ข่าว

หลานเขยโหดฆ่าชิงทรัพย์สาวใหญ่

หลานเขยโหดฆ่าชิงทรัพย์สาวใหญ่

11 ต.ค. 2554

หลานเขย....โหดฆ่าชิงทรัพย์สาวใหญ่ : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ

           เกือบ 3 วันแล้ว ที่ลูกสาวของ "ฎารณี เอี่ยมฉิม" ติดต่อกับผู้เป็นแม่ผ่านช่องทางต่างๆ ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์มือมือ และเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งเคยใช้สื่อสารข้ามประเทศเพื่อพูดคุยกันแม่อยู่ทุกวัน!!

            "ฎารณี" วัย 52 ปี พักอาศัยอยู่เพียงลำพังในบ้านแฝด เลขที่ 88/2230 หมู่บ้านการเคหะธนบุรี โครงการ 1 ส่วน 3 หมู่ 6 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ หลังจากสามี ซึ่งเป็นอดีตผู้ช่วยเลขานุการทูตประจำกระทรวงการต่างประเทศ เสียชีวิตไม่นาน ปกติแล้วเธอมักไม่ค่อยสุงสิงกับใคร เพราะป่วยและไม่ค่อยสบาย ร่างกายไม่แข็งแรง

            เธอใช้เวลาส่วนใหญ่ขลุกอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทุกวัน เพื่อรอเวลาที่จะพูดคุยกับลูกสาวทั้ง 2 คน ซึ่งทำงานอยู่ต่างประเทศ จะแวะเวียนมาพูดคุยกับเธอผ่านโลกไซเบอร์...แต่แล้ววันหนึ่งลูกสาวก็ขาดการติดต่อกับแม่ 3 วันจนรู้สึกว่าน่าเกิดเรื่องไม่ปกติขึ้นแน่ๆ จึงติดต่อให้ญาติๆ ที่อยู่เมืองไทยช่วยตรวจสอบจนพบว่าแม่ของเธอถูกฆาตกรรมเสียแล้ว ด้วยน้ำมือหลานเขยคนใกล้ชิด!?
          
            กลางดึกวันที่ 6 ตุลาคม พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบก.น.9, พ.ต.อ.ยุคลเดช ตันสกุล ผกก.สน.ท่าข้าม พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เดินทางไปที่เกิดเหตุ เป็นบ้านแฝดชั้นเดียว 3 หลังปลูกติดกัน ภายในห้องนอนบ้านหลังแรก พบศพนางฎารณี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน สวมชุดนอนสีขาวลายดอกแดง ถูกมัดมือไพล่หลังด้วยถุงเท้าสีดำ ข้อเท้าถูกมัดด้วยผ้าขนหนูสีฟ้าขาว ปากถูกมัดปิดด้วยผ้าเช็ดตัวสีแดง นอนหงายอยู่บนเตียงนอน ชุดนอนถลกไปถึงหน้าอก คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2-3 วัน สภาพภายในห้องไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือรื้อค้นทรัพย์สิน

            การสืบสวนสอบสวนติดตามคนร้าย ชุดสืบสวนสอบสวนทราบข้อมูลว่า ปกติบุคคลที่มีความรู้จักมักคุ้นกับนางฎารณี ก็คือ ช่างทำประตูรั้วอัตโนมัติ, เพื่อนชายคนหนึ่ง และนายสมชาย หรือ อ๊อฟ หวังประเสริฐ อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นหลานเขย จึงสืบสวนติดตามบุคคลดังกล่าวมาสอบปากคำ โดยช่างทำประตูรั้วอัตโนมัติ และเพื่อนชาย ให้ปากคำปกติ ไม่มีพิรุธ และไม่มีบาดแผลตามร่างกาย เว้นแต่นายสมชาย ได้หายตัวไปหลังเกิดเหตุ ทั้งที่พักอาศัยอยู่บ้านเช่าของนางฎารณี ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุไม่มากนัก

            ประเด็นสำคัญชุดสืบสวนทราบว่า นายสมชายเพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำไม่นานนัก เคยต้องคดีลักทรัพย์ อีกทั้งจากการสืบสวนสอบสวนทราบข้อมูลว่า สมัยที่นางฎารณียังมีชีวิตมักใช้นายสมชายไปซื้อข้าวของเครื่องใช้เป็นประจำ และนายสมชายมักขอยืมเงินบ่อยครั้ง ล่าสุดได้ให้เงินไปซื้อรถจักรยานยนต์ 1 คัน และให้เงินไปซื้อเสื้อวินมาขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง จึงเร่งติดตามหานายสมชาย จนกระทั่งพบว่า พักอาศัยอยู่บ้านเพื่อนหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.หนองสามวัง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี จึงเชิญตัวมาสอบสวนและตรวจค้น พบกำไลข้อมือ 1 คู่ และพระเลี่ยมทอง 3 องค์

            เมื่อชุดสืบสวนซักถาม นายสมชายให้ข้อมูลว่า คอยทำหน้าที่ซื้ออาหารมาให้ และได้รับความช่วยเหลือด้านการเงินจากนางฎารณีเป็นประจำ ระหว่างนั้นนายสมชายมักออกอาการประหม่า และแสดงท่าทีมีพิรุธ

            ชุดสืบสวนพยายามรวบรวมหลักฐานแล้วเน้นสอบเรื่องทรัพย์สินที่ถูกตรวจค้นพบ ไม่นานนักนายสมชายก็ให้การรับสารภาพ โดยอ้างว่า วันเกิดเหตุเข้าไปช่วยงานนางฎารณีภายในบ้าน แต่กลับถูกตำหนิอย่างเสียหาย ด้วยความโมโหจึงใช้ผ้าสีขาวรัดคอจนแน่นิ่ง จากนั้นใช้ผ้าขนหนูมัดข้อมือและเท้าผูกติดกับหัวเตียง แล้วขโมยทรัพย์สินที่อยู่ภายในกระเป๋าของนางฎารณี หลบหนีไป และยังไม่ทันนำทรัพย์สินไปขายก็มาถูกจับเสียก่อน