ข่าว

ผุดเครือข่ายโซเชียลฯสู้น้ำท่วม

ผุดเครือข่ายโซเชียลฯสู้น้ำท่วม

10 ต.ค. 2554

'ชาวปากน้ำโพ-ชัยนาท' ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก แจ้งข่าว เตือนภัยน้ำท่วม ด้าน ศปภ.ประกาศอพยพ ปชช. จ.นครสวรรค์ 5 จุด

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์พนังกั้นน้ำที่ จ.นครสวรรค์แตก และทำให้น้ำเริ่มไหลเข้าสู่เทศบาลเมือง มิเพียงแต่ภาครัฐเท่านั้นที่ทำหน้าที่เตือน แต่ภาคประชาชนก็รวมตัวกันแจ้งเตือนภัยกันเองในรูปแบบของโซเชียลเน็ตเวิร์ก

          ทั้งนี้ ชาวนครสรรค์ ได้สร้างกลุ่มในเฟซบุ๊ค ใช้ชื่อว่า "แจ้งข่าวสถานการณ์น้ำนครสวรรค์ 24 ชั่วโมง"  เพื่อใช้แจ้งเตือนภัยและรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ให้ชาว จ.นครสวรรค์ได้รับรู้ โดยเพจดังกล่าว จนถึงขณะนี้ มียอดผู้เข้าร่วมกลุ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วง ซึ่งจนถึงเวลาประมาณ 15.00 น. มียอดผู้ข้าร่วมกลุ่มแล้วถึง 8,350 คน

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเนื้อหาภายในเพจดังกล่าว มีทั้งการแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์พนังแตก รวมทั้งเมื่อเกิดเหตุก็ได้แจ้งเตือนภัยให้ทุกคนได้รับรู้ว่า ขณะนี้น้ำกำลังเข้ามาถึงส่วนใดของเขตเทศบาลนครสวรรค์บ้าง เพื่อจะได้เร่งอพยพ

          นอกจากนี้ ยังมัการแจ้งเตือนเกี่ยวกับเรื่องอื่น ๆ อาทิ เมื่อจะมีการจ่ายกระแสไฟเข้าพื้นที่ใดเพื่อเปิดเครื่องสูบน้ำ ก็จะเตือนให้ผู้คนโดยรอบระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากการรายงานถึงสถานการณ์น้ำ ภายในกลุ่มยังมีการสร้างเอกสารแบ่งปันวิธีเอาตัวรอด จากสถานการณืน้ำท่วม เช่น หุงข้าวสวยอย่างไรให้เก็บไว้ได้หลายวันโดยไม่บูด  หรืออุปกรณ์ง่าย ๆ และวิธีกันน้ำเข้าเท้าเมื่อน้ำสูงกว่ารองเท้าบู๊ต , ควรขับรถอย่างไรเมื่อเจอน้ำท่วม , คู่มือเตรียมการรับมือน้ำท่วม , เบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉิน ฯลฯ

          นอกจากนี้ ยังมีการแบ่งปันวิดีโอรายงานสถานการณ์น้ำล่าสุด โดยมีทั้งแบบคลิปภาพอย่างเดียว คลิปที่ผ่านการตัดต่อ เป็นแบบรายงานเหตุการณ์ 

          ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากการตรวจสอบคลิปดังกล่าว ยังพบว่า มีคลิบหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า "สาเหตุที่น้ำไม่ท่วมนครสวรรค์" โดยเนื้อหาในคลิบดังกล่าว เป็นการร่วมมือกันทำงาน ของเจ้าหน้าที่เทศบาลนครนครสวรรค์ โดยการนำทีมของ นายจิตเกษมณ์ นิโรจน์ธนรัฐ นายกเทศมนตรีฯ ซึ่งลงบัญชาการในการสร้างพนังกั้นน้ำด้วยตัวเอง ซึ่งในหน้าเพจดังกล่าว ก็มีการแสดงเห็นชื่นชมการทำงานของนายจิตเกษมณ์ ด้วย

          ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากการรวมกลุ่มของชาวปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ โดยใช้เครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิร์กในการแจ้งข่าว และให้ความช่วยเหลือแล้ว ยังพบว่า ในหลายจังหวัดที่ประสบปัญหาน้ำท่วม อาทิ จ.ชัยนาท ก็รวมกลุ่มกัน โดยใช้เครือข่ายโซเชียลมีเดียเช่นกัน

          ทั้งนี้ การรวมกลุ่มของชาวจ.ชัยนาท ใช้ชื่อกลุ่มว่า "แจ้งข่าวสถานการณ์น้ำ จ.ชัยนาท 24 ชั่วโมง"

 

ศปภ.ประกาศอพยพ ปชช. จ.นครสวรรค์ 5 จุด 

          ด้าน พล.อ.อ.กำพล  สุวรรณทัต รมว.คมนาคม แถลงกรณีพนังกั้นน้ำที่จังหวัดนครสวรรค์แตกว่า สาเหตุเกิดจากเรือที่ไปส่งของชนพนังกั้นน้ำจึงทำให้พนังกั้นน้ำแตกดังกล่าวซึ่งพล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพภาคที่ 3 และนายชัยโรจน์ มีแดง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เร่งดำเนินการแก้ไขอยู่ ขณะนี้ความสูงของปริมาณน้ำอยู่ที่หัวเกือบ 1 เมตร

          ทั้งนี้ คาดว่า หากบล็อกแก้ไขได้ ก็คงไม่เกิดปัญหาอะไร แต่หากไม่สามารถอุดรอยรั่วของพนังกั้นน้ำได้ก็คงจะต้องใช้แผน 2 คือการอพยพประชาชนออกนอกพื้นที่ โดยขณะนี้ เราได้เตรียมรองรับประชาชนในการอพยพอยู่ 5 แห่งด้วยกัน บริเวณโดยรอบเขากบ และมีการเตรียมอาหารไว้เรียบร้อยแล้ว

          ส่วนผู้ป่วยนั้น จะนำเครื่องบินที่ไปส่งของนำผู้ป่วยมาด้วย  ซึ่งคาดว่าเพียงพอต่อการรองรับประชาชนในพื้นที่

          นายวิม  รุ่งวัฒนจินดา  เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่จ.นครสวรรค์ ถึงขั้นที่ต้องอพยพประชาชน เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุเรือพุ่งชนซ้ำพนังกั้นน้ำครั้งที่ 2 ในเวลา 11.00 น. ส่งผลให้พนังกั้นน้ำแตก  คาดว่าน้ำจะไหลเข้าตัวเมืองเทศบาล เนื่องจากบริเวณพนังกั้นน้ำอยู่ใกล้ตัวเมืองเพียง 3 กม.

          ดังนั้น ภาครัฐ จึงประกาศอพยพประชาชนไปยัง 5 จุดที่เตรียมไว้ คือ 1.สนามกีฬากลางจังหวัด 2.วิทยาลัยเทคโนโลยีนครสวรรค์ 3.วิทยาอาชีวะนครสวรรค์ 4.โรงเรียนนครสวรรค์ 2 และ 5.วัคคีรีวง ซึ่งทั้ง 5 จุด สามารถรองรับประชาชนได้จำนวน 1 หมื่นคน

          ทั้งนี้ การอพยพผู้ป่วยที่อยู่โรงพยาบาลประชารักษ์ ควรย้ายไปที่สนามกีฬากลางจังหวัด เนื่องจากมีหลังคา ส่วนการอพยพประชาชนออกจากเขตเทศบาล จะใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมง เพราะ ห่างจากจุดที่เตรียมไว้เพียง 3 กม.

          สาเหตุที่ต้องอพยพเนื่องจากพนังกั้นน้ำแตก และจังหวัดนครสวรรค์เป็นแหล่งรับน้ำ 4 สายคือ ปิง วัง ยม น่าน เช่นเดียวกับจ.อยุธยาที่เกิดวิกฤตเพราะเป็นแหล่งรับน้ำ 3 สาย จากทั้งเจ้าพระยา ป่าสัก และลพบุรี ที่สำคัญเกิดจากอุบัติเหตุซึ่งเป็นปัญหาที่เกินความคาดหมาย

          อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า เขื่อนเจ้าพระยา จะสามารถรองรับน้ำที่จ.นครสวรรค์ได้ จากการประเมินหากน้ำไหลจากนครสวรรค์ จะไหลผ่านเข้าเขื่อนเจ้าพระยา ผ่านชัยนาท จากนั้นจึงจะเข้าจ.อุทัย อ่างทอง ลพบุรี ปทุมธานี และกรุงเทพมหานครต้องประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดว่าเขื่อนเจ้าพระยาจะสามารถรับน้ำได้มากน้อยแค่ไหน แต่เชื่อว่ายังสามารถรับน้ำได้

          “เชื่อว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก เนื่องจากจังหวัดอื่นๆ ไม่ได้มีความเสี่ยงรับน้ำเหมือนอยุธยาและนครสวรรค์ และยืนยันได้ว่าศปภ.จะประกาศอพยพก่อนที่จะเกิดเหตุ 7 ชั่วโมง”นายวิม กล่าว