ข่าว

แปดริ้วรับมวลน้ำก้อนใหญ่คาดสูง2ม.

แปดริ้วรับมวลน้ำก้อนใหญ่คาดสูง2ม.

10 ต.ค. 2554

เผยแปดริ้วเป็นช่องทางระบายมวลน้ำก้อนใหญ่ทิ้งลงทะเล คาดระดับน้ำอาจสูงถึง 2 เมตร พื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 6 อำเภอ มท.2พร้อมผู้ว่ากปน.ตรวจแนวกั้นน้ำไม่ให้น้ำเข้าคลองส่งน้ำประปานครหลวง ผู้นำเทศบาลท่าวุ้งเรียกร้องให้ชลประทานเร่งปิดถนนเรียบเจ้าพระยาที่ขาด 2 จุด

            วันที่ 10 ต.ค.2554  นางสุมิตรา ศรีสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดเผยถึงกระแสข่าวลือจะมีน้ำไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่เมืองแปดริ้วว่า เป็นข้อเท็จจริง หลังจากพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ได้ถูกเลือกให้เป็นเส้นทางการระบายน้ำออกจาก จ.พระนครศรีอยุธยา ที่กำลังถูกน้ำท่วมอย่างหนักโดยไม่มีช่องทางระบายออกลงสู่ทะเล หลายฝ่ายจึงมีความเห็นตรงกันว่าจะเลือกใช้ จ.ฉะเชิงเทรา เป็นเส้นทางการระบายน้ำ ผ่านลงสู่แม่น้ำบางปะกง ก่อนที่จะถูกปล่อยออกสู่ทะเล เนื่องจากเป็นเพียงช่องทางเดียวที่จะเกิดความเสียหายน้อยที่สุด

             โดยระดับน้ำที่จะถูกระบายผ่านเข้ามานั้นจะเป็นมวลน้ำจำนวนมาก จนทำให้แม่น้ำบางปะกงเอ่อล้นออกนอกลำน้ำ และจะไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่รวม 6 อำเภอ คือ อ.คลองเขื่อน อ.เมือง อ.บ้านโพธิ์ อ.บางปะกง อ.บางคล้าบางส่วน อ.บางน้ำเปรี้ยวบางส่วน โดยระดับน้ำจะท่วมสูงถึงประมาณ 1-2 เมตร ซึ่งคาดว่ามวลน้ำจำนวนดังกล่าวนี้ จะมาถึงยังในเขตจังหวัดฉะเชิงเทราอีกประมาณ 10 วันข้างหน้า ขณะที่ปริมาณน้ำในพื้นที่นั้น

             ขณะนี้อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้ง 2 แห่ง คือ อ่างเก็บน้ำคลองระบม และอ่างสียัด เต็มล้นแล้วทั้ง 2 อ่าง และได้มีการเร่งระบายน้ำออกจากอ่างสียัดอย่างต่อเนื่องถึงวันละ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนอ่างแควระบมนั้นได้ชะลอการระบายลง

             "ส่วนความเสียหายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นนั้น จะส่งผลกระทบอย่างหนักในพื้นที่ลุ่มต่ำ ตลอดของแนวของลำน้ำบางปะกงไปจนถึงปากอ่าว" นางสุมิตรา กล่าว


ตรวจแนวกั้นคลองส่งน้ำประปานครหลวง


             นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ ส.ส.ปทุมธานีเขต 1 และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายเจริญ ภัสสะ ผู้ว่าการประปานครหลวง หรือ กปน. ได้ออกตรวจตามสถานการณ์น้ำจะไหลเข้าท่วมในหลายพื้นที่ของ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี และนนทบุรี แต่ขณะนี้ การประปานครหลวง ได้ตรวจสอบแนวตรงจุดน้ำรอดอุโมงค์ส่งน้ำรอยต่อเขตำบลบ้านใหม่และตำบลหลักหก ซึ่งขณะนี้ทาง กปน.ได้ก่ออิฐบ๊อกเสริมบนฐานปูนเพิ่มขึ้นอีก 2 ก้อน จึงปลอดภัยในขณะนี้ และยังสามารถผลิตน้ำ และจ่ายน้ำประปาไปให้ประชาชนได้ตามปกติ และขอให้ประชาชนมั่นใจในคุณภาพของน้ำว่า สะอาดและปลอดภัย และน้ำที่ท่วมสูงนั้น จะไม่สามารถไหลซึมเข้ามาปะปนได้ เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่ได้มาตราฐาน อีกทั้ง การประปานครลวง เคยมีประสบการณ์ในการรับมือกับวิกฤตดังกล่าวมาก่อนเมื่อปี 2538 และ 2549 สามารถควบคุมคุณภาพของน้ำได้

 

ท่าวุ้งวอนเร่งปิดถนนเรียบเจ้าพระยาที่ขาด2จุด


             นายจำนง เรืองเกษม ปลัดเทศบาลตำบลท่าวุ้งเป็นตัวแทนเทศบาลตำบลท่าวุ้ง นายศักดิพงษ์  ธรรมอาชวกุล  ปลัดเทศบาลตำบลบางงา  นายพิบูลย์  โพธิสมภพวงษ์  ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบางงา  พร้อมด้วยตัวแทนเทศบาลตำบลท่าโขลง ตัวแทนเทศบาลตำบล โคกสลุด  เดินทางไปตรวจสอบจุดที่ถนนเรียบเจ้าพระยาเหนือ ประตูน้ำบางโฉมศรี  อำเภอ อินทร์บุรี ที่ขาดเป็นช่องโหว่ทำให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาทะลักเข้ามาในเขตอำเภอบ้านหมี่ อำเภอท่าวุ้งเป็นเดือนแล้วยังไม่ยอมลดลงเพื่อหาทางให้ทางกรมชลประทานเร่งปิด ช่องโหว่ทั้ง 2 แห่งเป็นการด่วน

             ทางหลวงชนบทหมายเลข 3032  ก.ม.ที่ 14  บริเวณหน้าวัดโพธิ์ล้ม   หรือวัดโพธิ์ทอง  หมู่ ที่ 10 ตำบลอินทร์บุรี อำเภออินทร์บุรี เป็นช่วงรอยต่อระว่างตำบลอินทร์บุรีและ ตำบลน้ำตาล ที่กำลังจะก่อสร้างถนนลาดยางเกิดพังทลายกว้าง 8 เมตรยาว70 เมตร ลึกประมาณ 3-4 เมตร น้ำไหลแรงเข้าคลองระบายน้ำบ้านไร่ลอดถนนสายเอเชียเข้าสู่ทุ่งอำเภอท่าวุ้ง ลพบุรี  ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่าช่องที่ขาดจนน้ำทะลักแห่งนี้ขาดมานานแต่ยังไมการซ่อมแซมทำให้น้ำบ่าเข้าลพบุรีเป็นช่องทางหนึ่งที่ไหลบ่าอย่างมาก

             ส่วนอีกจุดหนึ่งคือบริเวณบางตาโฉม  หมู่ ที่ 8 ตำบลท่างาม อำเภออินทร์บุรี ห่างจากประตูบาวงโฮฉมศรี ประมาณ 1 ก.ม.ไปทางอำเภออินทร์บุรี ช่องที่ขาดน้ำทะลักยาวประมาณ 60 เมตร  ลึกประมาณ  4 เมตร   ทั้ง  2 จุดที่เป็น ถนนเรียบแม่น้ำเจ้าพระยาที่ขาดนี้ น้ำไหลมากกว่าประตูน้ำบาวงโฉมศรี เพียงแห่งเดียวทำให้ น้ำในอำเภอบ้านหมี่ อำเภอท่าวุ้ง และอำเภอเมืองลพบุรีไม่ยอมลดลงเพราะทางชลประทานไม่ยอมปิดกั้นจุดที่ขาดไป พร้อมๆกับการปิดที่บางโฉมศรี

             เพียงแต่ทางกรมชลประทานชี้แจงให้ตัวแทนของชาวบ้านในเขตอำเภอท่าวุ้งทราบว่าทางกรม ชลประทานไม่เรือสำหรับบรรทุกหิน เข้าไปยังถนนที่ขาด หลายฝ่ายบอกว่า หากกรมชลประทานมี่ทำควบคู่บางโฉมศรี ไม่สามารถหยุดน้ำได้ และที่สำคัญ กรมชลประทานไม่ใช่เป็นกรมเล็กฉะนั้นหากจะแก้ไขอุดช่องที่ขาดระดมเจ้าหน้าที่ เข้ามาเพราะงบประมาณกรมชลประทานมหาศาล ทราบว่า ประชาชนไม่พอใจการทำงานของเจ้าหน้าที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามหาราช 

 

ศปภ.เดินหน้าทำงานแก้น้ำท่วม24ชั่วโมง


              ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ การทำงานของ ศูนย์ปฏิบัติงานเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม (ศปภ.)ในช่วงค่ำที่ผ่านมา ยังคงเป็นการทำงานตามปกติ และมีการหารือในของแต่ละคณะกรรมการกลุ่มย่อย ก่อนที่จะส่งข้อมูลไปยังห้งยุทธศาสตร์ใหญ่ ที่มี  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน  โดยในศูนย์ได้มี เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อคอยรับส่งข้อมูลจากส่วนต่างๆในกรณีฉุกเฉิน  โดยผลัดเวรกันปฏิบัติหน้าที่กะละ 8 ชั่วโมง

              ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางออกจาก ศปภ.ในเวลา  21.30 น.