
'ปู'กำชับรมต.ลงพื้นที่เฝ้าคันกั้นน้ำ
'ยิ่งลักษณ์' กำชับรัฐมนตรีลงพื้นที่-จี้ดูแลคันกั้นน้ำเพิ่ม 3 คณะทำงาน ฟื้นฟูหลังน้ำท่วมยัน ไม่จำเป็นต้องประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหักเงิน 10 % เข้าคลัง เป็นกองทุนน้ำท่วมเสนองบปี 55 เข้าคครม. 25 ต.ค.นี้
11 ต.ค.54 นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้ขยายเป็นวงกว้าง มีพื้นที่ได้รับความเสียหายหลายพื้นที่ รัฐบาลจึงได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) เพื่อรวบรวมหน่วยงานทุกหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ เอกชนที่เกี่ยวข้อง มาบูรณาการร่วมมือกันทุกฝ่ายเพื่อให้ยุติโดยเร็ว
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการเพิ่มเติมให้รัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลในหน่วยงาน ศปภ.จะต้องดำเนินการต่อไป ขณะเดียวกันก็มีรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องน้ำท่วม แต่ไม่ได้อยู่ใน ศปภ. ก็จะต้องทำในหน้าที่เช่นเดียวกัน เช่น กระทรวงศึกษาธิการ
นอกจากนี้ สำหรับหมายเลขในการติดต่อประสานงานเกี่ยวกับปัญหาอุทกภัย 1111 ต่อ 5 ปัจจุบันมีผู้โทรศัพท์มาสอบถามมากกว่า 1 แสนราย แบ่งเป็นการร้องเรียนขอความช่วยเหลือ 6 พันกว่าราย ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ ได้ส่งกำลังและสิ่งของอุปโภคบริโภคไปช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
นายกรัฐมนตรี ยังได้กำชับให้ดูแลคันกั้นน้ำอย่างเข้มงวด และหากพบว่า คันกั้นน้ำไม่มีความแข็งแรงมากพอจะต้องทำการตรวจสอบ เพื่อรักษาพื้นที่ที่ยังปลอดภัย แต่ทั้งนี้เชื่อแน่ว่า จะมีน้ำท่วมได้ จึงต้องให้กระทรวงคมนาคมลงไปรับผิดชอบมากขึ้น
อีกทั้ง นายกรัฐมนตรี ยังได้ขอร้องให้หน่วยงานทุกหน่วยงานช่วยกันแก้ปัญหา อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีที่มีหลายฝ่ายอยากให้ข้าราชการนั้นหยุดงาน แต่ที่ประชุม ครม. เห็นว่า ไม่อยากให้ข้าราชการหยุดงานในช่วงนี้ เพราะต้องการให้ข้าราชการช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริง แต่หากข้าราชการคนใดที่ประสบอุทกภัยอยู่ ก็สามารถจะจะใช้ดุลยพินิจของผู้บังคับบัญชาได้โดยไม่ต้องลา
ทั้งนี้รัฐบาลได้จัดตั้งคณะกรรมการฟื้นฟูขึ้นมาอีก 3 คณะ เพื่อที่จะรองรับเกี่ยวกับน้ำท่วมโดยเฉพาะ ได้แก่ 1.คณะกรรมการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน ระบบงานโยธา ถนน สาธารณูปโภค ไฮปาร์ค น้ำประปา รวมทั้งสถานศึกษาและโบราณสถาน โดยมี พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม เป็นผู้รับผิดชอบ 2.คณะกรรมการฟื้นฟูด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และมาตรการภาษี ซึ่งหลังจากน้ำท่วมต้องรับผิดชอบด้านเศรษฐกิจของประเทศทั้งหมด โดยมี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เป็นผู้รับผิดชอบ และ 3.คณะกรรมการฟื้นฟูด้านสังคมและคุณภาพชีวิต คนด้อยโอกาส การสร้างงาน การเยียวยาสภาพจิตใจ ความเป็นอยู่ของประชาชน โดยมี พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับผิดชอบ
นอกจากนี้ ในส่วนของเหตุการณ์ที่มีหลายคนหยิบยกขึ้นมาว่า ในช่วงนี้เห็นควรให้ประกาศ พรก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดย นายกรัฐมนตรี ได้สอบถามในที่ประชุม ครม. แล้ว ซึ่งหลายคนให้ความเห็นว่าปัจจุบันนี้ได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยงานและทุกฝ่ายเป็นอย่างดี และไม่ได้มีการขัดขวางการทำงานของรัฐบาลหรือหน่วยราชการ อีกทั้งไม่ได้มีความขัดแย้งใด ๆ เกิดขึ้น จึงไม่จำเป็นต้องใช้พรก.ฉุกเฉินฯ เนื่องจากจะทำให้ภาพของการท่องเที่ยวหรือการลงทุนต่าง ๆ จะตื่นตระหนก อีกทั้งปัจจุบันรัฐบาลก็ได้ใช้พรบ.ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย อยู่แล้ว ฉะนั้นจึงไม่จำเป็นต้องการมีการประกาศพรก.ฉุกเฉินฯอีก
นางฐิติมา กล่าวต่อว่า ครม.อนุมัติหลักการให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ใช้จ่ายงบประมาณประจำปี 2554 ที่ได้รับอนุมัติโดยกันไว้ เบิกจ่ายเหลื่อมปี โดยข้อตกลงโอนเปลี่ยนแปลง นำไปใช้จ่ายเพื่อการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาอุทกภัยตามแนวทางของศปภ.ตามความจำเป็นและเหมาะสมก่อน หากไม่เพียงพอ ให้ขอรับการจัดสรรจากงบกลางรายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นไปพลางก่อน ภายในกรอบวงเงิน 2,000 ล้านบาทตามที่สำนักงบประมาณเสนอ ทั้งนี้นายกฯได้ปรึกษาในที่ประชุมครม.ว่ารัฐบาลจะขอปรับลดงบประมาณที่ตั้งไว้ สำหรับทุกกระทรวงทุกหน่วยงานในปี 2555 ซึ่งเป็นงบดำเนินงานและงบลงทุน ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ หรือ ราว 8 หมื่นล้านบาท เพื่อมาใช้ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างเดียว หากมีความจำเป็นที่จะต้องใช้มากกว่านั้นก็จะขอตั้งงบประมาณกลางปีอีกครั้งหนึ่ง ขณะเดียวกันการตั้งงบประมาณผูกพันของหน่วยราชการที่ปกติในปีแรกจะตั้งกันไม่ต่ำกว่า 20 เปอร์เซ็นต์นั้น ปีนี้ การตั้งงบประมาณก่อหนี้ผูกพันข้ามปี ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างหรืออะไรก็ตาม ขอให้ตั้งเหลือไม่ต่ำกว่า 15 เปอร์เซ็นต์
สำหรับที่ประชุม ครม.เห็นชอบตามที่สำนักงบประมาณเสนอเรื่องการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 วงเงินทั้งสิ้น 2.33 ล้าน ๆ บาท โดยเป็นนโยบายขาดดุล 3.5 แสนล้านบาท รายได้สุทธิจำนวน 1.98 ล้าน ๆ บาท และให้สำนักงบประมาณนำข้อเสนอดังกล่าวไปจัดทำเป็นร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 และเอกสารประกอบงบประมาณ โดยให้ส่งร่างให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตรวจพิจารณาเป็นเรื่องด่วนและแจ้งผลการพิจารณาให้สำนักงบประมาณทราบโดยตรง ก่อนนำไปพิมพ์เป็นร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 และนำเสนอครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบในวันที่ 25 ต.ค.2554 และนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
เผย"อภิสิทธิ์"ห่วงปชช.เชื่อพอใจศปภ.แก้ไขน้ำท่วม
ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ท่าอากาศยานดอนเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังได้หารือกับคณะทำงานศปภ.โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน เข้าร่วมประชุมกว่า 20 นาทีว่า การหารือเป็นการอธิบายการทำงาน และสถานการณ์ให้นายอภิสิทธิ์ทราบ นายอภิสิทธิ์แวะมาเยี่ยมก็ยินดีอยู่แล้ว เพราะถือว่าศปภ.เป็นศูนย์เตือนภัยของคนไทยทุกคนในการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น
"นายอภิสิทธิ์ได้แสดงความห่วงใยซึ่งเราได้อธิบายทั้งหมดแล้ว ทั้งในส่วนของเรื่องการระบายน้ำ และการดูแลจุดต่างๆ มีทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด อธิบดีกรมชลประทานซึ่งดูข้อมูลแล้วนายอภิสิทธิ์น่าจะพอใจ แต่ในที่ประชุมนายอภิสิทธิ์ไม่ได้เสนออะไรเป็นการมารับฟังเฉยๆ" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
จากนั้นเวลา 15.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ และคณะได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์เบล 412 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)เพื่อเดินทางไปตรวจสถานการณ์น้ำที่จ.ปทุมธานี และจ.พระนครศรีอยุธยา โดยได้บรรทุกสิ่งของ ถุงยังชีพเพื่อไปช่วยผู้ประสบภัยที่ติดอยู่กลางน้ำที่รถยนต์ไม่สามารถเข้าถึงได้
"บรรหาร"แนะรัฐบาลทุ่มงบหมื่นล้านสร้างเขื่อนกันน้ำท่วมซ้ำ
นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันว่า วันที่ 15 ต.ค. นี้ตนเตรียมลงพื้นที่ที่คลองลัดโพธิ์ เพื่อดูสภาพปัญหาและหาทางระบายน้ำออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด ส่วนแนวทางของรัฐบาลที่ให้เรือดันน้ำลงสู่ทะเลนั้นจะทำได้ยากหากน้ำทะเลหนุนสูง นอกจากนั้นแล้วปัญหาหนึ่งที่พบว่าเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ คือ ขยะที่อยู่ในคลอง การสร้างอาคารรุกล้ำคู คลอง ทั้งนี้ตนไม่สนับสนุนที่จะระบายน้ำออกทางแม่น้ำท่าจีน เนื่องจากสภาพแม่น้ำมีลักษณะคดโค้ง และมีระยะทางยาวกว่า 75 กิโลเมตร แต่หากมีการแก้ไข ด้วยการขุดคลองเช่นคลองลัดโพธิ์ จะสามารถช่วยย่นระยะทางให้เหลือ 30 กิโลเมตร
“สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาระยะยาว รัฐบาลต้องทุ่มงบประมาณ 1-2 หมื่นล้านบาท เพื่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ชุมชน เช่น สิงห์บุรี อ่างทอง อุทัยธานี เป็นต้น ส่วนพื้นที่เกาะเมือง จ.พระนครศรีอยุธยา ที่มีสภาพเป็นพื้นที่ราบลุ่มนั้น มีวิธีเดียวคือ การสร้างเขื่อนรอบเกาะ โดยนำตัวอย่างจากการสร้างเขื่อนที่จ.สมุทรปราการเป็นตัวอย่าง ซึ่งในวันที่ 19 ต.ค.ผมเตรียมลงพื้นที่ไปดูสภาพ” นายบรรหาร กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงความกังวลที่น้ำจะเข้าท่วม กทม. นายบรหาร กล่าวว่า หากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาไม่สูงเกิน 2.50 เมตร เชื่อว่าจะไม่เกิดปัญหา แต่ขณะนี้พบว่าพื้นที่รอบนอก อาทิ เขตมีนบุรี เขตหนองจอก น้ำเข้าท่วมแล้ว ดังนั้นเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กทม. ที่จะต้องดูแลตลอดเวลาอีกทั้งต้องเตรียมเครื่องมือระบายน้ำ อาทิ เครื่องสูบน้ำ ให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้
เมื่อถามถึงกรณีที่มีส.ส.หลายคนมีความเห็นทิศทางเดียวกันคือ ตั้งกระทรวงน้ำ นายบรรหาร กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วย ที่จะตั้งหน่วยงานขึ้นมาดูแล ควรเน้นเรื่องการป้องกันให้ดีจะดีกว่า เพราะตราบใดการป้องกันไม่ดี ต่อให้มี 10 กระทรวงน้ำก็ไม่ได้ช่วยอะไร เมื่อถามถึงกรณีการประกาศพื้นที่น้ำท่วมเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ นายบรรหาร กล่าวว่า “ผมไม่เห็นด้วย จะประกาศทำไม เดี๋ยวนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเขาก็กลัวกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องตามธรรมชาติเท่านั้น”
ทั้งนี้นายบรรหารยังกล่าวถึงกรณีที่นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวโจมตีการทำงานของกรมชลประทานว่าล่าช้า โดยยืนยันว่าได้ทำหน้าที่อย่างเต็มความสามาถ และรายงานข้อมูลให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้อธิบดีกรมชลประทานเครียดมาก จนถึงขั้นต้องกินยาคลายเครียด นอกจากนั้นแล้วแม้ว่ากรมชลประทานจะเป็นหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และภายใต้การควบคุมของพรรคชาติไทยพัฒนา แต่นายกรัฐมนตรีก็ยังสามารถเข้ามาสั่งงานกรมชลประทานได้ทุกเรื่อง ในฐานะผู้นำประเทศ



