10ศพนำออกจากรพ.อยุธยาไม่ได้
วิกฤตน้ำท่วมอยุธยา ผอ.โรงพยาบาลเผยมีศพ 10 ราย ที่ญาติไม่สามารถนำออกไปประกอบพิธีทางศาสนาได้ จึงต้องฉีดฟอร์มาลีนรักษาสภาพไว้ ขณะที่พระ-ชาวบ้านขาดอาหาร
10ต.ค.2554 นายแพทย์วีระพล ธีระพันธุ์เจริญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า นับตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค.ต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ 10 ต.ค. มีศพตกค้างอยู่ภายในรพ.รวม 10 ศพ เป็นศพที่สะสมวันละ 3-4 ราย โดยผู้เสียชีวิตส่วนมากเกิดจากอุบัติเหตุ ซึ่งทั้ง 10 ศพนี้ญาติไม่สามารถนำออกมาประกอบพิธีทางศาสนาได้เนื่องจากวัดน้ำท่วม ซึ่งทางโรงพยาบาลได้ช่วยฉีดยาฟอร์มาลีนกันศพเน่า โดยจะสามารถเก็บไว้ได้ 1 เดือน ยืนยันว่าทั้ง 10 ราย ที่เสียชีวิต ไม่ใช่เป็นการเสียชีวิตจากการรักษาที่เกิดจากอุปสรรคระหว่างน้ำท่วม ส่วนพื้นที่ของโรงพยาบาลถูกน้ำท่วมเต็มพื้นที่ ระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตร อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่อยู่ชั้นล่าง ได้รับความเสียหายทั้งหมด
ย้ายผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลกรุงเก่าอีก
ขณะที่เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข ทหารเรือทหารบก หน่วยกู้ภัย ยังคงเคลื่อนย้าย ผู้ป่วยที่ติดอยู่ภายใน โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา 60 คน ไปอยู่ที่โรงพยาบาลลาดบัวหลวง เพราะไม่สามารถนำออกมาได้หมด และเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยาได้ เนื่องจากบริเวณชั้นล่างที่เป็นจุดจ่ายกระแสไฟฟ้าถูกน้ำท่วมแล้ว
นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สั่งการให้มีการปรับแผนโดยจะใช้รถและเรือเข้าไปรับผู้ป่วยภายในโรงพยาบาลแล้วนำขึ้นรถไปส่งยังโรงพยาบาลลาดบัวหลวง เพื่อให้แพทย์ตรวจรักษาเพิ่มเติม ขณะนี้ทางจังหวัดได้ขอร้องไปยังผู้ที่จะนำอาหารมาแจก ขอให้ประสานกับทางจังหวัดเพื่อการช่วยเหลือจะได้ไม่ซับซ้อน
เลขาฯสพฉ.สรุปใช้ฮ.เคลื่อนย้ายผู้ป่วยหนัก4ราย
ที่สถานีดับเพลิง 2 ท่าอากาศยานดอนเมือง นพ.ชาตรี เจริญชีวะกุล เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ(สพฉ.) กล่าวถึงการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินจากจ.พระนครศรีอยุธยาตลอดทั้งวันนี้ ว่า การลำเลียงผู้ป่วยทางเฮลิคอร์ปเตอร์ สามารถดำเนินการได้ 4 ราย โดยเป็นพระสงฆ์และประชาชนที่มีอาการป่วยอย่างหนัก ซึ่งได้ลำเลียงพระสงฆ์ 1 ราย รักษาต่อที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ขณะที่ประชาชนอีก 3 รายได้นำไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสระบุรี
ขณะเดียวกันมีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในระดับปานกลาง ที่ไม่จำเป็นต้องใช้เฮลิคอร์ปเตอร์ จำนวน 10 ราย โดยนำเข้ารักษาต่อที่โรงพยาบาลราชวิถี 2 ราย โรงพยาบาลพระพุทธบาท จ.สระบุรี 4 ราย โรงพยาบาลวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา 1 ราย และอีก 3 รายรักษาต่อที่โรงพยาบาลสระบุรี โดยในวันพรุ่งนี้กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ สพฉ.จะมีการระดมชุดปฏิบัติการฉุกเฉินเคลื่อนที่เร็วตอบโต้ภัยพิบัติ(DMAT) โดยจะประกอบไปด้วย เจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาลและผู้ปฏิบัติการด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ที่ผ่านการฝึกอบรมทั้งหมดอีก 6 ทีมทั่วประเทศ จากเดิมอยู่ในพื้นที่แล้ว 2 ทีม เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่จ.พระนครศรีอนุธยาและจ.นครสวรรค์
น้ำเอ่อท่วมศูนย์อพยพ
ขณะเดียวกันประชาชนที่อพยพออกจากบ้านที่ไม่สามารถอาศัยได้แล้วเพราะน้ำท่วม โดยมาอาศัยที่บริเวณด้านหน้าศูนย์ราชการพระนครศรีอยุธยาและฝั่งตรงข้ามอาคารศูนย์ราชการ ตลอดริมถนนสายเอเชีย เริ่มประสบปัญหาเนื่องจากปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นจากเมื่อวานประมาณ 15 ซม. ทำให้บริเวณด้านหน้าศูนย์ราชการ ซึ่งเป็นที่พักถูกน้ำท่วมบางส่วนแล้ว โดยที่ทหารเร่งสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมบริเวณโดยรอบอาคารศูนย์ราชการ และใช้เครื่องสูบน้ำสูบออก
ลำเลียงรถยนต์ออกจากสะพานปรีดีธำรงหวั่นสะพานพัง
ที่ศูนย์ราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายอารีย์ ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายภารกิจจากนายกรัฐมนตรีให้เป็นประธานประชุมวอร์รูมเพื่อมอบหมายภารกิจการทำงานให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมสรุปภารกิจในช่วงเวลา 19.00 น.ของทุกวัน
นายอารีย์ กล่าวว่า ขณะนี้เน้นเรื่องการช่วยเหลือคนป่วยจำนวน ที่ยังติดค้างอยู่ที่โรงพยาบาลรวมถึงประชาชนที่ติดอยู่ในเกาะเมือง และรถยนต์จำนวนหลายร้อยคันที่ประชาชนจอดหนีน้ำที่สะพานปรีดีธรรมรงค์ ทำให้เกิดการจราจรติดขัด ได้ทยอยยกรถทั้งหมดไปอยู่ที่ถนนสายเอเชีย เพราะหากให้จอดสะสมก็เสี่ยงที่จะเกิดปัญหาในแง่ของการแบกรับน้ำหนักได้
พระ-ชาวบ้านขาดอาหาร
พระครูประดิษฐ กิจจาทร เจ้าอาวาสวัด วัดราชประดิษฐาน ต. อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า มีพระและญาติโยมอาศัยวัดเป็นที่หลบภัย ซึ่งเหลือเพียงกุฎิเล็กๆหลังเดียวที่เป็น 2 ชั้น ชั้นล่างถูกน้ำท่วม สูงกว่า 2 เมตร ต้องขึ้นมาอยู่ชั้นสอง มีพระ 8 รูป อาศัยอยู่รวมกันกับญาติโยม อีก10 คน อาหารที่มีอยู่ใกล้หมดแล้ว ไม่สามารถออกไปบิณฑบาตได้ "อาตมาเป็นเจ้าอาวาสเหมือนเป็นเจ้าของบ้านต้องอยู่เฝ้ารักษาพระพุทธศาสนา " เจ้าอาวาสวัด กล่าว
โบราณสถานถูกน้ำท่วม1.5 เมตร
รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้โบราณสถานหลายแห่งถูกน้ำท่วม โดยพบว่าระดับน้ำภายในบริเวณวิหารพระมงคลบพิตร สูงกว่า 1.5 เมตร จนถึงพื้นตัววิหาร และภายในวัดพระศรีสรรเพชญ ภายในอุทยานประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้พบว่าภายในวัดมหาธาตุ ต้นไม้ขนาดใหญ่ได้ล้มโค่นลงไปทับตัวองค์เจดีย์ เนื่องจากบริเวณนั้นมีน้ำไหลกัดเซาะเจนต้นไม้ล้มลง หลายต้น รวมทั้งตัวโบราณสถานต่างในเกาะเมืองด้วย
สวนอุตสาหกรรมโรจนะจมน้ำ
นายพากร วังศิราบัตร ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเปิดเผยว่า สวนอุตสาหกรรมโรจนะ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา มีด้วยกัน 3 เฟส คือเฟสที่ 1 น้ำท่วมเต็มพื้นที่สูงเกือบ 3 เมตร มีโรงงานกว่า 146 โรงจม เช่นโรงงานฮอนด้าเป็นต้น ส่วนโรงงานอื่น ๆ เป็นโรงงานอิเล็คทรอนิคส์ เฟสที่ 2 มีโรงงานกว่า 40 โรง ถูกน้ำท่วมระดับน้ำสูงเกือบ 2 เมตร ส่วนเฟสที่ 3 ยังไม่มีโรงงาน สำหรับสวนอุตสาหกรรมโรจนะมีโรงงานรวม 223 โรง น้ำท่วมครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดเกินความคาดหมาย ความเสียหายเช่นเครื่องมือเครื่องจักร วัสดุต่าง ๆ บุคลากร ผู้ใช้แรงงานกว่า 1 แสนคน ต้องหยุดงานเป็นระยะยาว สำหรับโรงงานที่อยู่ในนิคมและนอกนิคมถูกน้ำท่วมไปแล้วกว่า 300 โรง ผลกระทบในการฟื้นฟูระยะสั้นต้องใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ระยะยาวอาจต้องใช้ระยะเวลาถึง 6 เดือน ขึ้นอยู่กับความเสียหาย และได้ประเมินความเสียหายวันต่อวันจนถึงเวลานี้ ประเมินไว้ว่าสูญเสียไปแล้วกว่า 5 หมื่นล้านบาท



