ชง'ปู'งดกั๊กข้อมูลจริงน้ำท่วม
บ้านเลขที่111-109แห่ช่วย 'ปู' ทีมยุทธศาสตร์ พท. แนะ 'ยิ่งลักษณ์' ห้ามกั๊กข้อมูล ต้องบอกข้อมูลจริงกับชาวบ้าน 'วิปรัฐ' แนะ ประสานทุกค่ายมือถือใช้ส่ง SMS เตือนภัย
นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวภายหลังการประชุมคณะยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทยว่า ที่ประชุมเห็นตรงกันว่า ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขณะนี้รัฐบาลภายใต้การนำของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะต้องบูรณาการทุกหน่วยงานให้ทำงานร่วมกันได้ และต้องเร่งประชาสัมพันธ์
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะต้องชี้แจงถึงสถานการณ์น้ำท่วมให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลจริง ต้องไม่มีการกั๊กข้อมูล แม้ว่าจะเป็นข้อมูลที่อาจทำให้รู้สึกเจ็บปวดก็ตาม
"เพื่อเป็นการแนะนำ หรือเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม จะได้เตรียมพร้อมรับมือได้ทันท่วงที รวมถึงในพื้นที่กทม.ด้วย จะต้องบอกความจริงให้ประชาชนทราบ โดยใช้พื้นฐานข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ และจะต้องมีการประเมินสถานการณ์ให้แม่นยำที่สุด เพราะอีก 4-5 วันจากนี้น้ำเหนือจะไหลลงมาแล้ว และยังมีพายุฝนอีก ดังนั้นสิ่งเหล่านี้รัฐบาลจะต้องแจ้งให้ประชาชนทราบ รวมทั้งนายกฯอาจจะต้องสื่อสารกับประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ให้บ่อยขึ้น"
ด้าน น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ได้พยายามปรับปรุงการประชาสัมพันธ์ ด้วยการดึงบุคลากรอื่นเข้ามาช่วยเช่น น.ส.ศุภรัตน์ นาคบุญนำ และนายยุรนันท์ ภมรมนตรี ดังนั้น น่าจะเป็นการช่วยแบ่งเบางานของนายกฯได้ในระดับหนึ่ง และจะทำให้การประชาสัมพันธ์มีประสิทธิภาพมากขึ้น
"ตอนนี้ทุกคนทุกฝ่ายต้องเข้ามาช่วยกันแก้วิกฤติใหญ่ครั้งนี้ เพราะถือเป็นการช่วยประเทศชาติ ทั้งบ้านเลขที่ 111 และ 109 ถือว่าเป็นลูกมือนายกฯ มีอะไรช่วยแบ่งเบาได้ก็ต้องทำ"
อย่างไรก็ตาม พวกเราเองก็ต้องให้กำลังใจนายกฯด้วย เพราะทำงานหนักและเหนื่อยมาก ท่านลงไปดูสถานการณ์พื้นที่ต่าง ๆ ด้วยตัวเอง ตอนนี้การทำงานของรัฐบาลถือว่ากำลังมาถูกทางแล้ว แม้ที่ผ่านมาการดูแลประชาชนอาจจะยังไม่ทั่วถึง เพราะปัญหาเหนือความคาดหมายอย่างมาก น้ำมาแรงและเยอะมาก พนังกั้นน้ำที่ทำไว้ในพื้นที่ต่าง ๆ ก็พัง สิ่งเหล่านี้จะต้องมีการประสานงานเพื่อช่วยเหลือให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อมูลต่าง ๆ ที่นายกฯบอกกับประชาชนนั้นมองว่าเพียงพอแล้วหรือไม่ นายนพดลกล่าวว่า นายกฯ ได้รับข้อมูลจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ แต่สำหรับกรมชลประทานนั้น เราอยากได้ข้อมูลมากกว่านี้ และเป็นข้อมูลที่รอบด้าน เช่น ระดับน้ำ การระบายน้ำ การกักน้ำ รวมทั้งอยากให้กรมชลประทานมีการประสานงานที่เร็วกว่านี้ อยากขอความร่วมมือจากกรมชลประทานให้มากขึ้น
"เวลานี้ไม่อยากให้คิดเรื่องพรรค เพราะทราบดีว่ากระทรวงเกษตรฯไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของพรรคเพื่อไทย แต่เราต้องมองข้ามเรื่องพรรคแล้วมาช่วยกัน ไม่เช่นนั้นจะทำให้การแก้ปัญหาล่าช้า"
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย และคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล)ว่า ที่ประชุมได้เสนอแนะให้รัฐบาลเร่งประชาสัมพันธ์ แจ้งข้อมูลสถานการณ์น้ำท่วม รวมทั้งเตือนภัยในพื้นที่เสี่ยงต่าง ๆ ผ่านทีวีพูลให้มากขึ้น รวมทั้งช่องทางการสื่อสารทุกรูปแบบด้วยอาทิ วิทยุ โซเชียลมีเดีย และข้อความสั้นผ่านโทรศัพท์มือถือ
นอกจากนี้ รัฐบาลจะต้องขอความร่วมมือกับบริษัท ที่ให้บริการโทรศัพท์มือถือค่ายต่าง ๆ ด้วยซึ่งคาดว่า จะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี เพราะวิกฤติขณะนี้ ต้องถือเป็นวาระแห่งชาติ ที่ประชาชนทุกภาคส่วนและหน่วยราชการต่าง ๆ จะต้องร่วมมือร่วมใจกันบูรณาการ เพื่อให้การทำงานสอดคล้องกันเพื่อแก้ไขปัญหาท่วมท้นขณะนี้
บ้านเลขที่111-109แห่ช่วยยิ่งลักษณ์หลังรัฐบาลเผชิญวิกฤตน้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) เมื่อวันที่ 10 ต.ค.54 ว่า อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 และอดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน 109 ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง หลายคน ได้เดินทางมายังศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) อาทิ นายภูมิธรรม เวชชยชัย น.ต.ศิธา ทิวารี นายวราเทพ รัตนากร นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด นายสุรนันท์น เวชชาชีวะ
รวมถึงนายผดุง ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตเลขานุการส่วนตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงษ์ อดีตผู้อำนวยการกองสลาก และนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายพ.ต.ท.ทักษิณ ก็ได้เดินทางมายังศปภ.ด้วยเช่นกัน
น.ต.ศิธา กล่าวว่า เขามาในมุมของการช่วยเหลือประชาชน และหากบ้านเลขที่ 111 จะมีการพูดคุยกันเป็นทางการเพื่อช่วยเหลือประชาชนก็เป็นเรื่องที่ดี ไม่หวั่นหากใครจะมองว่า เป็นเรื่องการเมือง และอย่าว่า แต่ไทยรักไทยเลย แม้แต่พรรคประชาธิปัตย์ ถ้าจะมาช่วยก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย
นายยุรนันท์ ภมรมนตรี ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้มีการประสานกันมา 2-3 วันแล้ว ซึ่งทั้งอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และอดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน ก็จะมาดูกันว่า ทั้งหมดทำอะไรได้บ้างและจะมีการแบ่งงานกันอย่างชัดเจน รวมถึงส.ส.ที่จะมีการลงพื้นที่ มาถึงเวลานี้เป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันแล้ว ซึ่งเขาไม่อยากให้มองเป็นเรื่องการเมือง



