำงานได่สะดวก ขณะนี้กำลังประสานกับกรมเจ้าท่าและหาวิธีการที่ใช้ได้ผลมากที่สุด  คาดว่าอีกประมาณ 2-3 วันนี้ ทุกอย่างคงเรียบร้อยและเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลให้ได้โดยเร็วที่สุด