
ส.ว.สับเละ'ปู'มือใหม่หัดขับ
"ธีระ" สารภาพกลางที่ประชุมวุฒิฯ ปัญหาน้ำท่วมเกิด เพราะไม่สามารถคาดปริมาณน้ำได้ วอนประชาชนปรับตัวให้อยู่กับน้ำ คาดพื้นที่ที่น้ำท่วม จะมีน้ำท่วมขังอีกนาน ปฏิเสธเขื่อนแตก ส.ว. รุมสับ ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกฯ มือใหม่หัดขับ ไม่กล้าตัดสินใจ ทำปัญหาน้ำท่วมลาม
10ต.ค.2554 นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงในที่ประชุมวุฒิสภา ซึ่งมีวาระพิจารณาปัญหาอุทภัย โดยยอมรับว่าพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ ดังนั้นตนขอให้ประชาชนปรับ ส่วนการบริหารจัดการน้ำในเขื่อน ที่พบว่ามีการปล่อยน้ำจากเขื่อนออกมาช่วงนี้ เป็นเพราะว่าไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าพายุจะเข้ากี่ลูก ทำให้ไม่สามารถคาดการณ์ระดับน้ำในเขื่อนได้ อย่างไรก็ตามขอชี้แจงว่าเขื่อนทุกเขื่อนมีระดับการกับเก็บน้ำอย่างมาตรฐาน แต่บางครั้งน้ำก็มาแบบเหนือความคาดหมาย สำหรับที่มีข่าวออกมามากช่วงนี้ว่า เขื่อนแตก ตนขอปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น แต่ที่แตกนั้นเป็นเพียงคันดินกั้นน้ำเท่านั้น
นายธีระ กล่าวอีกว่าจากข้อมูลของกรมชลประทาน คาดว่าปริมาณน้ำในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ อยู่ที่ 4,700-4,800 ล้านลบ.ม. ซึ่งเชื่อว่าระดับน้ำที่จะยกตัวสูงกว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบันเฉลี่ย 20 เซนติเมตรเท่านั้น ส่วนน้ำที่สะสมอยู่ในลุ่มน้ำยมและแม่น้ำน่าน คิดเป็นปริมาณน้ำ 7,000 ล้านลบ.ม. คลุมพื้นที่ 35 ล้านไร่ เบื้องต้นจะมีน้ำท่วมขังในปีนี้ จะอยู่อีกนาน ทั้งนี้รัฐบาลได้เร่งที่จะผลักดันน้ำให้ออกสู่ทะเลโดยเร็วที่สุด เบื้องต้นมีเส้นทางใหม่ คือ ระบายน้ำออกไปทางคลองระพีพัฒน์-คลองประเวศ เบื้องต้นได้ประสานงานไปยังหน่วยงานของทหารให้เร่งขุดคลองเพื่อระบายน้ำออกไป
“พื้นที่กรุงเทพฯ จะท่วมหรือไม่ เทวดาไหนคงไม่กล้าตอบ ดังนั้นเราต้องยืนอยู่บนความเป็นจริง จุดไหนอ่อนก็ต้องป้องกันไว้” นายธีระ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายานว่าก่อนหน้านั้นได้มี ส.ว.หลายราย อภิปรายถึงปัญหาและเสนอแนะวิธีแก้ไขปัญหาให้กับรัฐบาล อาทิ นพ.เจตน์ ศิรธารนนท์ ส.ว.สรรหา ซึ่งเป็นผู้เสนอวาระพิจารณา อภิปรายว่า เท่าที่ตนได้ติดตามข่าว ช่วง 3-4 วันที่ผ่านทางเวปไซต์ของหน่วยงานรัฐ ได้พบข้อมูลที่ดี แต่กลับไม่มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้ ทำให้ข่าวสารไม่เข้าถึงประชาชน ดังนั้นขอให้หน่วยงานราชการแก้ไขในจุดที่บกพร่องด้วย นอกจากนั้นแล้วตนสนับสนุนให้รัฐบาลทบทวนการตั้งกระทรวงน้ำ เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการเรื่องน้ำและภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้อีก
“ความคิดตั้งกระทรวงน้ำไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเมื่อปี 2536 เคยมีส.ส. ร่วมเข้าชื่อเสนอต่อสภามาแล้ว ตามผลการศึกษาของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นั้นเป็นการดึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมทรัพยากรน้ำ กรมชลประทาน กรมเจ้าท่า และการประปานครหลวง ออกมาจากการกำกับดูแลของหลายกระทรวง เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันและเพื่อให้การแก้ไขปัญหาน้ำมีการจัดการที่มีประสิทธิภาพ หรืออาจจะดึงหน่วยงานที่เกี่ยวกับภัยพิบัติเข้ามาร่วมด้วย อาทิ ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมอุตุนิยมวิทยา และสำนักการระบายน้ำ กทม. เป็นต้น อีกทั้งขอเสนอให้รัฐบาลเป็นเจ้าภาพในการปรับปรุง พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และกฎหมายฉบับอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งปัจจุบันล้าสมัยไปมาก
ด้าน นางตรึงใจ บูรณสมภพ ส.ว.สรรหา อภิปรายเสนอให้มีการตั้งสภาการพัฒนาการตั้งถิ่นฐานและการผังเมือง เพื่อดูแลการใช้พื้นที่ใช้สอยให้เหมาะสม ไม่ให้มีการตั้งอาคาร หรือโรงงานที่ขวางทางน้ำ ที่อาจจะส่งผลให้กลายเป็นวิกฤตอุทกภัยเหมือนเช่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ด้านนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา อภิปรายว่าปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้น พบสถิติใหม่ คือ มีคนตายกว่า 269คนจากน้ำท่วม โดยเป็นสถิติที่รองจากเหตุการณ์ดินโคลนถล่มและภัยสึนามิ ซึ่งปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นไม่สามารถรู้ได้กี่วันจะยุติ และจะมีคนตายเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ ทั้งนี้ไม่แน่ใจว่าประเทศไทยโชคร้ายที่มีนายกฯมือใหม่หัดขับ หรือไม่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือความเศร้าใจของประเทศไทย ทั้งนี้ตนได้เตือนไปยังรัฐบาลถึงปัญหาดังกล่าวมานานกว่า 4 สัปดาห์แล้ว และติดตามการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลว่าจะแก้ไขอย่างเข้าใจหรือไม่ ซึ่งการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมดังกล่าวนั้นแตกต่างจากการเดินทางไปต่างประเทศ ที่หลายประเทศหากเกิดวิกฤตจะหยุดการเดินทางไปต่างประเทศ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมามีบางคนไปเตะฟุตบอล เดินทางไปประเทศบูรไน, ประเทศกัมพูชา ทำให้สิ่งที่พยายามแก้ไขนั้นผิดทาง ยิ่งแก้ยิ้งลุกลี้ลุกลน
“ทราบหรือไม่ว่ากรมบางกรมให้งบประมาณสื่อมวลชน 5-10 ล้านบาท เพื่อทำประชาสัมพันธ์และเขามาปรึกษาผม ผมก็บอกว่าไปว่าไม่ต้องทำประชาสัมพันธ์ ต้องทำงาน งานเท่านั้นเป็นตัวแก้ ไม่ต้องประชาสัมพันธ์ ไม่ต้องไปทอดไก่ หรือไปตักทรายใส่ถุง ผมทราบว่าขณะนี้นายกฯ มีแนวทางแนวทางแก้ไขปัญหาอุทักภัยและน้ำท่วมเมื่อ พ.ศ.2553 อยู่ในมือแล้ว แต่ไม่พบการนำไปปฏิบัติ ซึ่งผมขอเรียกร้องความกล้าตัดสินใจจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ และกล้าบอกความจริง ตรงไปตรงมา หากตัดสินใจพลาดต้องขอโทษ และนับจากวันนี้ต้องเข้มแข็ง และบูรณาการการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานของกองทัพ” นายสมชาย กล่าว
นายสุรเดช ตนไม่เห็นด้วยกับการตั้งกระทรวงน้ำ เพราะขณะนี้มีหลายหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงแล้ว อย่างไรก็ตามน้ำที่เกิดขึ้น ประชาชนต้องหาวิธีอยู่ร่วมกับน้ำให้ได้ สำหรับการแก้ไขปัญหาในอนาคตต้องมีการปรับปรุงผังเมือง



