
ปทุมฯทรุดอีก!พนังกั้นน้ำพัง11จุด
ปทุมธานียิ่งเสริมคันกั้นน้ำยิ่งพังมากขึ้น 11 จุดน้ำท่วมทั้งตำบล น้ำล้นเขื่อนลำพระเพลิงแล้วยันรับมือได้
11 ต.ค.54 นายพันธ์เทพ ศรีวณิชย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ได้ออกสำรวจถนนสายปทุมธานี สามโคก สายเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อตรวจสอบแนวกั้นน้ำที่ได้พังเป็นจุดๆและได้มีการซ่อมแซมเสร็จบางจุด
จากการตรวจสอบพบว่า เฉพาะ ต.กระแชง อ.สามโคก จ.ปทุมธานี มีแนวกั้นน้ำแตกจำนวน 8 จุด และยังไม่สามารถป้องกันแนวแตกได้ นอกจากนี้ ยังมี ต.สามโคกแนวคันกั้นน้ำแตกจำนวน 3 จุด ยังไม่สามารถปิดแนวแตกได้เลย และตรงจุดประตูน้ำป่าฝ้าย และประตูน้ำวัดตำหนัก ก็ยังซ่อมแซมไม่ได้ รวมทั้งหมด 11 จุด ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ไร่นาสวนผสมอย่างมหาศาล และน้ำไหลผ่านไหล่ทางทำให้ริมทางพังทลายไปกับน้ำ ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่สามตำบลของอำเภอสามโคกได้รับความเสียหาย โดยมีศิริพร ศรีนวล อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44/3 ม.1 ต.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้หนุนบ้านมาถึงสามครั้งแล้วโดยยังไม่รู้ว่าจะไปหาที่พักได้ที่ไหนก็ไม่ได้เนื่องจากทางบ้านญาติก็ถูกน้ำท่วมเหมือนกัน
นอกจากนี้ ในเขต อ.เมือง แนวคันกั้นน้ำหน้าวัดโสภาราม ได้พังลงทำให้น้ำเข้าท่วมในวัด และที่วัดหงส์ปทุมาวาส ได้มีแนวคันกั้นน้ำพังเพิ่มมากขึ้นทำให้น้ำเข้าท่วมในวัดทั้งหมด ส่วนการวางแผนป้องกันน้ำท่วมตามแนวที่พังไปนั้น
ขณะนี้ ได้ให้จัดหาแฮริเออนำมาจัดวางเป็นแนวกั้นน้ำแล้วเสริมด้วยกระสอบทรายอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งในช่วงเย็นจะได้มีการตั้งแนวที่แตกไปแล้วจะทำการปิดกั้นคันแนวใหม่ตลอดทุกจุดรวมทั้งประตูน้ำที่พังไปซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในคืนนี้
น้ำล้นเขื่อนลำพระเพลิงแล้วยันรับมือได้
ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครราชสีมา รายงานว่า ภายหลังจากที่เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ที่ผ่านมา อ่างเก็บน้ำขาดใหญ่ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา 3 แห่ง จากทั้งหมด 4 แห่ง คืออ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว , อ่างเก็บน้ำลำมูลบนและอ่างเก็บน้ำลำแชะ ที่อำเภอครบุรี มีระดับน้ำกักเก็บเกินความจุของอ่างฯทั้งหมดแล้ว เนื่องจากปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเดือนกันยานยน 2554 จนถึงปัจจุบัน และยังคงเหลืออ่างเก็บน้ำลำพระเพลิงที่ อ.ปักธงชัยเพียงแห่งเดียวที่ปริมาณน้ำยังไม่เต็มความจุ แต่ทว่าสุดในช่วงเช้าวันนี้ ปริมาณน้ำที่ไหลลงมาจากพื้นที่ด้านบนของอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง ในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว และอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ด้านทิศตะวันออก จำนวนกว่า 5 ล้าน ลบ.ม. ส่งผลทำให้ปริมาณน้ำกักเก็บภายในอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง เกินระดับกักเก็บและได้เอ่อล้นออกทางอาคารระบายน้ำฉุกเฉิน ( สปรินเวย์ ) ด้านหน้าตัวเขื่อนลำพระเพลิงและไหลลงสู่ลำน้ำธรรมชาติด้านล่างของตัวเขื่อนฯแล้ว หลังจากที่ตลอด 1 เดือนก่อนหน้านี้ทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำพระเพลิงได้พยายามที่จะทำการพร่องน้ำออกจากตัวอ่างเก็บน้ำมาโดยตลอด แต่ด้วยประมาณการระบายน้ำของทางอ่างเก็บน้ำทำได้น้อยกว่าปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำฯห่างกันมากจึงทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเกิดระดับกักเก็บดังกล่าว
แต่อย่างไรก็ตามปริมาณน้ำที่เกิดระดับกักเก็บและเอ่อล้นอาคารระบายน้ำมีความสูงเพียงแค่ 17 ซม. จึงทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่ลำคลองธรรมชาติมีปริมาณเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.7 แสน ลบ.ม.ต่อวันเท่านั้น ซึ่งยังไม่มีผลกระทบต่อพื้นที่ทางตอนล่างของอ่างเก็บน้ำแต่อย่างใด เพราะเป็นประมาณน้ำที่ไม่มากนักประกอบกับก่อนหน้านี้ภายในลำน้ำธรรมชาติท้ายอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิงได้มีการพร่องน้ำออกจากลำน้ำไว้รับมือกับสถานการณ์นี้โดยเฉพาะอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามทางนายจำลอง พินิจการ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำพระเพลิง ไม่ได้นิ่งนอนใจกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ จึงได้สั่งการให้มีการพร่องน้ำออกจากตัวอ่างเก็บน้ำลำตะคอง นอกเหนือจากปริมาณน้ำที่ล้นออกทางอาคารระบายน้ำร่วมด้วยอีก 1 ล้าน ลบ.ม. ทางประตูระบายน้ำ โดยแบ่งประมาณน้ำออกเป็น 2 สาย สายแรกให้ผันน้ำออกทางคลองส่งน้ำของโครงการฯ วันละ 4 แสน ลบ.ม. และอีก 6 แสน ลบ.ม.ให้ผันลงสู่ลำน้ำธรรมชาติสายเดียวกันกับปริมาณน้ำที่ล้นออกทางอาคารระบายน้ำ โดยล่าสุดปริมาณน้ำภายในอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง ณ วันนี้ อยู่ที่ 111.460 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งหมด 109.63 ล้าน ลบ. คิดเป็น 101.67 %
นายจำลอง พินิจการ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำพระเพลิง เปิดเผยว่า จากรายงานล่าสุดประเมินว่า ในวันนี้จะมีปริมาณน้ำจากพื้นที่ด้านบนของอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิงไหลงสู่อ่างอีกประมาณ 4 ล้าน ลบ.ม. ในขณะที่การระบายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำทำได้เพียงวันละ 1.7 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งจะทำให้ปริมาณน้ำภายในอ่างเก็บน้ำเพิ่มระดับสูงขึ้นอีกแต่คงไม่มากนัก เนื่องจากยังมีการระบายน้ำออกทางท้ายเขื่อนอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งหากภายใน 2 - 3 วันนี้ไม่มีฝนตกลงมาในพื้นที่เหนืออ่างเก็บน้ำ สถานการณ์ก็ทรงตัวและกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่หากยังคงมีฝนตกบนพื้นที่เหนืออ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้นอีกปริมาณน้ำทั้งหมดก็จะถูกระบายออกทางอาคารระบายน้ำโดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้ ซึ่งทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำพระเพลิงเองก็จะพยายามที่จะควบคุมปริมาณน้ำให้ไหลลงสู่พื้นที่ด้านท้ายอ่างเก็บน้ำให้น้อยมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
นายจำลอง กล่าวอีกว่า ปริมาณน้ำที่ล้นออกจากอาคารระบายน้ำ ณ ปัจจุบันที่สูงกว่าอาคารระบายน้ำเพียง 17 ซม.นั้นจะไม่ส่งผลต่อการบริหารจัดการน้ำภายในลำน้ำต่างๆด้านท้ายของเขื่อนลำพระเพลิง เพราะปริมาณน้ำไหลออกนั้นมีไม่มากนัก แต่หากปริมาณน้ำล้นสูงกว่าระดับอาคารระบายน้ำเกินกว่า 1.5 เมตร ก็สุดวิสัยที่จะควบคุมปริมาณน้ำได้ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นคงทำได้เพียงประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อยู่พื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำ โดยเฉพาะริมลำคลองธรรมชาติในพื้นที่ อ.ปักธงชัย อ.โชคชัย และเตรียมอพยพออกจากพื้นที่เท่านั้น
ขณะที่สถานการณ์น้ำภายในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้ง 4 แห่งภายในจังหวัดนครราชสีมา ขณะนี้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ที่อ.สีคิ้ว ปริมาณน้ำอยู่ที่ 316.030 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งหมด 314.49 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 100.49 % ของความจุทั้งหมดแต่ขณะนี้ทางสำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ได้สั่งการให้มีการเพิ่มสันบานประตูระบายน้ำให้สูงขึ้นอีก 1 เมตร ทำให้อ่างเก็บน้ำลำตะคองยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีกเกือบ 50 ล้าน ลบ.ม. , อ่างเก็บน้ำลำมูลบน อ.ครบุรี ปริมาณน้ำอยู่ที่ 153.560 ล้าน ลบ.ม. จากความจุ 141 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็น 108.91 % ของความจุ ซึ่งล่าสุดทางสำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ได้สั่งการให้ทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำมูลบน-ลำแชะ ทำการเสริมความสูงช่องระบายน้ำฉุกเฉินหรือสปรินเวย์ ของอ่างเก็บน้ำโดยการนำกระสอบทรายไปวางกั้นขวางที่สปรินเวย์อีก 1 เมตร ทำให้อ่างเก็บน้ำลำมูลบนสามารถรองรับปริมาณน้ำเพิ่มได้อีกประมาณ 20 ล้าน ลบ.ม. จากความจุเดิมทั้งหมด , อ่างเก็บน้ำลำแชะ อ.ครบุรี ปริมาณน้ำอยู่ที่ 278.160 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งหมด 275 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 101.15 % ของความจุ และอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง ที่ อ.ปักธงชัย ปริมาณน้ำอยู่ที่ 111.460 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งหมด 109.63ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 101.67 %



