
สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ
เล่าสู่กันฟัง : สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ การสื่อสารสร้างศรัทธา โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์
“สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ” คำกล่าวที่มีมาตั้งแต่อดีต และมักจะถูกหยิบยกขึ้นมาเอ่ยทุกครั้งเวลาที่ประเทศเกิดสถานการณ์คับขัน หรือบ้านเมืองกำลังอยู่ในขั้นวิกฤติ แล้วมีผู้เข้ามาแก้ไขสถานการณ์นั้นให้คลี่คลายลงได้ด้วยดี จนได้รับการยกย่องให้กลายเป็นวีรบุรุษ
หากมองโลกในแง่ร้าย บางสถานการณ์อาจถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเปิดโอกาสให้คนบางคนได้ใช้ความเก่งแสดงฝีมือคลี่คลายสถานการณ์นั้น เพื่อทำให้ตนเองได้รับความศรัทธาและการยกย่องจากผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ตรงกันข้ามถ้ามองในแง่ดี สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นบททดสอบเพื่อพิสูจน์ฝีมือของผู้นำในขณะนั้นว่ามีความสามารถในการบริหารจัดการกับสถานการณ์ที่วิกฤติให้คลี่คลายลงได้อย่างไร เพื่อทำให้ประชาชนเกิดความศรัทธาและเชื่อมั่นในตัวของผู้นำ และยังเป็นการเปิดโอกาสให้เกิดวีรบุรุษหน้าใหม่ๆ ให้ชนรุ่นหลังได้กล่าวขานกันต่อๆ ไป เช่นเดียวกับบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ที่พวกเราได้ร่ำเรียนกันมา
แต่สำหรับวิกฤติการณ์น้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในเวลานี้ แน่ใจได้ว่าไม่ได้เกิดจากการสร้างขึ้นแน่นอน หากแต่เกิดจากความโหดร้ายของธรรมชาติจากพายุโซนร้อน “นกเตน” ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้พี่น้องร่วมชาติของเราจำนวนมากได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมกว่า 8 แสนครัวเรือน ในกว่า 30 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาค ปัญหาที่เกิดขึ้นจึงนับเป็นบททดสอบพิสูจน์ฝีมือรัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในการบริหารจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ให้คลี่คลายลงอย่างสง่างามได้อย่างไร
ยอมรับว่าตลอดระยะเวลาที่เกิดปัญหาน้ำท่วม จะเห็นได้จากการรายงานข่าวผ่านสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ว่า ผู้นำของเราแม้เป็นผู้หญิงแต่ก็ทำงานเช่นเดียวกันกับผู้ชาย ไม่ได้นั่งอยู่บนหอคอยและสั่งการให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลแก้ไขเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ได้ออกไปลุยน้ำพบปะและเยี่ยมเยียนประชาชนด้วยการลงพื้นที่จริง เข้าไปสั่งการและให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนในแต่ละพื้นที่ที่ประสบภัยด้วยตัวเอง ซึ่งทำให้เห็นปัญหาที่แท้จริง ด้วยตาตนเอง ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด และยังเป็นการกระตุ้นให้หน่วยงานต่างๆ ในแต่ละพื้นที่ตื่นตัวที่จะแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น
นอกจากการลงพื้นที่จริงอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังมีการสื่อสารชี้แจงสถานการณ์ภัยน้ำท่วมกับประชาชนเป็นระยะๆ ด้วยรูปแบบวิธีการต่างๆ ทั้งสื่อดั้งเดิมคือหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ และสื่อสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ฯลฯ รวมไปถึงการตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่สนามบินดอนเมือง มีการสั่งการผ่านการประชุมจากห้อง “วอร์รูม” ด้วยระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ระหว่างทำเนียบกับผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัด การตั้งโฆษกที่มีประสบการณ์ คือ วิม รุ่งวัฒนจินดา รับผิดชอบเหตุการณ์นี้เป็นกรณีพิเศษโดยเฉพาะ ฯลฯ ซึ่งการสื่อสารนี่แหละคือหัวใจสำคัญของการบรรเทาปัญหาในภาวะวิกฤติได้
สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ ขณะนี้สถานการณ์เกิดขึ้นแล้ว เพียงแต่ว่าเราจะมีความสามารถแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงไปได้ด้วยดีจนผู้คนยกย่องให้เป็นวีรบุรุษหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับฝีไม้ลายมือ ส่วนเรื่องการสื่อสารเป็นเรื่องที่อยู่กับโลกเรามานานแล้ว แต่ก็เปรียบเสมือนเพชรที่ยังไม่ผ่านการเจียระไน คนบางคนแม้เพชรอยู่ตรงหน้า แต่ถ้าไม่เห็นคุณค่าก็จะมองเห็นเป็นเพียงก้อนกรวดแล้วเดินผ่านเลยไป ตรงกันข้ามคนบางคนที่รู้จักคุณค่า แม้เพชรที่สภาพไม่ต่างอะไรกับก้อนกรวดอยู่ไกลแสนไกลก็จะตามไขว่คว้ามาครอบครองให้ได้ เพราะรู้ว่าเมื่อนำมาเจียระไนแล้ว ก้อนกรวดนั้นจะสามารถนำรายได้มหาศาลให้แก่ตนเอง
เช่นเดียวกับการสื่อสารในภาวะน้ำท่วมขณะนี้ ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของทีมที่ปรึกษาฯ ว่าจะนำกลยุทธ์ด้านการสื่อสารมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการกู้ภาวะวิกฤติของบ้านเมือง และสร้างวีรบุรุษให้เกิดขึ้นในสถานการณ์นี้ได้อย่างไร



