ข่าว

ธรรมะที่ได้จากน้ำท่วม

ธรรมะที่ได้จากน้ำท่วม

10 ต.ค. 2554

ธรรมะที่ได้จากน้ำท่วม : กระดานความคิด โดย Ananda www.oknation.net/blog/plang

          สถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้ เป็นอุทกภัยครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งของประเทศไทยในรอบหลายสิบปี บางพื้นที่ไม่เคยมีน้ำท่วมมาก่อนเลย แต่มาปีนี้น้ำกลับท่วมเขตเศรษฐกิจ เช่น ในเขตเทศบาล ในเขตเมือง เจ้าหน้าที่พยายามจะป้องกันเต็มที่ สร้างพนังกั้นน้ำปกป้องพื้นที่ แต่ก็ไม่สามารถจะป้องกันได้ เมื่อพนังกั้นน้ำที่ทำไว้เกิดพังขึ้น ทำให้น้ำท่วมพื้นที่นั้นอย่างรวดเร็ว ประชาชนที่มั่นใจว่าพนังคงป้องกันน้ำไว้ได้ก็ไม่ได้เตรียมตัวป้องกันไว้ เมื่อน้ำจำนวนมากทะลักเข้ามาอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถเก็บข้าวของได้ทันข้าวของจำนวนมากต้องเสียหายไปกับน้ำ

          สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ จึงเห็นภาพข่าวที่ชาวบ้านออกมาร้องห่มร้องไห้ และทะเลาะเบาะแว้งกันเรื่องเปิดพนังปิดพนัง นับเป็นภาพที่ทั้งน่าสงสารทั้งหน้าสมเพชเวทนา

          อีกกรณีหนึ่งคือ ความห่วงสมบัติ ไม่ยอมอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัย โดยเฉพาะคนแก่ๆ อายุ 70-80 ปี ไม่ยอมย้ายออกไปจากบ้านทั้งๆ ที่น้ำท่วมบ้านจนแทบไม่มีที่จะนั่งที่นอนอยู่แล้ว เหตุผลที่ท่านเหล่านั้นอ้างคือ “ห่วงสมบัติ” ถ้าจะตีความก็คือ กลัวจะมีขโมยมาลักข้าวของ ถ้ามองอย่าผิวเผินก็อาจคิดว่าดี ท่านยังอุตส่าห์ห่วงสมบัติ อยู่ดูแลสมบัติ ให้ลูกหลานอพยพออกไปอยู่ข้างนอก ยอมเสียสละตัวเอง เพราะเห็นว่าแก่แล้ว อยู่ไปอีกไม่นานก็ตาย แต่เอาเข้าจริงๆ ขโมยมันจะเข้าไปลักวัยขนาดนั้นจะป้องกันอะไรได้ ขโมยมันเอามือผลักเบาๆ ก็ตกน้ำตายแล้ว

          ด้วยมุมมองของโลก ดูดีมีเหตุผลที่ประกอบด้วยความเสียสละอย่างน่าสรรเสริญ แต่ในมุมมองของธรรมะแล้วถือว่าผิดหลัก คนที่ยิ่งรู้ว่าตัวเองใกล้ตายแล้ว สิ่งที่ต้องระลึกคือจะตายอย่างไรให้เป็นการตายดี ตายแล้วไปสู่สุคติ (มนุษย์ เทวดา พรหม) ไม่ใช่ตายแล้วต้องไปอยู่ในทุคติ (นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน) ซึ่งคนแก่มีอายุมากแล้วทุกคนก็รู้ตัวว่าอีกไม่นานคงต้องตายจากโลกนี้ไป แต่คนแก่จำนวนมากยังไม่รู้วิธีว่าจะทำอย่างไรให้ตายดี

          ในทางพุทธศาสนาได้แสดงสภาวะก่อนตายของคนไว้ 2 ประการ คือ

          1.กรรมนิมิตอารมณ์ คือการระลึกถึงกรรมที่ตนได้กระทำไว้ในอดีต ไม่ว่าจะเป็นกรรมดี (กุศลกรรม) กรรมชั่ว (อกุศลกรรม) เมื่อใกล้ตายคนคนนั้นถ้าระลึกถึงกุศลกรรมที่ตนเองทำไว้ เช่น ได้ตักบาตร ได้ทำบุญทอดกฐิน ให้ทานแก่ผู้ยากไร้ บริจาคในการกุศลต่างๆ เช่น บริจาคเงินสร้างโรงพยาบาล โรงเรียน ฯลฯ ได้รักษาศีลหรือเจริญสมาธิภาวนา ก็จะไปเกิดในสุคติ ถ้าระลึกถึงอกุศลกรรม เช่น ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ปล้นจี้หรือทุจริตคอรัปชั่น ผิดเมียผิดผัวชาวบ้าน ดื่มเหล้า เสพยาเสพติด ก็จะไปเกิดในทุคติ

          แต่โดยสภาวะจิตก่อนตายนั้น ไม่สามารถบังคับให้ระลึกถึงอะไรได้ ถ้าเป็นความดีก็จะต้องทำสิ่งเหล่านั้นเป็นประจำจนเป็นนิสัยก่อนตายจึงจะนึกได้ ไม่ว่าจะเป็นการให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ส่วนกรรมชั่วนั้น แม้ทำแค่นิดเดียวก็มักจะระลึกถึงก่อนเสมอ ไม่ว่าจะทำความดีมาแค่ไหนก็ตาม เช่น นางมัลลิกาผู้ถวายอสทิสทาน เป็นต้น

          2.คตินิมิตอารมณ์ คือนิมิตที่เกิดขึ้นในใจขณะจิตจะดับ คตินิมิตอารมณ์นี้คือผู้ตายนั้นจะมองเห็น เป็นเครื่องหมายแสดงถึงที่ที่ตนจะไปเกิด อารมณ์ที่เป็นฝ่ายกุศล เช่น เห็นวิมาน เห็นปราสาทราชวัง เห็นนางเทพอัปสร วัดวาอาราม หรือพระภิกษุสามเณร หรือเห็นครรภ์มารดา ก็เป็นที่รู้ว่าตนนั้นจะไปเกิดในสุคติ ถ้าเห็นเหว เห็นถ้ำ เห็นเปลวไฟ เห็นปล่องที่น่ากลัว เห็นหมา เห็นแมว เห็นแร้งกาจะเข้ามาทำร้ายตนก็จะไปเกิดในทุคติ

          ด้วยเหตุนี้ เมื่อคนแก่ที่อายุมากแล้วอีกไม่นานก็ต้องจากโลกนี้ไป เมื่อยังห่วงทรัพย์สมบัติ ห่วงลูกห่วงหลาน ด้วยอารมณ์เหล่านี้ เมื่อถึงมีอันต้องตายจากโลกนี้ไปก็จะทำให้อารมณ์ก่อนตายนั้นถูกชักจูงด้วยสภาวะจิตนั้น อารมณ์ที่เป็น “ห่วง” จัดเป็นอกุศลกรรมจะนำให้ผู้นั้นไปเกิดในทุคติ ซึ่งเป็นที่ไม่พึงปรารถนาของทุกๆ คน


    จึงขอฝากความปรารถนาดี นำธรรมะมาเป็นข้อเตือนใจในช่วงน้ำท่วมใหญ่ ซึ่งทำให้มีคนตายกว่า 200 ศพ เพื่อเป็นมรณสติแก่ทุกๆ ท่าน