
'12ต.ค.'ประเดิมเรือดันน้ำลงทะเล
กระทรวงวิทย์ได้ฤกษ์ 12 ต.ค. ระดมเรือ 356 ลำผลักดันน้ำจาก 3 แม่น้ำสายหลักออกสู่ทะเล "ยิ่งลักษณ์" สั่งเร่งลอก 5 คลองสูบน้ำ เผย "อภิสิทธิ์" ห่วงปชช.เชื่อพอใจ ศปภ.แก้ไขน้ำท่วม "บรรหาร" แนะรัฐบาลทุ่มงบหมื่นล้านสร้างเขื่อนกันน้ำท่วมซ้ำ
11ต.ค.2554 กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนลยีได้ฤกษ์ วันที่ 12 ต.ค. ระดมเรือ 356 ลำผลักดันน้ำออกสู่ทะเลใน 3 แม่น้ำสายหลัก ได้แก่ แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำบางประกง ส่วนจุดที่เหมาะสมในปัจจุบัน คือบริเวณคลองลัดโพธิ์ แม่น้ำเจ้าพระยา และคลองสรรพสามิต แม่น้ำท่าจีน ซึ่งมีลักษณะพื้นที่เป็นคอขวด โดยถือเป็นส่วนหนึ่งในโครงการประชาอาสานำเรือร่วมผลักดันน้ำลงทะเล ที่ภาครัฐและเอกชนระดมให้ความช่วยเหลือเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม อย่างไรก็ตาม เรือ 1,000 ลำตามเป้าหมายนั้น คาดว่าจะดำเนินการได้ครบภายในวันที่ 16 ต.ค.นี้
เร่งดันน้ำลงทะเลบางปะกงก่อนมวลน้ำก้อนโตมาถึง
เมื่อเวลา 16.00 น. นายณัฐวุฒิ สินธุวงษ์ หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำที่ 1 โครงการพระองค์ไชยานุชิต (ปากคลองบางขนาก) ซึ่งรับหน้าที่สูบน้ำ เร่งระบายน้ำออกจากกรุงเทพฯ ผ่านปากคลองแสนแสบ ด้านฝั่งแม่น้ำบางปะกง กล่าวเปิดเผยว่า ขณะนี้ทางสถานีสูบน้ำบางขนากได้เร่งสูบน้ำออกจากลำคลองแสนแสบ ลงสู่แม่น้ำบางปะกงอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชม. เพื่อเร่งฉวยโอกาสทองที่ยังเหลืออยู่ ในการผลักดันน้ำที่ถูกระบายผ่านเข้ามาให้ไหลทิ้งลงทะเลได้อย่างรวดเร็วที่สุด เพื่อรอรับมวลน้ำก้อนใหม่ที่กำลังจะถูกระบายส่งมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
ขณะนี้ สถานีสูบน้ำบางขนากสามารถระบายน้ำออกจากคลองแสนแสบได้วันละ 1.5 ล้าน ลบม.ต่อวัน ด้วยการเพิ่มเครื่องสูบน้ำชั่วคราวเข้ามาเสริมอีก 2 เครื่อง จากเดิมที่มีเครื่องสูบน้ำแบบติดตั้งถาวร 4 เครื่อง สลับผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเดินเครื่องตลอด 24 ชม. ในขณะที่การระบายน้ำออกจากโครงการชลประทานพระองค์ไชยานุชิต ทั้งระบบตลอดแนวของลำน้ำบางปะกงตามสถานีสูบน้ำต่างๆ นั้น สามารถระบายน้ำออกได้วันละ 8-9 ล้าน ลบม.
นอกจากนี้ ทางจังหวัดฉะเชิงเทรายังมีแผนในการรับมือ ที่จะเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลอีกรูปแบบหนึ่ง ด้วยการประสานขอความร่วมมือไปยังชาวนา และเกษตรกรผู้เลี้ยงปลา ที่มีท่อสูบน้ำขนาดใหญ่ตั้งแต่ 10 นิ้วขึ้นไป ให้นำไปติดตั้งช่วยสูบระบายน้ำทิ้งตามจุดต่างๆ ในทุกอำเภอ ตลอดแนวของลำน้ำบางปะกง จากปากคลองบางขนากเรียงรายไปจนถึงปากอ่าว ระยะทางยาวกว่า 120 กม. ตามที่ได้มีการวางแผนไว้ เพื่อช่วยกันระดมสูบระบายน้ำออกทิ้งลงสู่ทะเลให้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมดทาง จ.ฉะเชิงเทรา จะเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณเข้ามาในส่วนนี้
ซึ่งคาดว่า หลังจากการเร่งระดมร่วมกันใช้ท่อสูบน้ำขนาดเล็ก จากทางภาคเอกชนสูบน้ำออก จะสามารถช่วยในการระบายน้ำออกจากโครงการพระองค์ไชยานุชิต ได้เพิ่มมากขึ้นอีก อย่างน้อยวันละกว่า 1 ล้าน ลบม. ขึ้นไป นายณัฐวุฒิ กล่าว
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ที่บริเวณสถานีสูบน้ำบางขนากนั้น ได้มีน้ำที่สูบออกจากสถานีลงไปยังแม่น้ำบางปะกงแล้ว ไหลวนกลับเข้ามาท่วมพื้นที่ภายในบริเวณสถานีสูบน้ำด้วย จนต้องมีการตั้งแนวกระสอบทรายล้อมรอบปากคลองแสนแสบเอาไว้ สูงถึงเกือบ 1 เมตร ขณะที่ระดับน้ำในลำคลองแสนแสบนั้น มีระดับที่ต่ำกว่าน้ำในแม่น้ำบางปะกงที่ถูกสูบออกไปแล้ว ถึงกว่า 1.2 ม. และน้ำยังได้ไหลทะลักเข้าไปท่วมยังเขตตัวตลาด ย่านการค้าของชาวบางขนากอีกด้วย จนรถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถใช้เส้นทางผ่านเข้าไปยังบริเวณดังกล่าวได้
กรมอุทกศาสตร์เผยทร.เร่งผลักดันน้ำต่อเนื่อง
พล.ร.ท.ศาสตราจารย์ นิรุทธ์ หงส์ประสิทธิ์ เจ้ากรมอุทกศาสตร์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งมีปริมาณน้ำที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องว่า เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมาระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา น้ำขึ้นเต็มที่เวลา 18.10 น. สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง 1.94 เมตร คิดเป็นปริมาณน้ำระบายจากเขื่อนเจ้า พระยา 3,288 ลูกบาศก์เมตร/วินาที เขื่อนพระรามหก 1,246 ลูกบาศก์เมตร/วินาที โดยปริมาณที่ผ่าน อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา 3,640 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ในขณะที่คลองลัดโพธิ์ สามารถระบายน้ำได้ปริมาณทั้งสิ้น 50.48 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนในวันนี้ (11 ต.ค.54) คาดว่าระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา น้ำขึ้นเต็มที่เวลา 18.00 น. สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง 1.98 เมตร คิดเป็นปริมาณน้ำระบายจากเขื่อนเจ้า พระยา 3,634 ลูกบาศก์เมตร/วินาที เขื่อนพระรามหก 1,122 ลูกบาศก์เมตร/วินาที โดยปริมาณที่ผ่าน อ.บางไทน จ.พระนครศรีอยุธยา 3,476 ลูกบาศก์เมตร/วินาที
“พล.ร.อ. สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผบ.ทร.ได้สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ จัดกำลังพลและยุทโธปกรณ์จากหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กองเรือลำน้ำ กองเรือยุทธการ กรมสรรพาวุธทหารเรือ กรมอู่ทหารเรือ เข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยาอย่างเร่งด่วน โดยมี น.อ.อารักษ์ แก้วเอี่ยม รองผู้บังคับการกองเรือลำน้ำ กองเรือยุทธการ เป็นหัวหน้าชุดช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.พระนครศรีอยุธยา ล่าสุดวานนี้สามารถอพยพประชาชนในเส้นทางสะพานปรีดี โรงเรียนสรรพสามิต และพื้นที่บริเวณเกาะเมือง ได้กว่า 600 คน ลำเลียงเสบียงอาหารแห้งแจกจ่ายให้ประชาชน จำนวน 15 เที่ยว ”เจ้ากรมอุทกศาสตร์ ระบุ
พล.ร.ท. ศาสตราจารย์ นิรุทธ์ กล่าวว่า นอกจากนั้นในส่วนของกรมการก่อสร้างและพัฒนา ฐานทัพเรือสัตหีบยังสามารถกู้ระบบโทรศัพท์และเคลื่อนย้ายเจเนอร์เรเตอร์ ขนาด 40 ตัน ของบริษัท ทีโอที จำกัด และเตรียมการออกแบบในการตั้งโรงพยาบาลสนามขึ้นในพื้นที่มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย นอกจากนั้น กรมอู่ทหารเรือ ได้ดำเนินการ สร้างแพลอยน้ำ (Pantoon) จำนวน 20 แพ สร้างเรือท้องแบนติดเครื่องท้าย 20 ลำ และจัดหาเรือท้องแบนอีก 100 ลำ เพื่อนำมาใช้ในพื้นที่ประสบอุทกภัย ด้านกองรักษาความปลอดภัย ฐานทัพเรือกรุงเทพ ได้จัดกำลังพลจำนวน 60 นายเร่งสร้างคันป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ในขณะที่ทางหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินและหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ได้จัดกำลังหน่วยละ 1 กองร้อย สนับสนุนกรุงเทพมหานครในการบรรจุกระสอบทรายเพื่อป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฝั่งตะวันตกรวมถึง อ.ศาลายา จ.นครปฐม
ขณะที่เมื่อช่วงเช้าวันที่ 11 ต.ค. พล.ร.อ.ดำรงศักดิ์ ห้าวเจริญ เสนาธิการทหารเรือ เดินทางไปตรวจการผลักดันน้ำบริเวณคลองลัดโพธิ์ ซึ่งได้มีการเพิ่มเรือและเครื่องผลักดันน้ำที่กรมอู่ทหารเรือสร้างขึ้น อีก 3 เครื่อง จากที่ก่อนหน้านี้กองทัพเรือ ได้จัดเรือหลวงแสมสารทำการผลักดันน้ำร่วมกับเรือของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และการท่าเรือแห่งประเทศไทย ที่คลองลัดโพธิ์ รวมถึงจัดเรือหลวงกลึงบาดาล และเรือหลวงมารวิชัย ทำการผลักดันน้ำที่คลองสรรพสามิต ซึ่งทั้งสองจุด ได้มีการเร่งผลักดันน้ำอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ
"ยิ่งลักษณ์"สั่งเร่งลอก5คลองสูบน้ำลงทะเล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการระดมหน่วยงานทั้งกองทัพ กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย และกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อขุดลอกคูคลองสำคัญ 5 แห่ง ตามโครงการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพระบบอาคารบังคับน้ำตามแนวคันกั้นน้ำพระราชดำริฝั่งตะวันออก คือ 1.คลองพระองค์เจ้าไชยยานุชิต 2.คลองจระเข้ใหญ่ 3.คลองบางโฉลง 4.คลองลาดกระบัง และ 5.คลองหนองงูเห่า โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อระบายน้ำที่เหลือจากการไหลบ่ามาจากจ.อยุธยา และ จ.นครสวรรค์ที่ปกติจะไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาแต่ด้วยปริมาณน้ำที่มากและการผันหรือสูบน้ำออกไปสู่ทะเลไม่ทัน ทำให้เกิดสถานการณ์น้ำตลบหลัง คือ น้ำไหลย้อนอ้อมมาท่วมขังบริเวณชุมชนฝั่งตะวันออกโดยการปฏิบัติการดังกล่าวต้องแล้วเสร็จก่อนวันที่ 15 ต.ค.นี้
ทั้งนี้พื้นที่โดยรอบสนามบินสุวรรณภูมิ บางพลี น่าเป็นห่วงอย่างมาก ที่อาจจะเกิดน้ำท่วมสูงเพราะสภาพพื้นที่เดิมเป็นที่นาและทุ่งรับน้ำแต่ปัจจุบันเป็นหมู่บ้านจัดสรร และ บางแห่งมีการก่อสร้างหมู่บ้านจัดสรรขวางทางน้ำจึงกลายเป็นทุ่งรับน้ำไปโดยปริยาย เช่น ลำลูกกา หนองจอก ลาดกระบัง มีนบุรี คลอง 3 วา และบริเวณชุมชนโดยรอบสนามบินสุวรรณภูมิ บางพลี จ.สมุทรปราการ เป็นต้น ดังนั้นการขุดลอกคลองเพื่อจัดการสิ่งกีดขวางและขยายลำคลองเพื่อให้กระแสน้ำไหลแรงขึ้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง
อีกทั้งเมื่อกระแสน้ำไหลแรงขึ้นย่อมทำให้เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ที่ติดตั้งไว้ได้ทำงานได้เต็มศักยภาพในการสูบน้ำออกสู่ทะเลอ่าวไทย ทั้ง 5 แห่งที่มี จำนวน 8 สถานีสูบน้ำออกสู่ทะเล คือ 1.ตำหรุ 6 เครื่อง 2.บางปลาร้า 8 เครื่อง 3. บางปลา 8 เครื่อง 4. เจริญราษฎร์ 25 เครื่อง 5. คลองด่านสอง 8 เครื่อง 6.ชลหารพิจิตร 20 เครื่อง 7. ชลหารพิจิตร สอง 20 เครื่อง และ8. สุวรรณภูมิ 4 เครื่อง และมีประตูระบายน้ำ 2 แห่ง คือ ชลหารพิจิตร และบางปิ้ง รวม 99 เครื่อง อัตราการระบายน้ำ 30 ลบ.ม.ต่อวัน



