ข่าว

ผู้ว่าฯปทุมมั่นใจนิคมอุตสาหกรรมรับมือน้ำได้

ผู้ว่าฯปทุมมั่นใจนิคมอุตสาหกรรมรับมือน้ำได้

10 ต.ค. 2554

ผู้ว่าเมืองปทุม มั่นใจนิคมอุตสาหกรรมรับมือสถานการณ์น้ำได้

         10 ต.ค.54 ‏นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผวจ.ปทุมธานี กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้จังหวัดที่อยู่ในกลุ่ม ถูกน้ำท่วมรุนแรง ซึ่งรวมถึงจังหวัดปทุมธานี ให้ขีดเป็นเส้นพื้นที่เศรษฐกิจแยกไว้ ในการป้องกันเป็นพิเศษ ทั้ง นิคมอุตสาหกรรมนวนคร สวนอุตสาหกรรมบางกระดี ย่านธุรกิจ รังสิต ที่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่หลายราย ซึ่งจังหวัดได้ดำเนินการมาก่อนหน้าแล้ว จ.ปทุมธานี ไม่เหมือนจังหวัดอื่นๆ จะนำไปเปรียบเทียบกันไม่ได้ ภูมิประเทศในพื้นที่ของเรามีคูคลองมากมาย ถึงแม้ทาง จ.พระนครศรีอยุธยา จะไหลล้นเข้ามาตามทุ่งนา ในเขต อ.สามโคก และ อำเภอต่างๆ บ้าง เราก็ไม่กังวล ยังสามารถป้องกันน้ำท่วมได้ค่อนข้างสูง

          เนื่องจาก ประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ และประตูระบายน้ำพระอินทร์ราชา ประตูน้ำคลองพระอุดม ที่รองรับน้ำจากคลองต่างๆ ทั้ง 2 ฝั่งของจังหวัด เราได้ตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ สูบออกรักษาระดับ ขีดความปลอดภัยไว้ ป้องกันมิให้เขื่อนแตก และมิให้ระดับน้ำภายในสูง เกินกว่าที่เวลาฝนตกลงมาแล้ว ต้องสามารถสูบออกได้ทันมิให้ล้น

          นอกจากนี้ตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยา ยังมีการทำแนวคันกระสอบทรายเสริมยกหนีน้ำขึ้น รวมทั้งมีการจัดเวรยามเฝ้าระวัง ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้ง ทรายและกระสอบทรายขณะนี้ก็มีการสั่งเข้ามา และได้รับการบริจาคอย่างไม่ขาดสาย

 

ล้นประตูพระยาบันลือคันดินพัง น้ำล้น อ.ลาดบัวหลวง หลากตลบหลังเข้าปทุม

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปริมาณน้ำในคลองพระยาบันลือ เขต จ.พระนครศรีอยุธยา มีปริมาณมากทำให้ล้นประตูระบายน้ำพระยาบันลือ ,คันดินพัง และน้ำล้นแนวกระสอบทราย ในหลายจุด เป็นระยะทางยาว 500 เมตร น้ำจาก ต.บ้านม้า และ ต.สิงหราษ อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา หลากเข้าท่วมเขตพื้นที่ จ.ปทุมธานี จำนวนมาก โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ของทาง จ.พระนครศรีอยุธยา เข้ามาควบคุมดูแลสถานการณ์ แต่กลับปล่อยให้ประมาณน้ำหลากเข้าท่วมพื้นที่ จ.ปทุมธานี อย่างรวดเร็ว ส่งผลทำให้ ชาวบ้าน ใน ต.คลองควาย ต.บางกระบือ อ.สามโคก และ ในเขตพื้นที่ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ถูกน้ำเข้าท่วมในบ้านเรือนประชาชน สวน ไร่ นา ของชาวบ้าน ซึ่งก่อนหน้านี้บางบ้านน้ำท่วมเพียงเล็กน้อย แต่ขณะนี้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สูงกว่า 1 เมตรแล้ว ชาวบ้านต้องเร่งกั้นแนวป้องกันน้ำ แต่เป็นเรื่องยากเพราะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทุ่งนากว้าง ชาวบ้านบางรายรับน้ำไม่ทันก็ต้องปล่อยให้น้ำเข้าท่วมขณะนี้เริ่มท่วมกระจายเป็นพื้นที่กว้างแล้ว

        ขณะนี้ เจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ได้เร่งประสานงานกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและชาวบ้านในเขตพื้นที่ อ.ลาดหลุมแก้ว ,อ.สามโคก และอ.เมือง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นฝั่งตะวันตกที่อยู่ติดรอยต่อกับจ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อเร่งกั้นน้ำอย่างเร่งด่วน ป้องกันไม่ให้น้ำหลากเข้าท่วมเป็นพื้นที่กว้าง มิเช่นนี้ถ้าปล่อยให้ปริมาณน้ำล้นมาจำนวนมากขนาดนี้ จะต้องส่งผลทำให้หลากเข้าท่วมถึง โรงพยาบาล และบ้านเรือนประชาชน ของทั้ง 3 อำเภอ ซึ่งเข้าท่วมพื้นที่ ในระดับสูงขึ้น อีกทั้งได้เจ้าหน้าที่ในแต่ละท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ได้เร่งเตือนประสานกับชาวบ้านให้เก็บข้าวของ และเฝ้าดูระดับน้ำในช่วงนี้อย่างใกล้ชิด

 

ชาวเมืองปทุมฯเร่งก่ออิฐบล็อกให้สูงป้องกันน้ำเข้าบ้าน

 

  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตลาดเจริญผล ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ชาวบ้านร้านค้าริมถนนได้ออกมาก่อกำแพงอิฐบล็อกให้สูงเพื่อป้องกันไม่ให้เข้าท่วมร้านค้าและบ้านเรือนของตัวเอง เนื่องจากกระแสข่าวต่างๆและน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มระดับขึ้นมามาก ประกอบกับทางจังหวัดและเทศบาลได้ออกประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ในละแวกใกล้กับแม่น้ำเจ้าพระยาเตรียมเก็บข้าวของขึ้นที่สูงเพราะเกรงว่าน้ำจะเอ่อล้นเข้าท่วมเขตพื้นที่เศรษฐกิจของอำเภอเมืองปทุมธานี

 

น้ำป่าทะลักเข้าเมืองกาญจน์ถนนจมน้ำ


 เมื่อเวลา  16.00  น.  นายณฐพลษ์  วิเชียรเพริศ  ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี  กล่าวถึงสถานการณ์น้ำป่าได้ไหลหลากเข้าพื้นจังหวัดกาญจนบุรีว่า  เมื่อ  2  วันที่ผ่านมา  ได้เกิดฝนตกลงมาทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่  ต.บ้านเก่า  อ.เมือง  เนื่องจากท่อระบายน้ำมีไม่เพียงพอ  ระบายน้ำไม่ทัน  ส่งผลให้ถนนเสียหายหลายสาย  รวมถึงพื้นที่  ต.ลุ่มสุ่ม  อ.ศรีมงคล  อ.ไทรโยค  พืชผลทางด้านเกษตรได้รับความเสียหาย  ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการสำรวจ  ขณะที่พื้นที่  ต.หนองประดู่  ต.หนองปลิง  อ.เลาขวัญ  น้ำป่าได้ไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่พืชผลทางด้านการเกษตรในเบื้องต้นเสียหายแล้ว  500  ไร่

 อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดกาญจนบุรี  ได้ประสานไปยังท้องถิ่นเพื่อช่วยเหลือและได้เตียมพร้อมในการที่จะช่วยเหลือประชาชนโดยเฉพาะในพื้นที่  53  หมู่บ้าน  ที่เคยมีดินโคลนถล่มได้ให้จัดเตรียมรถแบ๊คโฮและรถตักพร้อมด้วยเครื่องมือไว้  เพื่อพร้อมที่จะช่วยเหลือประชาชนหากประสพเหตุต่อไป

 

 

ชาวอยุธยาเดินทางเข้าศูนย์พักพิงแล้วกว่า 400 คน

       นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ รังสิต กล่าวว่า ขณะนี้ ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ยิมเนเซี่ยม 2 ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต อ.คลองหลวง  ได้ มีประชาชนชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต่างทยอยเดินทางเข้ามายังศูนย์พักพิงดังกล่าว โดยอาศัยมากับรถของอาสาสมัครกู้ภัย และอีกหลายหน่วยงาน ที่เดินทางไปรับ โดยถึงในขณะนี้มีประชาชนเดินทางมายังศูนย์ดังกล่าวแล้ว จำนวน 400 คน ซึ่งทางศูนย์พักพิงชั่วคราวสารถรับได้ 1,200 คน และกำลังเตรียมขยายให้รับได้ 1,800 คน ตามอาคารยิมเนเซี่ยม โดยจัดหาผ้าห่ม เครื่องนอนตามอัตภาพ กับพื้น โรงยิมเนเซี่ยม นอกจากนี้ สถานที่ซักล้าง ตากผ้า โรงครัว ก็จัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว ส่วนเรื่องอาหารสด อาหารแห้ง ขณะนี้ก็ยังมีพอ จากการได้รับบริจาค ซึ่งก็มีผู้ประสงค์บริจาคเข้ามาตลอด หากมีผู้อพยพจำนวนเพิ่มขึ้น ในอัตราส่วนของข้าวสาร อาหารสด อาหารแห้ง ก็จำเป็นต้องขอรับบริจาคเพิ่มขึ้น

       นายเศรษภัทร์ จุติภัควรพงษ์ หนึ่งในกลุ่มผู้เดินทางมายังศูนย์ดังกล่าว เปิดเผยว่าบ้านของตนเองนั้นอยู่ในตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา ซึ่งถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ และได้ออกจากบ้านมาอาศัยอยู่ที่ศูนย์ที่ทางราชการจัดไว้ให้ที่หน้าศาลากลาง จังหวัด ซึ่งมีประชาชนเข้ามาอยู่กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งความเป็นอยู่ลำบากมากทั้งอาหารการกินที่ขาดแคลน และก่อนที่จะเดินทางมาที่ศูนย์ของ ม.ธรรมศาสตร์แห่งนี้ ก็ได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยประกาศว่าถ้าต้องการเดินทางมาที่ ศูนย์ธรรมศาสตร์ก็ให้มาขึ้นรถตนจึงเดินทางมากับรถกู้ภัยดังกล่าว  และยังมีคนอีกจำนวนมากที่ต้องการเดินทางมาที่นี่ เนื่องจากมีความยากลำบากมาก แต่ไม่มีรถที่จะเดินทางมา

 

ผู้ว่าฯตรวจเยี่ยมผู้อพยพสถานที่ยิมเนเซี่ยม2

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ยิมเนเซี่ยม 2 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นางวรรณิดา บุญ-/-ประคอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผวจ.ปทุมธานี พล.ต.ต.วัฒนา เขตร์สมุทร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี นายผล ดำธรรม นายอำเภอคลองหลวง ได้เข้าตรวจเยี่ยมผู้ประทบปัญหาอุทกภัยที่อพยพมาจากจ.พระนครศรีอยุธยา โดยมี รศ.ดร.กำพล รุจิวิชชญ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร รศ.ดร.ปริญญา เทวนฤมิตร รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิตให้การต้อนรับ 

       ขณะเดียวกันนายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผวจ.ปทุมธานี ได้เปิดแถลงข่าวถึงสถานการณ์ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิตว่า ผู้อพยพที่เข้ามาอยู่ในศูนย์อพยพแห่งนี้เป็นประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากจ.พระนครศรีอยุธยาทั้งสิ้น ปัจจุบันมีผู้เข้าพักอาศัยแล้วกว่า300 ชีวิต และกำลังทยอยเดินทางมาอีกเป็นจำนวนมาก เท่าที่รับรายงานทราบว่าติดขัดในเรื่องการเดินทางเนื่องจากรถไม่สามารถเข้าไปรับได้ ซึ่งทางจ.ปทุมธานี ได้ประสานกับศปภ.ดอนเมืองในการจัดยานพาหนะในการเข้ารับผู้ที่ติดค้างตามสถานที่ต่างๆ และสั่งการให้ พล.ต.ต.วัฒนา เขตร์สมุทร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้ารักษาความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และได้ประสานงานกับนายผล ดำธรรม นายอำเภอคลองหลวง ในจัดหากำลังเจ้าหน้าที่อปพร.กำลังอาสาสมัคร ในพื้นที่เข้ามาคอยอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยอีกทางหนึ่งด้วย นอกจากนี้แล้วยังต้องขอบคุณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ให้สถานที่พักพิงกับผู้ประสบอุทกภัย

       รศ.ดร.กำพล รุจิวิชชญ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ได้มีการเตรียมตัวทั้งสถานที่ และบุคลากร นักศึกษา ทีมแพทย์พยาบาล ไว้คอยอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะให้ความช่วยเหลือกับประชาชนทุกคนที่ได้รับความเดือดร้อนไม่ว่าจะเป็นสัญชาติเชื้อชาติใด และหากสถานที่ยิมเนเซี่ยม2 ไม่เพียงพอแล้วเราจะเปิดยิมเนเซี่ยม1 ที่สามารถจุประชาชนได้อีก1500คน ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกันเพิ่มเติมเพื่อให้เพียงพอในการรองรับสำหรับจำนวนผู้อพยพอีกด้วย 

       รศ.ดร.กำพล รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต เปิดเผยเพิ่มเติมอีกว่า ทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ได้เปิดบัญชีธนาคารทหารไทยสาขาธรรมศาสตร์รังสิต เลขที่ 050-2-50948-2 ไว้ในการรับบริจาคเพื่อสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่เข้ามาพักอาศัยในศูนย์ดังกล่าวอีกด้วย ทั้งนี้ในเรื่องของอาหารสำหรับผู้ประสบอุทกภัยนั้นในขณะนี้ถือว่าเพียงพอต่อความต้องการ เนื่องจากมีผู้ที่บริจาคข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องนุ่งห่ม เข้ามารวมทั้งชาวบ้าน โรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ใกล้เคียงได้เดินทางมาให้ความร่วมมือในด้านการประกอบอาหารอีกด้วย

 

 

จับงูเหลือม ยาวกว่า 4 เมตร หนีน้ำท่วม

      เจ้าหน้าที่อาสาสมัครเหยี่ยวเวหา จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบงูเหลือมขนาดใหญ่ มาติดไซจับปลาของชาวบ้าน ภายในชุมชนหลังหมู่บ้านมาลีวัลย์ ซอยรังสิต-นครนายก 29 ม.4 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบ

      ทั้งนี้ ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบงูเหลือมมีความยาวประมาณ 4 เมตรเศษ โดยมีนายสมบูรณ์ แก้วมูล อายุ 52 ปี อาชีพค้าขาย เป็นเจ้าของบ้านและเจ้าของไซจับปลาที่พบงูเหลือม โดยกล่าวว่าที่บ้านน้ำท่วมขัง ตนจึงได้นำไซไปดักปลาข้างบ้านตั้งแต่เมื่อคืน แต่พอช่วงสายวันนี้ ตนเองได้ไปกู้ไซดักปลา ก็พบกับงูตัวดังกล่าว จึงโทรศัพท์ให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมาจับไป เพื่อนำไปปล่อยตามธรรมชาติ และคาดว่างูคงหนีน้ำท่วมเช่นกัน

 

 เยียวยาช่วยเหลือชาวบ้านม้ากรุงเก่า

      บริเวณชุมชนข้างวัดตำหนัก ต.สามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้มีกลุ่มชาวบ้านกว่า 10 คนพยายามลื้อกระสอบทรายเสริมแนวคันกั้นน้ำ บนถนนปทุมธานี-สามโคก สายใน ซึ่งเลียงกันไว้มีความสูง 1.5 เมตร เพื่อจะเปิดระบายน้ำออก หลังรับแจ้ง นายสกล แก้วพวงคำ ปลัดอาวุโส อ.สามโคก จึงรีบรุดเข้าเจรจา ทราบความว่า ชาวบ้านนอกคันกั้นน้ำกว่า 100 หลังคาเรือนเดือดร้อนจมนษำที่ท่วมสูงกว่า 3 เมตร ใกล้จะท่วมถึงชั้นสอง ซึ่งไม่ได้รับการช่วยเหลือ เสมือนปล่อยให้ถูทนทุกข์อยู่ฝ่ายเดียว หลังจากนาย สกล ได้ชี้แจง ว่า ถึงแม้การพังผนังกั้นน้ำจุดดังกล่าวออกไปแล้ว ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาก็ไม่ลดลง มีแต่ความเดือดร้อนจะขยายวงกว้าง และรับปากจะจัดสิ่งของถุงยังชีพ และเครื่องอำนวยความสะดวกมาเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น เนื่องจากขณะนี้ความเดือดร้อนทั่วไปหมด ไม่สามารถดูแลกันได้ทั่วถึง เมื่อชาวบ้านเข้าใจแล้วจึงได้ยอมสลายตัวไป

      นายสุพจน์ ลัมพัชวา นายก อบต.ท้ายเกาะ อ.สามโคก กล่าวว่า ได้เข้าร่วมตรวจพื้นที่ ย่าน ต.บ้านม้า อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้มีกระแสน้ำล้น ข้ามคันกั้นน้ำ ที่ทำการเสริมแนวกระสอบทราย ได้ล้นไหลทะลักโอบล้อมเข้ามาตามทุ่งนา เข้าพื้นที่ ต.ท้ายเกาะ อ.สามโคก โดยผ่านมาทาง ต.สิงห์นารถ ต.โคกช้าง ซึ่งนายจตุพร ชนะศรี นายอำเภอสามโคก จึงได้ประสาน ไปยัง อบต.หลายแห่ง ในพื้นที่ เพื่อระดมกำลังทรัพย์ และอุปกรณ์ในการกั้นน้ำมิให้ไหลเข้ามาในเขต อ.สามโคก โดยให้การสนับสนุน อบต.บ้านม้า ในการเสริมคันดิน รวมทั้งกระสอบทราย และการเยียวยา บ้านเรือนประชาชน ว่า 100 หลังคาเรือน ที่จมน้ำอยู่แล้ว เป็นแรมเดือน ซึ่งชาวบ้าน ต.บ้านม้า ก่อนหน้านี้ก็ไม่ยอมให้กั้น หลังการเจรจา โดยมี ผวจ.พระนครศรีอยุธยา มาร่วมเจรจาขอยกเสริมแนวคันกั้นน้ำให้สูงขึ้นอีก 50 เซนติเมตร ซึ่งทาง จังหวัดปทุมธานี ยินดี เยียวยาในส่วนของ พื้นที่ ต.บ้านม้า ที่ได้รับความเสียหาย เช่น การซ่อมบำรุงถนน หลังน้ำลด ในเบื้องต้น ได้จัดหา อุปกรณ์ถุงยังชีพ อุปกรณ์ยกพื้นบ้านขึ้นที่สูง ประกอบด้วย ต้นเสาไม้ ไม้อัด ตะปู ให้กับชาวบ้าน ต.บ้านม้า ภายหลังจึงได้รับการยินยอมให้เสริมแนวคันกระสอบทรายขึ้น

      ขณะเดียวกัน อบต.ท้ายเกาะ เอง ก็เป็นหนี้สิน ร้านค้าวัสดุ ป้องกันน้ำท่วม ที่นำมาเสริมแนวกระสอบทรายคันกันน้ำ จำนวนหลายแสนบาท และ ที่น่าเป็นห่วงยิ่ง ประตูระบายน้ำ นามสนธิ ในเขต อบต.บ้านม้า ซึ่งบริเวณใต้บานหูช้าง เป็นคอดิน ได้เกิดชำรุดแตกน้ำทะลักเข้า โดยธรรมชาติแรงดันของน้ำจะขยายแผลแตกออกกระทั่งประตูน้ำระเบิดพัง ซึ่งมีบ้านเรือนอยู่ชั้นในตรงบริเวณดังกล่าว เกรงว่าหากประตูระบายน้ำ ระเบิด บ้านประชาชนทั้ง 3หลังบริเวณดังกล่าว จะถูกกระแสน้ำพัดไปกับกระแสน้ำด้วย