
แนวคันกั้นน้ำพังปชช.ผวาแตกซ้ำ
เกิดเหตุแนวคันกั้นน้ำพังวัดหงส์ปทุมมาวาส และ วัดถั่วทอง 2 จุด และประตูระบายน้ำพังอีก 1 แห่ง ในเวลาไล่เลี่ยกัน ขณะนี้เจ้าหน้าที่แต่ละพื้นที่เร่งช่วยกันอุดรอยพังและประชาสัมพันธ์ประชาชนในพื้นที่อย่างเร่งด่วน
ที่วัดหงส์ปทุมมาวาส ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี แนวกั้นน้ำด้านหลังวัดอยู่ติดกับริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นแนวคันกั้นด้วยแท่นปูนคอนกรีตและกั้นซ้อนด้วยกระสอบทราย พังเป็นความยาวประมาณ 15 เมตร ส่งผลทำให้ปริมาณภายในวัดระดับสูงกว่า 1.20 เมตร ขณะนี้น้ำได้ไหลข้ามถนนเข้าโรงเรียนอนุบาลปทุมธานี ทุ่งนา และชุมชนวัดหงส์ กว่า 2,000 หลังคาเรือน เจ้าหน้าที่กำลังเร่งช่วยกันใช้กระสอบทรายปิดรอยพังอยู่ ซึ่งต้องการกำลังพลมาช่วยกันกรอกกระสอบทราย
ส่วนที่ประตูระบายน้ำวัดป่าฝ้าย ต.กระแชง อ.สามโคก จ.ปทุมธานี บริเวณด้านข้างประตูระบายน้ำดังกล่าวซึ่งเป็นแนวคอนกรีต ที่พังเป็นแนวกว้างประมาณ 50 เมตร ความแรงของน้ำไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนใน ต.กระแชง อ.สามโคก ที่อาศัยอยู่กว่า 6,000 คน เจ้าหน้าที่กำลังเร่งอพยพออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน ซึ่งบริเวณชุมชนในจุดดังกล่าวอยู่อาศัยกันเป็นกลุ่มบ้านติดกัน จึงได้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านขนย้ายทรัพย์สินมีค่าออกไปอยู่บนที่สูงบริเวณถนนปทุม-เสนา
และที่วัดถั่วทอง หมู่ 3 ต.บ้านปทุม อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ถนนปทุม-เชียงราก เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. แนวคันดินกั้นน้ำที่สูงกว่า 1 เมตร พังเป็นแนวยาวกว่า 20 เมตร ส่วนชาวบ้านในพื้นที่ ต.บ้านปทุม อ.สามโคก กว่า 1,000 หลังคาเรือนเร่งขนย้ายข้าวของและทรัพย์สินมีค่าอย่างเร่งด่วน ขณะนี้นายชาญ พวงเพ็ชร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยชาวบ้านและเจ้าหน้าที่เร่งอุดรอยพังโดยดำเนินการนำรถดินหลายสิบคันเพื่อทำคันอุดรอยพังดังกล่าว ป้องกันไม่ให้น้ำเข้าท่วมในหลายพื้นที่ ซึ่งบริเวณจุดนี้เป็นแนวถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาที่กั้นน้ำไม่ให้เข้าท่วมพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต และเมืองเศรษฐกิจย่านคลองหลวง
ประชาชนตื่นผนังกั้นน้ำวัดหงส์แตกผวาหวั่นแตกซ้ำสอง
นายวรุฒน์ นกยูงทอง อายุ 47 ปี ชาวปทุมธานี กล่าวว่า บ้านอยู่ห่างจากวัดหงส์ประมาณ 1.5 กิโลเมตร ได้ยินข่าวว่าแนวกั้นน้ำหลังวัดติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาพังก็รู้สึกตกใจ เพราะว่าหากน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเอ่นล้นผ่านแนวกั้นเข้ามาได้ก็จะทำให้น้ำไปท่วมบ้านเรือนประชาชน โดยเฉพาะจุดสำคัญคือศาลากลางเก่าและตลาดขายผักผลไม้ก็จะทำให้ได้รับความเสียหาย แต่เจ้าหน้าที่และชาวบ้านก็ช่วยกันทำพนังแนวกั้นขึ้นมาใหม่ได้จนทำให้เหตุการณ์ทุกอย่างเข้าสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตามตอนนี้ทุกคนก็เฝ้าระวังอย่างเต็มที่เพราะเกรงว่าน้ำจะเข้ามาท่วมบ้าน อีกทั้งเกรงว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำ 2 พนังกั้นอาจพังทลายขึ้นมาอีกก็ได้ จึงต้องหาทางป้องกันและนำกระสอบทรายมากั้นบริเวณบ้านและก่อปูนกั้นน้ำเข้าบ้านด้วย
หูประตูน้ำพังเพิ่มเป็น2จุดแนวกั้นน้ำอีก3จุดยังปิดไม่ได้น่าเป็นห่วง
สถานการณ์หูประตูน้ำพังที่ประตูป่าฝ่าย ต.สามโคก และประตูวัดตำหนัก ม.1 ต.สามโคก จ.ปทุมธานี โดยหูประตูป่าฝ่ายมีความยาว 25 เมตรได้พังลงเมื่อเวลา 19.30 น.และประตูวัดตำหนักพังลงเมื่อเวลา 23.00 น. ซึ่งทางนายสุรพงษ์ อึ้งอีมพรวิไล รมช.ศึกษา พร้อมด้วย นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ได้มาสั่งการทำงานด้วยตัวเอง เบื้องต้นได้ใช้เสาเข็มไม้นำมาปักเรียงรายเต็มสะพานแล้วได้ใช้ผ้าใบคลุมลงไปในน้ำโดยมีเสาเข็มเป็นตัวยึดและนำแท่งปูนยกลงไปวางเรียงขวางทางน้ำ โดยมี ด.ต.เปรมวิสุทธิ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงมอเตอร์เวย์ ได้มาช่วยป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีรับอาสาห้อยโหนอยู่บนแท่งปูนหย่อยลงไปในน้ำที่มีความลึก 5 เมตร ลงไปงมปดโซ่ฆ้องกับแท่งปูนออก ขณะที่ได้วางแท่งปูนได้จำนวน 4 แท่ง เสาเข็มรับแรงน้ำไม่ไหว ก็หักตรงกลางเสาแล้วทำให้น้ำไหลเข้าเพิ่มอีก และนายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล ได้สั่งตู้คอนเทนเนอร์ ใส่ทรายแล้ให้นำวางขวางทางน้ำ ส่วนนายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ได้สั่งเสาไฟฟ้านำมาตั้งแทนเสาเข็มไม้ แต่ของที่สั่งยังไม่ได้จึงต้องรอออกไปก่อน
ส่วนที่ประตูวัดตำหนักพังเช่นเดียวกันแต่หนักกว่าประตูป่าฝ่ายมีความยาว 30 เมตรเศษ บริเวณดังกล่าวมีบ้านพักของนางมณฑา ทันการ อยู่บ้านเลขที่ 42 ม.1 ต.สามโคก ได้จอดรถกระบะนิสสันจำหมายเลขทะเบียนไม่ได้รถได้ไหลไปกับสายน้ำลงคลองเกาะใหม่ไป และบ้านถูกน้ำกัดเซาะใกล้ที่จะพังลงไปทุกที ซึ่งไม่มีใครช่วยได้ และบ้านข้างเคียงก็จะพังลงน้ำเหมือนกัน ซึ่งจุดนี้ นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี จึงตัดสินใจสั่งเสาไฟฟ้าเช่นเดียวเพราะมีความเข็งแรงกว่าเสาเข็ม และในการทำงานครั้งนี้ฝนได้ตกมาตลอดเวลาซึ่งในตำบลสามโคกและใกล้เคียงมีประชากรหลายพันคน
สำหรับน้ำในคลองพื้นที่ชั้นในขณะนี้ได้เพิ่มขึ้นสูงจนท่วมถนนซอยต่างๆในชุมชนหมดแล้ว บางบ้านน้ำเข้าท่วมพื้นบ้านไปแล้ว ส่วนผู้มีรถยนต์ต่างพากันขับออกมาจอดไว้บนสะพานข้ามแยกสันติสุขทั้งสองฝั่ง ส่วนที่จุดวัดหงษ์ปทุมาวาส ก็ยังไม่สามรถปิดกั้นน้ำได้โดยขณะนี้ได้ใช้กำลังทหารเข้ามาช่วยเสริมแทน รวมทั้งที่จุดวัดถั่วทองหลังปิดได้แล้วกลับมาแตกใหม่และล่าสุดจุดคันกั้นน้ำหน้าวัดพลับ เขตตำบลเชียงรากน้อย อ.สามโคกคันดินได้พังลงอีกจุดหนึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันป้องกันน้ำทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งหากวันนี้ไม่สามารถปิดกั้นน้ำได้จังหวัดปทุมธานีจะถูกน้ำท่วมต่อจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
แปดริ้วน้ำทะลักหลังผุดดันขึ้นกลางเมือง ผ่านปล่องระบาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.ฉะเชิงเทรา ภายเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ได้เกิดภาวะน้ำในแม่น้ำบางปะกงทะลักดันขึ้นออกที่บริเวณปากป่องฝาปิดท่อระบายน้ำ กลางตัวเมืองหลายแห่งในพื้นที่ต่ำ โดยเฉพาะบนถนนศรีโสธรตัดใหม่ จะมีน้ำไหลทะลักออกมานองพื้นถนนเป็นจำนวนมาก อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทั้งที่ขณะนี้ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ไม่มีฝนตกหนักแต่อย่างใด
ส่วนกระแสข่าวน้ำท่วมเมืองแปดริ้ว ยังคงมีการแพร่สะพัดบอกต่อกันไปอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งเมืองอย่างรวดเร็ว จึงทำให้ชาวบ้านต่างพากันเตรียมความพร้อมรับมือเท่าที่จะทำได้ในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการกักตุนเสบียงอาหาร ที่ส่วนใหญ่ได้พากันออกไปซื้ออาหารกระป๋อง และอาหารแห้งมาเก็บสำรองไว้บริโภคภายในบ้าน โดยเฉพาะบะหมี่ ทุกแบรนด์เนม ทุกยี่ห้อนั้น หมดเกลี้ยงแผงลงในเวลาอันรวดเร็ว ในร้านค้าทุกร้านไม่มีวางขาย
รวมถึงห้างสรรพสินค้าประจำถิ่นชื่อดัง (ห้างตะวันออกพล่าซ่า เดิม) ซึ่งเคยมีสินค้าวางขายอยู่เป็นจำนวนมาก กลับปรากฏว่าไม่มีสินค้าเหลือวางจำหน่ายอยู่อีกเลยแม่แต่ห่อเดียว โดยมีเพียงชั้นวางที่วางเปล่าเหลือไว้ให้ดูเท่านั้น
ด้านนางสุมิตรา ศรีสมบัติ รองผู้ว่าว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้โทรศัพท์เข้ามาชี้แจงผ่านสื่ออีก ว่า จากกรณีข่าวน้ำในแม่น้ำบางปะกงจะไหลทะลักเข้าท่วมเมืองแปดริ้ว หลังจากถูกเลือกให้เป็นเส้นทางการระบายมวลน้ำก้อนใหญ่ จากกลุ่มจังหวัดทางภาคกลางลงสู่ทะเลว่า ขอให้ประชาชนชาวเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา อย่าตื่นตระหนก โดยน้ำที่จะไหลมาท่วมสูงถึงสองเมตรนั้น จะท่วมเฉพาะในเขตพื้นที่ลุ่มต่ำ ส่วนในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรานั้น ได้คาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 50 ซม. และสูงสุดไม่เกิน 1 เมตร เท่านั้น นางสุมิตรา กล่าว



