
'เรือรับจ้าง'โก่งราคาซ้ำเดิมชาวกรุงเก่า
'เรือรับจ้าง'โก่งราคา เติมทุกข์...น้ำท่วมอยุธยา : โต๊ะรายงานพิเศษรายงาน
อุทกภัยครั้งใหญ่ที่ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยากำลังผจญอยู่ในเวลานี้ สร้างความทุกเข็ญให้แก่ชาวเมืองกรุงเก่าอย่างแสนสาหัส อย่างชนิดที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผู้คนนับหมื่นชีวิตต้องติดอยู่ในบ้านพักที่ซึ่งล้อมรอบด้วยน้ำที่ท่วมสูงและเชี่ยวกราก ตัดขาดจากโลกภายนอก ไม่แตกต่างจากบุคคลที่ติดอยู่ในเกาะร้างอันแสนไกลทั้งที่บ้านเรือนของพวกเขาตั้งอยู่กลางใจเมือง อดีตเมืองหลวงของประเทศ
ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจากภัยพิบัติทางธรรมชาติไม่ได้สร้างความเดือดเนื้อร้อนใจให้แก่ผู้ประสบภัยเทียบเท่ากับถูกเหยียบย่ำซ้ำเติมจากคนบ้านเดียวกัน ที่ฉวยโอกาสหาผลประโยชน์บนความเดือดร้อนของผู้อื่น
อรสา" ชาวชุมชนวัดพุทไธสวรรค์ หมู่ 7 ต.สำเภาล่ม อ.พระนครศรีอยุธยา มีบ้านพักปลูกติดริมน้ำเจ้าพระยาฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา หนึ่งในพื้นที่วิกฤติถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 3 เมตร มานานร่วมครึ่งเดือน ปัจจุบันการช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าไม่ถึง ต้องว่าจ้างเรือหางยาวในอัตราสูงวิ่งฝ่าลำน้ำเจ้าพระยาที่เชี่ยวกรากออกมาจากบ้านพัก เพื่อรับอาหารและเครื่องใช้จำเป็นจากกลุ่มเพื่อนๆ และญาติที่นำมามอบให้ประทังชีวิต บอกกับ "คม ชัด ลึก" ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า รู้สึกหดหู่กับการกระทำของกลุ่มเรือหางยาวรับจ้างที่เรียกเก็บค่าจ้างในอัตราที่แพงมาก เหมือนกับซ้ำเติมผู้ที่กำลังทุกข์ร้อน
"ช้ำใจเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเผชิญทุกข์จากภัยน้ำท่วมแล้ว ต้องมาทุกข์ใจจากการขูดรีดจากคนบ้านเดียวกันอีก เพราะเรือหางยาวรับจ้างคิดอัตราค่าโดยสารสูงมาก ระยะทางเพียง 100-200 เมตร เก็บค่าโดยสารสูงถึงคนละ 200 บาทต่อเที่ยว เรือ 1 ลำบรรทุกได้ 5-6 คน เจ้าของเรือก็จะได้เที่ยวละ 1,000-1,200 บาท ซึ่งถือว่าสูงมากในสภาวะวิกฤติเช่นนี้" อรสาบอก
ผู้ประสบภัยน้ำท่วมรายนี้ขยายความว่า กำลังจะอดตายเพราะการช่วยเหลือทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าไม่ถึง ต้องโทรศัพท์ไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนใน จ.ชลบุรี ให้นำอาหารมาให้เพื่อประทังชีวิต เพื่อนจากต่างถิ่นมีน้ำใจนำอาหารและเครื่องใช้จำเป็นมามอบให้ทันที แต่ติดที่น้ำท่วมสูงไม่สามารถส่งมอบให้ถึงมือ ทำให้ต้องจ้างเรือในอัตราสูงมารับของ จึงมีความรู้สึกไม่แตกต่างจากการโดนโจรผู้ร้ายปล้น
ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจจากการถูกเอารัดเอาเปรียบไม่ได้เกิดกับ "อรสา" เพียงรายเดียว แต่ผู้ประสบภัยใน จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวนไม่น้อยที่ต้องใช้บริการเรือหางยาวรับจ้าง ในการสัญจรออกจากบ้านมาหาอาหารประทังชีวิตต่างมีความรู้สึกคล้ายๆ กัน คือต้องการให้คนขับเรือหางยาวรับจ้างเห็นแก่เพื่อนร่วมชะตากรรม หยุดซ้ำเติมเพิ่มความเดือดร้อนจากการเก็บค่าโดยสารเรือในอัตราแพง
ปัจจุบันอาชีพขับเรือรับจ้างขนส่งผู้ประสบภัย กำลังเป็นอาชีพยอดฮิต ของชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวนไม่น้อยหรือแทบจะทุกชุมชนจะมีเรือหางยาวรับจ้างไว้บริการ หรือชุมชนใดไม่มีเรือหางยาวไว้บริการ ก็จะมีเรือพายไว้บริการแทน
ด้าน "สมพร" หนุ่มวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ที่เปลี่ยนมาขับเรือหางยาวรับส่งผู้โดยสารในช่วงวิกฤติน้ำท่วมพระนครศรีอยุธยา ยอมรับว่า อัตราค่าโดยสารเรือหางยาวรับจ้างในสภาวะวิกฤติน้ำท่วมอาจแพงไปบ้างในสายตาของผู้โดยสาร แต่ในมุมของผู้ให้บริการแล้วถือว่าราคาสมน้ำสมเนื้อ เพราะกระแสน้ำที่ท่วมสูงและเชี่ยวกรากอันตรายต่อการขับเรือเป็นอย่างยิ่ง ประกอบกับการขับเรือในพื้นที่น้ำท่วมต่างจากขับเรือในแม่น้ำ เพราะต้องลัดเลาะไปตามหมู่บ้านซึ่งจมอยู่ใต้น้ำ เรืออาจกระแทกสิ่งปลูกสร้างจนเกิดความเสียหายและอาจล่มได้ จึงต้องเก็บค่าโดยสารในอัตราสูงเพื่อให้คุ้มค่าความเสี่ยง
"เข้าใจว่าน้ำท่วมทุกคนเดือดร้อนหมด ผมและเพื่อนร่วมอาชีพก็เดือดร้อน เพราะไปขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือทำอาชีพอื่นไม่ได้ โชคดีที่มีเรือหางยาวอยู่ก็เลยนำมาวิ่งรับส่งผู้โดยสาร บริการผู้ประสบภัยที่ต้องการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ เราแค่พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสเท่านั้น ส่วนใครจะมองว่าเป็นการฉวยโอกาสหากินบนความเดือดร้อนของผู้อื่นก็จำใจ เพราะคิดว่างานที่ทำเป็นงานสุจริตไม่ได้ไปจี้ไปปล้นใคร" สมพรบอก
สมพร บอกด้วยว่า ในวิกฤติน้ำท่วม ไม่มีอาชีพใดที่จะหารายได้มากเท่ากับการขับเรือโดยสาร เพราะผู้คนจำเป็นต้องใช้สัญจรไปมา โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่รัฐและภาคเอกชนเข้าช่วยเหลือได้ไม่ทั่วถึง ปีนี้พระนครศรีอยุธยาน้ำท่วมสูงมากกว่าทุกปี และคาดว่าคงใช้เวลาอีกยาวนานกว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ คาดว่ารายได้จากการขับเรือรับส่งผู้โดยสารจะเพียงพอต่อการทดแทนมูลค่าความเสียหายของทรัพย์สินของครอบครัวที่ละลายหายไปกับสายน้ำได้ไม่มากก็น้อย
บัญญัติ 20 ประการฝ่าวิกฤติอุทกภัย
อุทกภัยน้ำท่วมที่ขยายวงในหลายจังหวัด สร้างความเดือดร้อนและหวาดวิตกให้แก่ประชาชนค่อนประเทศ อย่างไรก็ตาม ถ้าเรามีสติและเตรียมการแก้ปัญหา เชื่อว่าจะผ่านพ้นวิกฤติได้แน่ อย่างที่ "ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์" สถาปนิกชื่อดังระบุไว้ใน "บัญญัติ 20 ประการ เตรียมบ้าน ก่อนนํ้าท่วม" ดังนี้
1.ดูทางน้ำที่จะมาสู่บ้านเรา แล้วจะไปทางไหนได้บ้าง
2.กำแพงบ้านไว้กันน้ำได้ แต่ต้องระวังรั้วพัง
3.น่าจะมี “ปืน” ไว้สู้ฝน สู้น้ำท่วม จัดการกับ “รูรั่ว”
4.อย่าให้ต้นไม้ล้มทับบ้าน ยามน้ำท่วมและพายุมา
5.ตรวจสอบถังน้ำใต้ดิน
6.ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้านอกบ้าน ตัดกระแสไฟเสีย
7.ป้องกันงู เงี้ยว เขี้ยว ขอ ตะกวด และสัตว์เลื้อยคลานต่างๆ
8.เรื่องส้วม ส้วม ส้วม สุขา สุขา
9.ปลั๊กไฟ สวิตช์ไฟ ตรวจสอบและแยกวงจร
10.ตรวจสอบว่าประตูหน้าต่างแน่นหนาและแข็งแรง
11.เตรียมระบบสื่อสารทุกประเภทเอาไว้ให้พร้อม
12.ชาร์จอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกอย่างเตรียมพร้อม 24 ชั่วโมง
13.ย้ายของทุกอย่างให้อยู่ในที่ที่เหมาะสม
14.ใช้พลาสติกซึ่งเป็นวัสดุที่ไม่กลัวน้ำให้เป็นประโยชน์
15.เตรียมน้ำดื่มอาหาร และยาให้พร้อม
16.บ้านชั้นเดียว ต้องตรวจสอบหลังคาด้วย
17.ระวังโจร ระวังมาร ระวังผู้ชั่วร้าย
18.เพื่อนบ้าน ต้องร่วมด้วยช่วยกัน
19.เตรียมทางหนีทีไล่เพื่อออกจากบ้าน
20.ตั้งจิตให้มั่น ตอนนี้ “สติ” สำคัญที่สุด
ขอย้ำ...สถานการณ์แบบนี้ “สติ” สำคัญที่สุด



