
ให้ส.ส.ช่วยน้ำท่วมไม่เกิน3แสน
กกตแก้ประกาศให้ส.ส.ช่วยน้ำท่วมได้ไม่เกิน 3 แสน พรรคไม่เกิน 3 ล้าน หากเกินวงเงินต้องนำไปรวมเป็นค่าใช้จ่ายเลือกตั้งครั้งต่อไป รมช.ศึกษาฯลุยตรวจสถานการณ์น้ำท่วม สั่งทุกภาคส่วนเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อม
10ต.ค.2554 นายธนิศร์ ศรีประเทศ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการพรรคการเมือง เปิดเผยว่า ที่ประชุมกกต. เมื่อวันที่ 5 ต.ค. มีมติเอกฉันท์ให้แก้ไขปรับปรุง ประกาศ กกต. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการให้เงิน ทรัพย์สิน และประโยชน์อื่นใด อันอาจคำนวณเป็นเงินได้ตามปกติประเพณีของพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง และสมาชิกซึ่งเป็น ส.ส. หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2551 ซึ่งบังคับใช้ในปัจจุบัน โดยมีมติ ให้แก้ไขวงเงินจากเดิม ที่กำหนดให้พรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง และสมาชิกซึ่งเป็น ส.ส. หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สามารถบริจาคทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด อันอาจคำนวณเป็นเงินได้ ซึ่งให้ความช่วยเหลือในแต่ละโอกาสไม่เกินสามพันบาท หากบริจาคเกินวงเงินดังกล่าว จะต้องนำเงินส่วนที่เกิน 3,000 บาท มารวมคำนวณเป็นค่าใช้จ่าย ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
นายธนิศร์ กล่าวว่า นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. ได้ลงนามในประกาศกกต.เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการให้เงิน ทรัพย์สิน และประโยชน์อื่นใด อันอาจคำนวณเป็นเงินได้ตามปกติประเพณีของพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง และสมาชิกซึ่งเป็นส.ส.หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2554 เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ตามที่กกต.พิจารณา โดยประกาศดังกล่าวได้ปรับแก้ไขเพิ่มวงเงินให้ความช่วยเหลือซึ่งการให้เงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด อันอาจคำนวณเป็นเงินได้ตามปกติประเพณีของพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง และส.ส.หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แก่บุคคล คณะบุคคล และนิติบุคคล ในเขตเลือกตั้งที่ผู้บริจาค หรือให้การสนับสนุนนั้น เป็นผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้ง ส.ส. ให้มีราคา หรือมูลค่าในแต่ละโอกาสไม่เกิน 3,000 บาท เว้นแต่การให้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีพรรคการเมืองให้ได้ไม่เกิน 3,000,000 บาท สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง และ ส.ส. หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้ได้ไม่เกิน 300,000 บาท แต่หากผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใดบริจาคเกินวงเงินดังกล่าวจะต้องนำไปรวมเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งครั้งต่อไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ประกาศ กกต. ฉบับที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวนี้ จะมีผลใช้บังคับ ในวันที่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งขณะนี้ สำนักงาน กกต. อยู่ระหว่างการจัดส่งเรื่อง เพื่อลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยขอความร่วมมือจาก สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อเร่งรัดประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยด่วนต่อไป
รมช.ศึกษาสั่งเร่งเสริมพนังรับน้ำชีทะลักท่วมบ้าน-นาข้าว
นางบุญรื่น ศรีธเรศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมกับมอบเงินช่วยเหลือค่าอาหารให้กับประชาชนในต.ลำชี อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งได้ระดมคนกว่า 1,000 คนกำลังช่วยกันเร่งนำกระสอบทรายมาเสริมพนังกั้นลำน้ำชีตั้งแต่บ้านโนนแดง ยาวไปจนถึงบ้านท่าเยี่ยมระยะทางกว่า 10 กม. เพื่อป้องกันน้ำในลำน้ำชีไหลทะลักเข้าท่วมบ้านและพื้นที่การเกษตรของประชาชน พร้อมกับเตรียมรับมือมวลน้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์จ.ขอนแก่นและมวลน้ำจากจ.ชัยภูมิ ซึ่งจะไหลมาถึงพื้นที่ภายใน 1-2 วันนี้
นางบุญรื่น กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงในสถานการณ์น้ำท่วมในทุกพื้นที่ จึงได้สั่งการให้ตนลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยจากการลงพื้นที่อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์พบว่าปริมาณน้ำในลำน้ำชีเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและล้นพนังกั้นเข้ามาในหลายจุด ซึ่งชาวบ้านต้องช่วยกันเร่งนำกระสอบทรายมาเสริมให้สูงขึ้น ดังนั้นจึงได้สั่งการให้อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอยู่ในพื้นที่เสี่ยงให้จัดเตรียมอุปกรณ์การช่วยเหลือ และบุคลากรไว้ตลอด 24 ชั่วโมงหากเกิดสถานการณ์ขึ้น
ชาวสระลงเรือร่วมบริจาคสิ่งของช่วยเหยื่อน้ำท่วม
นายอนุชา สุขเชิงชาย นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลสระลงเรือ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า พื้นที่ตำบลสระลงเรือมีทั้งสิ้น 17 หมู่บ้าน เมื่อถึงช่วงฤดูฝนจะมีน้ำหลากไหลเข้าท่วมพื้นที่ทุกหมู่บ้าน รวมถึงพื้นที่เกษตร ทุกปีที่ผ่านมาพื้นที่เกษตรได้รับความเสียหายจำนวนหลายหมื่นไร่ โดยเฉพาะไร่มันสำปะหลัง ไร่อ้อย และนาข้าว ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรอาชีพหลักของประชาชน โดยตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมาฝนได้ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและน้ำเริ่มไหลเข้าท่วมพื้นที่เกษตรและบ้านเรือนบ้างแล้วแต่ไม่มากนัก ซึ่งส่วนใหญ่ที่ถูกน้ำท่วมจะเป็นพื้นที่ลุ่ม
แต่อย่างไรก็ตามตนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ประมาท และจากการตรวจสอบพื้นที่หลังจากฝนได้ตกลงมาในช่วงวันที่ 6 - 9 กันยายนที่ผ่านมาพบว่า ถนนมีสภาพชำรุดเสียหาย โดยเฉพาะถนนภายในหมู่ที่ 5 บ้านสระจันทอง มีสภาพขาดและเกิดการทรุดตัวของท่อลอดเหลี่ยม ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการสัญจรไปมาเบื้องต้นมีประชาชนเสียชีวิต 1 ราย คือ นางสาว น้อย ฤกษ์ดี อายุ 38 ปี ชาวบ้านหมู่ 8 บ้านพุบอน สาเหตุเนื่องมาจาก นางสาวน้อยป่วยเป็นโรคลมชัก และอาการกำเริบขณะที่อยู่บ้านเพียงลำพัง และเกิดพลัดตกลงมาที่พื้นล่างขณะที่มีน้ำท่วมขังประมาณ 40 ซ.ม.ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ เป็นเหตุให้จมน้ำเสียชีวิต เบื้องต้นได้รายงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบตามอำนาจหน้าที่ไปแล้ว และจากสภาพถนนที่ขาดตนได้ประสานไปยังอำเภอและกองพันทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ เพื่อขอความช่วยเหลือในการดำเนินงานสร้างสะพานเหล็ก (สะพานแบรี่) เพื่อให้ประชาชนได้ใช้สัญจรไปมาแล้วเช่นกัน
สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่ตำบลสระลงเรืออย่างยั่งยืนนั้น ในฐานะที่ตนเป็นคนพื้นที่ มองว่าในช่วงฤดูน้ำหลากของทุกปีปริมาณน้ำในตำบลจะมาก ซึ่งจะตรงข้ามกับในช่วงฤดูแล้งที่ปริมาณน้ำจะมีปริมาณน้อยมาก โดยศักยภาพของพื้นที่แล้วมองว่าถ้าหากมีการขุดลอกลำห้วยและก่อสร้างฝายน้ำล้น ในแบบโครงการแก้มลิงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯในลำห้วยธรรมชาติของตำบล ก็จะส่งผลให้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่เบาบางลงและลดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก และยังสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งได้อีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งตรงนี้ขอฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมของแต่ละพื้นที่ ซึ่งตนจะทำหนังสือเกี่ยวกับโครงการ 1 หมู่บ้าน 1 โครงการแก้มลิง ถึงกรมชลประทานให้ทราบต่อไป
รายงานข่าวว่า ถึงแม้พื้นที่ตำบลสระลงเรือกำลังประสบปัญหาอุทกภัยน้ำท่วม แต่จากสถานการณ์ปัจจุบันเหตุการณ์ยังไม่รุนแรงเท่ากับพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศที่กำลังประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้ เบื้องต้นประชาชนชาวตำบลสระลงเรือ ได้ร่วมกันบริจาคข้าวสารอาหารแห้ง โดยเฉพาะน้ำดื่มสามารถบริจาครวมกันได้ประมาณ 7,000 โหล และข้าวสารอีกจำนวน 5 เกวียน ซึ่งจะมีการปล่อยคาราวานรถบรรทุก 10 ล้อจำนวน 6 คันออกจากพื้นที่เทศบาลตำบลสระลงเรือในวันอาทิตย์ ที่ 16 ต.ค.เวลาประมาณ 07.00 น.นี้ เพื่อนำสิ่งของไปช่วยเหลือประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้



