ข่าว

ไฟช็อตชาวกรุงเก่าขณะขี่จยย.เข้านิคมดับ4

ไฟช็อตชาวกรุงเก่าขณะขี่จยย.เข้านิคมดับ4

09 ต.ค. 2554

ไฟช็อตชาวบ้านขณะขี่จยย.เข้าพื้นที่นิคมดับ 4 เจ้าหน้าที่เร่งกู้ศพ รองรพ.กรุงเก่าพังยับ-ประเมินไม่ได้ โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา เสนอหัวหน้าพรรค ส่งต่อถึงนายกฯยิ่งลักษณ์ประกาศ กทม.หยุดราชการ 3 วัน จทบ.บุรีรัมย์ระดมกำลังขนย้ายอุปกรณ์การเรียน

             วันที่ 9 ตุลาคม  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุกระแสไฟฟ้ารั่วช็อตคนขี่รถจักรยานยนต์ขณะเข้าไปในพื้นที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากไฟฟ้าช็อตทันที 4 คน จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณประตูบี ซึ่งมีน้ำท่วมขัง และมีกระแสไฟฟ้ารั่ว แม้ภายในโรงงานกระแสไฟฟ้าถูกตัดแล้ว แต่ไฟส่องสว่างด้านนอกเจ้าหน้าที่การไฟฟ้ายังไม่เข้ามาตัดไฟ ขณะที่ในพื้นที่ตัวเมืองพระนครศรีอยุธยามีผู้ถูกกระแสไฟฟ้าช็อตเสียชีวิตอีก 1 คน เจ้าหน้าที่ได้ประสานเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าเข้าตัดกระแสไฟฟ้าแล้ว

  
           นายสนิท พรหมวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารบำรุงทาง กรมทางหลวง เปิดเผยว่า ขณะนี้มีเส้นทางที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้ว 106 เส้นทาง ถนนสายเอเชีย บริเวณ จ.พระนครศรีอยุธยา ท่วมสูงไม่สามารถสัญจรได้ ล่าสุดปิดถนนสายเอเชียมุ่งหน้า จ.ชัยนาท ขอให้ประชาชนที่จะเดินทางไป จ.ชัยนาท ใช้เส้นทางหมายเลข 340 สุพรรณบุรี-อ่างทอง ส่วนการเดินทางไปยังภาคเหนือ หรือเข้าสู่กรุงเทพมหานคร เลี่ยงใช้เส้นทางต่างระดับบางปะอิน ออกวงแหวนตะวันตก ตัดถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี และออก จ.ชัยนาท กลับเข้าสายเอเชีย ส่วนขาเข้ากรุงเทพมหานคร ใช้เส้นทางถนนเลี่ยงเมืองตั้งแต่ จ.อ่างทอง ไปทาง อ.วิเศษไชยชาญ เข้าถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี

 

รพ.กรุงเก่าพังยับ-ประเมินไม่ได้


           นพ.วีระพล ธีระพันธ์เจริญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเกือบ 400 คน ตั้งแต่ช่วงบ่ายเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากน้ำท่วมสูงประมาณ 1-2 เมตร เจ้าหน้าที่ต้องนำเรือท้องแบนมารับผู้ป่วยและญาติเที่ยวละ 2 คน เพื่อไปขึ้นรถในจุดที่เตรียมไว้ กระทั่งถึงเวลาประมาณ 20.00 น. คนไข้และญาติยังตกค้างประมาณ 100 คน แต่สถานการณ์เลวร้ายลงมากเพราะไฟฟ้าดับ การลำเลียงจึงเป็นไปด้วยความทุลักทุเล
          
           "ตอนนี้เราเริ่มกังวลเรื่องอาหารที่อาจไม่เพียงพอ ส่วนความเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ หรือยานพาหนะของแพทย์และพยาบาลที่จอดไว้บริเวณโรงพยาบาลถูกน้ำท่วมเสียหายจำนวนมาก" นพ.วีระพลกล่าว

 

รองโฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา เสนอประกาศวันหยุด


            นายสนธิญา สวัสดี ฐานะชาวตำบลท่าฉลอม อ.เมืองสมุทรสาคร ในฐานะรองโฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผย หลังได้ลงสำรวจสถานการณ์สภาพน้ำบริเวณท่าฉลอม และตำบลท่าจีน ปรากฏว่า ล่าสุดพบปริมาณน้ำท่าจีนสูงขึ้นกว่าปรกติเล็กน้อย พร้อมกันนี้โดยส่วนตนยังได้เตรียมเสนอเรื่องความปลอดภัยประชาชนในเขต กทม.เข้าที่ประชุมพรรค ในต้นสัปดาห์นี้ เพื่อให้นายชุมพล ศิลปะอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ได้ส่งต่อเสนอถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รีบประกาศเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร ได้กำหนดให้ 3 วันนี้ เป็นวันหยุดราชการ เพื่อชาวบ้านได้มีโอกาสเตรียมตัวเก็บข้าวของขึ้นชั้นที่ปลอดภัยหรือชั้น 2 เนื่องจากเห็นว่าสถานการณ์น้ำท่วม จังหวัดใกล้เคียง เช่น จ.ทุม และนนทบุรี และอื่นๆ ใกล้วิกฤติน้ำทะลักฉับพลัน

           นายสนธิญา กล่าวว่า ที่ผ่านมาการการศึกษาและติดตามสภาพการแก้ไขปัญหา ยังไม่ชั่วและพบยังไม่เจอผู้ชำนาญการฯ นอกจากการใช้วิธีเร่งระบายน้ำไป-มาเท่านั้น ซึ่งเป็นห่วงอย่างหนึ่งก็คือ ลองนึกดู กทม. รถยนต์และยวดยานพาหะหนาแน่นทุกวัน หากวันดีคืนดีมีเหตุไม่คาดฝัน น้ำทะลังจากใกล้เคียง เกทม.อย่างไม่ตั้งตัว จะทำอย่างไรหากเมื่อท้องถนนกำลังมีรถวิ่งอยู่เป็นหมื่นๆ คัน แล้วน้ำท่วมมาอย่างเร็ว คิดดูจะชุลมุนแค่ไหน เพราะส่วนหนึ่งขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดออกมายืนยันรับผิดชอบเต็มอกได้ หากเหตุการณ์น้ำเหนืออั้นไม่อยู่ ขณะที่ประตูระบายน้ำนนทบุรี และปทุมธานี ก็ได้แต่อาศัยคันดินและกระสอบทรายซึ่งสูงตั้ง 5-6 เมตรซึ่งไม่ชัวร์และไม่รู้จะพังขึ้นเมื่อไหร่ดังนั้น 3 วันข้างหน้าตนจึงอยากให้นายกยิ่งลักษณ์พิจารณากันไว้ดีกว่าแก้ไขซึ่งฝากประชาสัมพันธ์


จทบ.บุรีรัมย์ระดมกำลังขนย้ายอุปกรณ์การเรียน


           พลตรีวุฒิ   แสงจักร ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกบุรีรัมย์ ได้มอบหมายให้ พันเอกสนธยา ศรีเจริญ รองผู้บังคับการจังหวัดทหารบก นำกำลังพล ไปช่วยคณะครู อาจารย์ และนักเรียนทำแนวกระสอบทราย เพื่อป้องกันน้ำที่อาจจะทะลักเข้าท่วมโรงเรียนบ้านตะแบง ต.หัวฝาย อ.แคนดง หลังน้ำจากลำน้ำมูล และอ่างเก็บน้ำลำตะโคง ได้เอ่อทะลักเข้าท่วมบริเวณสนาน แปลงผัก และอาคารเรียนศูนย์คอมพิวเตอร์แล้ว พร้อมกันนี้ยังได้ช่วยกันขนย้ายสิ่งของ  เอกสารสำคัญ  เครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์การเรียนการสอนต่างๆ  ขึ้นไว้บนชั้น 2 ของอาคารเรียน เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นหากน้ำไหลทะลักเข้าท่วม

           ขณะที่นายบุญเลิศ ตองติดรัมย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านตะแบง กล่าวว่า ปีที่ผ่านมา โรงเรียนได้ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร นานกว่า 1 เดือน จนทำให้อุปกรณ์การเรียน การสอน และเครื่องใช้สำนักงานจมน้ำเสียหาย เนื่องจากพื้นที่ตั้งของโรงเรียนอยู่ใกล้จากอ่างเก็บน้ำลำคะโคง เพียงประมาณ 200 เมตร และอยู่ห่างจากลำน้ำมูล เพียงประมาณ 1 กิโลเมตร เท่านั้น ซึ่งขณะนี้น้ำก็ได้เอ่อเข้ามาบางพื้นที่ของโรงเรียนแล้ว จึงได้ประสานขอความช่วยเหลือไปยังทางจังหวัดทหารบก เพื่อมาช่วยขนย้ายอุปกรณ์การเรียนต่างๆ ขึ้นสู่ที่สูง และทำแนวกระสอบทราย  เพื่อป้องกันน้ำเข้าท่วมโรงเรียนในช่วงปิดภาคเรียน