
หลักชัย 100 ปีแห่งความสำเร็จ
คมคิด : หลักชัย 100 ปีแห่งความสำเร็จ สู่ความมั่นคง-ยั่งยืนของ'ซอสภูเขาทอง'
ซอสปรุงรส "ภูเขาทอง" เป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่คู่ครัวคนไทยมานานเกือบ 60 ปี จวบจนปัจจุบันมีสินค้าหลากหลายชนิด ครอบคลุมผู้บริโภคทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ก้าวต่อไปของ บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) ภายใต้การนำของ "ปริญญา วิญญรัตน์" คือ การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน มีหลักชัยอยู่ที่ "100 ปีแห่งความสำเร็จ"
ปริญญา วิญญรัตน์ ประธานกรรมการผู้จัดการเกริ่นถึงความเป็นมาของ บมจ.ไทยเทพรส ที่มีประวัติมานานถึง 57 ปี ว่า พื้นฐานมาจากธุรกิจครอบครัว เริ่มต้นจากการผลิตซอสปรุงรส ตราภูเขาทอง ที่ได้รับการถ่ายทอดโนฮาวน์การผลิตจากฮ่องกง และได้เรียนรู้จากคุณพ่อ จึงต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น น้ำส้มสายชูกลั่น ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ ซอสหอยนางรม และซีอิ๊วต้นตำรับจีน หรือโชยุ ภายใต้ตราคินซัน เพื่อเพิ่มผลิตภัณฑ์ให้สามารถนำไปใช้กับอาหารนานาชาติได้
ปีหน้าบริษัทยังจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะรุกเข้าไปสู่ลูกค้าที่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารต่างๆ โดยจะเน้นส่งออกขายไปยังตลาดต่างประเทศเป็นหลัก จะช่วยผลักดันให้สัดส่วนการส่งออกสินค้าของบริษัทเพิ่มขึ้นอีก 5% จากปัจจุบันมีสัดส่วน 12% ของยอดขายรวม
"การที่บริษัทอยู่มาได้ยาวนานถึง 57 ปี เป็นเพราะคุณภาพสินค้า โนฮาวน์ และบุคลากร แม้จะมีจุดด้อยไปบ้าง ตรงที่ขาดการวิจัยและพัฒนา แต่ได้รับโนฮาวน์มาจากผู้ร่วมทุน เช่น ยามาซ่า ผู้ผลิตซอสญี่ปุ่น ที่ดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 360 ปี จะมาร่วมทุนผลิตซอสญี่ปุ่นยามาซ่าในไทย และการร่วมทุนกับบริษัทเอ็กซ์เตอร์ จากเนเธอร์แลนด์ ในการผลิตสินค้าใหม่ ด้วยกระบวนการผลิตที่เรียกว่า มายา ทำให้บริษัทต้องเก็บสะสมโนฮาวน์เหล่านี้ไว้กับตัวอย่างถาวร เพื่อให้บริษัทเติบโตไปอย่างต่อเนื่อง"
หากมองในแง่การเติบโตของธุรกิจ เมื่อช่วง 10 กว่าปีก่อน จะพบว่า มีการเติบโตในอัตรากว่า 10% มาตลอด แต่ปัจจุบันด้วยสถานการณ์รายได้ของประชาชน ปัญหาการเมืองที่มีมานาน ทำให้ผู้บริโภคคนไทยไม่ค่อยมีความสุขกับการกิน อีกทั้งการแข่งขันในธุรกิจมีเพิ่มขึ้น ซึ่งทุกๆ 2-3 ปีจะมีคู่แข่งเกิดขึ้นอย่างน้อย 1 ราย ทำให้อัตราการเติบโตเฉลี่ยของบริษัทอยู่ที่ปีละ 5% ขณะเดียวกัน การแข่งขันในกลุ่มโมเดิร์นเทรด ที่เน้นการแข่งขันด้านราคา ทำให้สินค้าบางอย่างค่อนข้างมีปัญหา ทางบริษัทจึงพยายามบริหารช่องทางขายให้มีความสมดุลกัน ทั้งในส่วนของโมเดิร์นเทรด และพยายามดูแลในกลุ่มยี่ปั๊ว-ซาปั๊วด้วย
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัญหาอื่นอยู่ด้วย คือ "สินค้าปลอม" ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาปลอมแปลงรูปลักษณ์ภายนอกให้ดูใกล้เคียงกัน แต่ขายถูกกว่า รสชาติไม่เหมือนกัน ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทจับกุมสินค้าปลอมปีละไม่ต่ำกว่า 1-2 ราย แต่กฎหมายด้านสาธารณสุขของไทยยังอ่อน เมื่อจับกุมผู้กระทำความผิดมาแล้ว ก็ต้องปล่อยไป สิ่งที่เป็นห่วง คือ สุขภาพของผู้บริโภค และบ่อนทำลายสินค้าภายในประเทศไทยด้วย
อยากแนะนำผู้บริโภคให้การสังเกตที่ขวดผลิตภัณฑ์ ต้องใหม่ ไม่ใช่ขวดที่ผ่านการใช้การแล้ว และพยายามซื้อในห้าง ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านค้าที่น่าเชื่อถือ แนวทางแก้ไขที่สำคัญที่สุดคือ กฎหมายจะต้องมีความเข้มงวดมากกว่านี้
ด้านราคาสินค้าจะเห็นได้ว่า อัตราการเพิ่มราคาสินค้าของบริษัทจะเติบโตช้ามากเมื่อเทียบกับสินค้าหลายๆ ตัว เช่น เมื่อ 40 ปีที่แล้ว ราคาก๋วยเตี๋ยวชามละ 75 สตางค์ ปัจจุบันชามละ 35 บาท คิดเป็นอัตราการเพิ่มประมาณ 30 เท่า ขณะที่ราคาซอสปรุงรสภูเขาทอง เพิ่มขึ้นเพียง 3 เท่าในช่วงเวลาเดียวกัน หรือจะเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน สินค้าไทยถูกกว่าประมาณ 25% เป็นเพราะบริษัทพยายามดูแลเครื่องจักร ยืดอายุเครื่องจักรให้สามารถใช้งานได้ยาวนาน เป็นการช่วยลดต้นทุนการผลิตลง
"ในอนาคต หากจะต้องปรับราคา บริษัทก็จะทำอย่างมีเหตุผล เหมาะสม และสอดคล้องกับตลาด ผมเชื่อว่า อัตราค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท เกิดขึ้นแน่นอน แต่สำหรับสินค้าของภูเขาทอง จะดูแลให้เหมาะสมกับผู้บริโภค และผลิตสินค้าที่หลากหลายให้ผู้บริโภคเลือกซื้อได้มากขึ้นด้วย"
ประธานกรรมการผู้จัดการ บมจ.ไทยเทพรส กล่าวถึงเป้าหมาย 100 ปี แห่งความสำเร็จว่า จะเรียนรู้จากต้นแบบคือ ยามาซ่า ว่าเขาทำกันอย่างไร บริษัทถึงสามารถอยู่ได้อย่างมั่นคงต่อเนื่องยาวนานถึง 360 ปีแล้ว คิดว่า เขาต้องมีอะไรพิเศษที่เราจะต้องค้นหาให้พบ อาจจะต้องใช้เวลาเรียนรู้เป็น 10 ปี แต่เชื่อว่า ถ้าภูเขาทองวางเป้าหมายสัก 100 ปี น่าจะทำให้มองเห็นชัยชนะได้ไม่ยาก
การถ่ายทอดเป้าหมายไปสู่กลุ่มคนรุ่นต่อไป ถือว่าสำคัญ ต้องสอนพวกเขา เหมือนกับอาหารที่จะต้องต้มจนเปื่อย เพื่อให้เขาได้รอบรู้ในทุกเรื่อง ให้ครอบคลุมเกือบทั้งหมด ถึงจะสามารถบริหารองค์กรต่อไปได้ โดยจะต้องผลักดันแนวคิดของทุกคนให้มีความสอดคล้องกัน เพื่อขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายเดียวกัน
นอกจากนี้ การเติบโตของภูเขาทองก็จะไม่หยุดนิ่ง เพราะมีคู่แข่งขันที่ต้องพยายามเอาชนะคู่แข่งให้ได้ แต่จะเน้นก้าวทีละก้าวอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ขั้นแรกที่เห็น คือ การพัฒนาและดูแลบุคลากรของบริษัท เรื่องบุคลากรของบริษัทเป็นสิ่งที่เรียนรู้ได้ และการจะวัดว่าประสบความสำเร็จตามเป้าหมายหรือไม่ อยู่ที่คนของเราว่า มีคุณภาพชีวิตที่ดี มั่นคง มีความสุขกับการทำงาน ผู้บริโภคมีความมั่นใจในสินค้า บริษัทจึงจะเติบโตได้
"ทั้งนี้ การเมือง เศรษฐกิจของประเทศ และรัฐบาล จะต้องให้การสนับสนุนด้วย เช่น บริษัทตั้งอยู่ที่จ.สมุทรปราการ ถือเป็นจังหวัดที่นำส่งรายได้เข้าส่วนกลางเป็นจำนวนมาก แต่การนำเงินกลับมาพัฒนาท้องถิ่น ยังน้อยและไม่เพียงพอ ผมมองว่า ทุกเรื่องเกี่ยวข้องกัน เอื้อกันและกัน หากท้องถิ่นไม่ได้รับการพัฒนา การไปสู่เป้าหมายอย่างที่หวังไว้ คงยาก" ปริญญากล่าว



