น้ำท่วม (ข่าว)
น้ำท่วม (ข่าว) : : ประชาธิปไตยฯที่รัก โดย พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ([email protected])
ตอนนี้ผมก็ไม่แน่ใจว่าข่าวน้ำท่วมกับน้ำท่วมข่าวจะเป็นเรื่องเดียวกันหรือเปล่า
แต่อย่างน้อยก็สะท้อนได้ในระดับหนึ่งว่าน้ำท่วมในรอบนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่มากจริงๆ
หน้าข่าวต่างๆ ได้ลงเรื่องน้ำท่วมเป็นจำนวนมาก แต่คำถามก็คือในการเสนอข่าวนี้ได้ชี้ให้เห็นอะไรบ้าง
ประการแรก แน่นอนว่าน้ำท่วมนั้นหนักมาก แต่ก็น่าตั้งคำถามว่าเรามีอคติในการเสนอข่าวอย่างไร
อคติในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเรื่องที่ไม่ดี แต่หมายถึงความโน้มเอียงบางอย่างในการเสนอข่าว
ดังที่เห็นว่าข่าวน้ำท่วมนั้นมุ่งไปที่การรายงานข่าวโดยมีกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลาง
ในแง่ที่ว่า เมื่อไหร่น้ำจะท่วมกรุงเทพฯ หรือกรุงเทพฯ ได้รับการยืนยันว่าน้ำจะท่วมหรือไม่
มิพักต้องพูดถึงการให้สัมภาษณ์รายวันของพ่อเมืองกรุงเทพฯ ว่าได้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์อย่างไร
ลองดูเรื่องนี้ดีๆ จะพบว่าเมื่อมีข่าวน้ำท่วมที่อยู่ในต่างจังหวัด ข่าวใหญ่ก็คือภาพถ่ายเรื่องของการแจกของ และภาพความเดือดร้อนของชาวบ้าน ถึงความรุนแรงของสถานการณ์
สิ่งที่เห็นไม่ใช่ไม่จริง แต่ไม่มีระบบ ในความหมายที่ว่า ไม่ได้มีการจัดเตรียมข่าวที่สัมภาษณ์ผู้ว่าฯ ในแต่ละที่เหมือนกับที่สัมภาษณ์ผู้ว่าฯ กทม.
รวมทั้งไม่มีการจัดเตรียมสืบค้นว่าความพร้อมในการเตรียมการรับน้ำท่วมเป็นอย่างไร ราวกับว่าแต่ละจังหวัดไม่มีกระบวนการทำข่าวอะไรล่วงหน้าเลย ทั้งการสืบค้น การเตรียมการณ์
และในเรื่องสุดท้ายของประเด็นนี้ก็คือ แน่นอนว่าเราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่ามีความพยายามอย่างมากมายในการป้องกันไม่ให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ และมีข่าวมากมายว่าน้ำท่วมรอบกรุงเทพฯ แต่ไม่เคยมีข่าวที่อธิบายความเชื่อมต่อว่าถ้าน้ำไม่ท่วมกรุงเทพฯ แล้วมันไปท่วมที่ไหน
เพราะน้ำท่วมกับน้ำไม่ท่วมตอนนี้ "เป็นกระบวนการเดียวกัน"
ประการที่สอง เรายังไม่พบข้อมูลที่ชัดเจนในเรื่องสาเหตุของน้ำท่วม
เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะถ้าข่าวและข้อมูลข่าวสารว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้น้ำท่วม เราก็ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาในระยะยาวได้
ข่าวที่สำคัญมักจะออกไปในทางหวือหวาว่า ปีนี้น้ำมากกว่าทุกปี ซึ่งในครั้งนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่
และถ้าไม่ใช่ หรือแม้ว่าจะใช่ก็ตามประเด็นที่ต้องตั้งคำถามเพิ่มเติมก็คือ อะไรคือสาเหตุ
สาเหตุอยู่ที่ความไร้ประสิทธิภาพของกรมชลประทาน และเขื่อนจริงหรือไม่?
หรือว่าประเด็นไม่ได้อยู่ที่กรมชลประทานฝ่ายเดียว แต่อยู่ที่การไม่มีความพยายามในการวางผัง ภาค เมือง และชนบท
ทั้งในแง่ของการขยายพื้นที่ที่มากไปกว่าการเกษตร (หมายถึงว่ากรมชลประทานเขาจะมาดูแลพื้นที่เมืองได้อย่างไร ยิ่งบางกรณีนั้นน้ำท่วมลงไปในพื้นที่พัฒนาใหม่ที่เดิมเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ)
และมีการตรวจสอบไหมว่ามีการก่อสร้างโครงการอะไรบ้างที่ไม่ได้สอดคล้องกับระบบการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ
ประเด็นนี้ไม่ได้หมายความว่าการกระจายอำนาจที่ผ่านมาล้มเหลว หรือสู้การบริหารจัดการจากส่วนกลางไม่ได้
แต่หมายความว่าคำว่าบูรณาการทั้งระบบไม่ได้จำเป็นจะต้องหมายถึงการที่จะต้องมีนายกฯ มานั่งหัวโต๊ะตลอดเวลา
แต่กลับหมายถึงการสร้างวิธีการและเครือข่ายการบริหารจัดการน้ำที่รับฟังเสียงของทุกฝ่ายและแบ่งปันข้อมูลกัน และเชื่อมโยงกันระหว่างพื้นที่ด้วย
ขอตัวไปเตรียมรับน้ำท่วมก่อนครับผม…



