ข่าว

โขนรามคำแหง

โขนรามคำแหง

11 ต.ค. 2554

โขนรามคำแหง : พันเรื่องถิ่นแผ่นดินไทย บทความโดย อัครเดช สุภัคกุล

          ภาพที่นำมาแสดงเป็นภาพที่ระลึกเมื่อครั้งที่ อ.รังสรรค์ แสงสุข อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง และผู้เขียน ร่วมกันแสดงโขนมหาวิทยาลัยรามคำแหง ตอน “ชูกล่องดวงใจ” ซึ่งเป็นตอนที่หนุมานหลอกเอากล่องดวงใจของทศกัณฐ์ าจากพระฤาษีโคบุตร โดยการแสดงครั้งนั้น แสดงที่โรงละครแห่งชาติ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เมื่อ พ.ศ.2549

           อ.รังสรรค์ แสงสุข เป็นศิษย์เก่าคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเมื่อครั้งที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ก่อตั้งโขนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขึ้นในปี พ.ศ.2509 นั้น อ.รังสรรค์ ได้เป็นศิษย์โขนธรรมศาสตร์รุ่นแรกในครั้งนั้นด้วย ด้วยเหตุนี้ เมื่อ อ.รังสรรค์ ได้มาดำรงตำแหน่งอธิการบดีของมหาวิทยาลัยรามคำแหง จึงได้สืบสานแนวคิดของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ในการนำโขน อันเป็นนาฏศิลป์ชั้นสูงของชาติ เข้ามาทำการฝึกหัดให้แก่นักศึกษาตามเจตนารมณ์นั้น

           โดยในปี พ.ศ.2546 อ.รังสรรค์ ได้เชิญศิษย์เก่าคนสำคัญของโขนธรรมศาสตร์ อันได้แก่ อ.สมบัติ ภู่กาญจน์ อดีตบรรณาธิการหนังสือพิมพ์สยามรัฐ และ อ.กิตติ เกิดผล ศิษย์ผู้ใกล้ชิด ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช มาดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัย เพื่อร่วมในการก่อตั้งโขนมหาวิทยาลัยรามคำแหง และได้เชิญคณาจารย์จากวิทยาลัยนาฏศิลป์ กรมศิลปากร มาทำการฝึกหัดโขนให้แก่นักศึกษาชมรมโขนมหาวิทยาลัยรามคำแหงที่ได้เริ่มต้นในครั้งนั้น

           โขนมหาวิทยาลัยรามคำแหงในครั้งแรกใช้เวลาฝึกหัดเพียง 3 เดือน นักศึกษาก็สามารถทำการแสดงโขนกลางแปลง ตอน “ยกรบ” ในงานกีฬาสุพรรณิการ์เกมส์ ของมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ.2546 ได้อย่างสวยงามไม่มีที่ติ ครั้นในวันที่ 17 มกราคม พ.ศ.2547 ซึ่งเป็นวัน “พ่อขุนรามคำแหงมหาราช” โขนมหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้ถือโอกาสนี้ในการเปิดตัวอย่างแท้จริง ด้วยการแสดงต่อสาธารณชน โดยการแสดงโขนชุด กำเนิดรามเกียรติ์ ตอน “นารายณ์ปราบนนทุก”

           จนถึงปัจจุบันนี้โขนมหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่ อ.รังสรรค์ เป็นผู้ก่อตั้ง เพื่อสืบสานศิลปวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาติ ตลอดจนเพื่อเป็นการอบรมบ่มนิสัยให้เยาวชนไทยเป็นผู้มีความนอบน้อมถ่อมตนตามประเพณีอันดีงามของไทยในอดีต ได้เป็นแหล่งผลิตนักศึกษาที่มีคุณธรรม และคุณภาพให้แก่ชาติไทยอันเป็นที่รักของเรา ในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก ในที่นี้ของยกพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ว่า “การรักษาวัฒนธรรม คือการรักษาชาติ” มาเป็นการให้กำลังใจแก่ผู้ที่ช่วยกันอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมในทุกแขนงของชาติให้ดำรงสืบไป

           พรุ่งนี้เล่าเรื่อง “โขนราชภัฏพระนคร” ครับ