ข่าว

ผู้ว่าฯนนท์สั่งเพิ่มแนวกระสอบทราย

ผู้ว่าฯนนท์สั่งเพิ่มแนวกระสอบทราย

09 ต.ค. 2554

ผู้ว่าฯนนท์สั่งเพิ่มแนวกระสอบทราย จัดเวรยามเฝ้า 24 ชม.ถนนสาย345บางบัวทอง-ปทุมฯน้ำท่วมคอสะพานรถติดหนัก

           9ต.ค.2554 ที่ห้องประชุมศาลากลาง จังหวัดนนทบุรีนายวีระยุทธ เอี่ยมอำภา ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยได้เดินทางมาร่วมประชุมหามาตรการป้องกันน้ำใน แม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีปริมาณเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง กับนายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีและเจ้าหน้าที่หัวหน้าส่วนราชการนานกว่า 1 ชั่วโมง

           นายวิเชียรกล่าวว่าการประชุมในวันนี้ตนเองได้สั่งให้เจ้าหน้าที่หน่วย งานราชการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งเสริมแนวเขื่อนที่ทำไว้ก่อน หน้านี้ทุกจุดในจังหวัดนนทบุรีให้สูงขึ้นกว่าเดิมอีก 1 เมตรและให้จัดเวรยามเฝ้าแนวเขื่อนตลอด 24 ชม. โดยให้เฝ้าระวังโรงงานที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนนทบุรีซึ่งมีกว่า 40 โรงเป็นพิเศษ พร้อมทั้งให้จัดตั้งศูนย์อพยพประชาชนหากเกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันขึ้น อีกกว่า 80 จุดทั่วทั้งจังหวัด  โดยมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหน่วยงานหลักในการเคลื่อนย้ายประชาชนและ ให้พัฒนาสังคมจังหวัดรับผิดชอบด้านอาหารเนื่องจากคาดการณ์ว่าน้ำในแม่น้ำ เจ้าพระยาจะมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอีกในวันที่ 11-13 นี้เนื่องจากน้ำทะเลจะหนุนสูงขึ้นอีกระลอก

 

ถนนสาย345บางบัวทอง-ปทุมฯน้ำท่วมคอสะพานรถติดหนัก


           นางศิรวัน เลิศอรินันท์ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24/3 ต.คลองข่อย อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งมีบ้านอยู่ริมทางได้ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนว่าถนนสาย 345 ปทุมธานี - บางบัวทอง ถูกน้ำท่วมคอสะพานทั้งขาไปและขากลับ ทำให้เส้นทางการจราจรวิ่งได้ช่องเดียว ริมเกาะกลางถนนถ้ารถสูงก็จะวิ่งสองเลนลุยน้ำวิ่งทำให้การจารจรติดขัดเป็น จำนวน และเวลาจะนำรถเก๋งเข้าบ้านก็ไม่ได้ จึงจำเป็นต้องจอดรถไว้ข้างทางก็กลัวว่าจะถูกคนร้ายมาขโมยไป

           นอกจากนี้บริเวณต่างระดับถนนราชพฤษ์ตัดถนนสาย 345 บริเวณเลี้ยวซ้ายไปท่าอิฐน้ำท่วมขังรถเล็กเลี้ยวซ้ายลำบากมาก เนื่องจากน้ำจากคลองพระอุดมเขต อ.ปากเกร็ดได้ไหลขึ้นมา โดยทางกรมทางหลวงและทางเขต อ.ปากเกร็ด ได้มีการเตรียมการนำดินมาป้องคันกันน้ำแต่คันต่ำเกินไปทำให้น้ำไหลเข้าท่วม ถนนสายนี้ จึงเป็นเหตุทำให้รถวิ่งได้ช่องทางเดียวรถจึงติดเป็นจำนวนมาก จึงขอให้ผู้รับผิดชอบในถนนสายนี้ช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมถนนสายนี้ให้ด้วย


สระบุรีท่วมหนัก -ส.อบจ.จัดรถบริการประชาชนฟรี



           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถนนสาย พระพุทธบาท-ท่าเรือ อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี นายเฉลิม วงษ์ไพร นายก อบจ.สระบุรี ผนึกกำลังกับ นาสุชา เข็มมา ( ส.จ.ฟ้า)  นายบุญสม เกิดหล่ำ ( ส.จ.ใหญ่ ) ทั้งสอง ส.อบจ. อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี จัดรถยนต์ใหญ่บริการประชาชนฟรี ในการขนย้ายขึ้นหนีน้ำมาอยู่ที่สูง พร้อมจัดรถบริการขนย้ายรถจักรยานยนต์ รถยนต์ขึ้นที่สูงหนีน้ำ

           ขณะที่มีพ่อค้าประชาชนหัวใส มีรถบรรทุกรถยนต์ บริการขนย้ายขึ้นที่สูง ในราคา คันละ 1,500 บาท ตกลงกันได้ก็มีราคา 1,000 บาท หรือ 500 บาท ต่อคัน ส่วนรถจักรยานยนต์ คันละ 100 บาท ถ้าเป็นชาวบ้านหนีขึ้นที่สูง ขนย้าย คิดบริการ คนละ 50 บาท


เตือนกาญจนบุรีราชบุรีเพชรบุรีและประจวบฯระวังน้ำป่า



            ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ(ศภช.)แจ้งว่า วันที่ 9-10 ต.ค.นี้ อาจเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะ บริเวณจังหวัด กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี และประจวบฯ ขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เตรียมพร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวัง และติดตามข้อมูลจากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กระทรวงไอซีที อย่างต่อเนื่องต่อไป



ระดมจนท.รถพยาบาลฉุกเฉินย้ายผู้ป่วยรพ.อยุธยา


           นายวิทยา พร้อมด้วยนายแพทย์ไพจิตร์  วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เดินทางไปโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา เพื่อติดตามระบบการขนย้ายผู้ป่วย  ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำท่วมในโรงพยาบาล สูง 2.2 เมตร  ส่งผลกระทบระบบไปฟ้าประปาภายในโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ใช้การไม่ได้ โดยอาคารบริการภายในโรงพยาบาลถูกน้ำท่วมทั้งหมด 13 อาคาร ในวันนี้มีผู้ป่วยนอนรักษาในโรงพยาบาลทั้งหมด 320 ราย ในจำนวนนี้ เป็นผู้ป่วยอาการหนัก ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจจำนวน 33 ราย ส่วนที่เหลือเป็นผู้ป่วยอาการปานกลาง 110 ราย อาการไม่หนัก 70 ราย และมีผู้ป่วยที่แพทย์อนุญาตกลับบ้านได้แล้วอีก  70 ราย โรงพยาบาลได้งดให้บริการผู้ป่วยนอกและงดรับผู้ป่วยในเป็นการชั่วคราว โดยจะเร่งทยอยขนย้ายผู้ป่วยส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลในกทม. ปริมณฑลและข้างเคียง เช่น สระบุรี ปทุมธานี โดยเร็วและปลอดภัยที่สุดให้หมดภายใน 1 - 2 วัน ได้ระดมรถพยาบาลฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องมือแพทย์กว่า 30 คัน เพื่อนำส่งโรงพยาบาลตามแผน ซึ่งการขน ย้ายเป็นไปด้วยความลำบาก  คาดว่าในวันนี้จะได้ประมาณ 100 ราย          

           นายวิทยา กล่าวต่อว่า ได้ประสานเจ้าหน้าที่ให้เร่งกู้ระบบไฟฟ้า โดยจะใช้เครื่องปั่นไฟสำรองใช้เป็นการชั่วคราวก่อน ส่วนอาหารนั้น ทางโรงพยาบาลได้สำรองไว้อยู่ได้ 2 วัน ทั้งนี้หากประชาชนเจ็บป่วยฉุกเฉิน สามารถโทรแจ้งขอความช่วยเหลือได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 1669 หรือที่โรงพยาบาลสนาม ซึ่งเปิดบริการ  2 แห่งคือที่จุดอพยพบริเวณตรงข้ามศาลกลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดตลอด 24 ชั่วโมง และที่วิทยาลัยการอาชีพ อ.มหาราช


ผู้ว่าฯปทุมธานีติงอย่าปล่อยข่าวแนวกั้นน้ำหลายจุดแตก


            นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า  ผวจ.ปทุมธานี พร้อมด้วยนายธีรวุฒิ กลิ่นกุสุม นายกเทศบาลนครรังสิต ได้ออกตรวจสภาพน้ำที่ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นสำคัญที่คลองรังสิตประยูรศักดิ์ต้องรับน้ำทุกคลองซอยมาลงที่คลอง แห่งนี้ และเนื่องจากน้ำจากคลองระพีพัฒน์กำลังเพิ่มสูงขึ้นมากและบางจุดได้ไหลเข้า คลองทำให้ในพื้นที่ริมคลองมีน้ำเอ่อล้นขึ้นถนน และได้มีการปล่อยข่าวประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ รับน้ำไม่ไหวแนวกั้นน้ำพังทำให้ประชาชนตกใจ ประจวบกับที่ทางเทศบาลนครรังสิตออกเสียงตามสายให้ประชาชนเก็บข้าวของขึ้นที่ สูง จึงมีการสอบถามเข้ามาที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ศาลากลางจังหวัด ปทุมธานีจำนวนมาก แต่ที่ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ขณะนี้มีชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ ช่วยกันเร่งกรอกกระสอบทรายเพื่อใช้เสริมแนวคันรอบประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ ในสูงขึ้นอีก 50 ซม.และได้ตั้งเครื่องสูบน้ำออกรอบแนวประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ 16 ตัว จึงเชื่อมั่นได้ว่าน้ำในย่านนี้ไม่ต้องเป็นห่วงว่าน้ำจะเข้าท่วมในพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนอย่าตกใจกับผู้ไม่หวังดีปล่อยข่าวออกไป ทำให้ชาวบ้านตกใจกันหมด จึงเชื่อมั่นได้ว่าจังหวัดปทุมธานี น้ำไม่ท่วมในพื้นที่ชั้นในแน่นอน



ถกด่วนบิ๊กนิคมอุตสาหกรรมนวนครและบางกะดี


           ทั้งนี้ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดปทุมธานี นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผวจ.ปทุมธานี ได้เรียกประชุม หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าชลประทานจังหวัด หัวหน้าอุตสาหกรรมจังหวัด ป้องกันภัยจังหวัด และตัวแทนจากนิคมอุตสาหกรรมนวนคร อ.คลองหลวง และสวนอุตสาหกรรมบางกะดี อ.เมือง เป็นการด่วน เพื่อหาทางป้องกันไม่ให้ปริมาณน้ำที่จะมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยานั้นไหลเข้าท่วมพื้นที่ของสวนอุตสาหกรรมทั้งสองแห่งซึ่ง เป็นพื้นที่เศรษฐกิจ ที่ถือว่ามีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ตั้งอยู่รวมแล้ว 271 บริษัท โดยการประชุมนั้นเป็นไปอย่างเคร่งเครียดซึ่งใช้เวลากว่า 1ชั่วโมงจึงได้ข้อยุติ 

           นายพีระศักดิ์ เปิดเผยว่า เนื่องจากปริมาณน้ำในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ไหลลงสู่คลองส่งน้ำระพีพัฒน์นั้นมีเป็นจำนวนมาก ชลประทานรังสิตเหนือจึงต้องเปิดประตูระบายน้ำบริเวณตลาดประตูน้ำพระอินทร์ ต.พยอม อ.วังน้อย ทำให้ปริมาณน้ำในคลองส่งน้ำที่หนึ่ง เพิ่มสูงขึ้นและไหลเข้าสู่คลองรังสิตประยูรศักดิ์ ซึ่งขณะนี้ทางเทศบาลนครรังสิตต้องเร่งดูดน้ำออกอย่างเร่งด่วนบริเวณประตูน้ำ จุฬาลงกรณ์ เพื่อป้องกันปริมาณน้ำจะไหลเอ่อเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ และมีการเสริมแนวกระสอบทรายให้สูงมากขึ้น แต่ปริมาณน้ำที่ไหลมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยานั้นมีจำนวนมาก ทำให้ต้องเรียกประชุมตัวแทนจากสวนอุตสาหกรรมทั้งสองแห่งที่จะได้รับผลกระทบ จากปริมาณน้ำที่จะไหลเอ่อเข้าในพื้นที่

           จากผลการประชุมได้ข้อสรุปว่า ให้ทางนิคมอุตสาหกรรมนวนคร เสริมแนวกระสอบทรายเหนือแนวคันดินเดิมที่มีความสูงอยู่ที่ 2.50เมตรอีก50ซ.ม.ทั้งสามด้านเพื่อป้องกันปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าท่วม และเพิ่มความแข็งแรง ส่วนที่สวนอุตสาหกรรมบางกะดี ให้สร้างแนวคันดินความสูง1.50 เมตร บริเวณซอยกำนันที่ติดอยู่กับสวนอุตสาหกรรม และบริเวณถนนติวานนท์ให้ตั้งแนวกระสอบทรายความสูงประมาณ1เมตรบริเวณเกาะกลาง ถนน โดยทางจังหวัดปทุมธานีนั้นจะสนับสนุนในเรื่องกระสอบทรายและเครื่องสูบน้ำ และได้ประสานกับชลประทานให้เร่งเครื่องซ่อมแซมเครื่องสูบน้ำบริเวณประตูน้ำ วัดศาลเจ้าจากที่ใช้การได้6เครื่องให้ใช้ได้เต็มขีดความสามารถเพื่อดูดน้ำ จากคลองรังสิตประยูรศักดิ์ออกให้ได้เร็วที่สุด
 
           อนึ่ง นายพีระศักดิ์  ฝากสื่อมวลชนให้ประชาสัมพันธ์กับประชาชนในพื้นที่ให้ทราบว่า ทางจังหวัดปทุมธานี ต้องรักษาพนังกั้นน้ำที่อยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในเขต อ.สามโคก และ อ.เมือง ระยะทาง60 กิโลเมตร ไว้ให้ได้เพื่อไม่ให้น้ำได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่ชั้นใน เพื่อป้องกันความเสียหายของพี่น้องประชาชนและพื้นที่เศรษฐกิจและพื้นที่กทม. ทำให้กระสอบทรายที่ได้รับมาจากการบริจาค และที่มีอยู่นั้นไม่เพียงพอต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน ซึ่งถ้าหากแนวพนังกั้นน้ำที่ยาวรวมสองฝั่ง 60 กม.นี้มีความสูงความแข็งแรงแล้วเพียงพอที่จะรับปริมาณน้ำในวันที่ 13-18 ตุลาคม2554


บริษัทไทยบาร์จ-คอนเทนเนอร์ เชอร์วิสเร่งกู้น้ำหลังตั้งแนวใหม่



          นางอวัตถา เรืองศรี ผู้จัดการฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทไทยบาร์จ-คอนเทนเนอร์ เชอร์วิส จำกัด เลขที่ 102 ม.1 ต.บางกะดี อ.เมือง จ.ปทุมธานี ได้เปิดเผยว่ากรณีแนวคันกั้นน้ำ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ของบริษัทได้พังทลายลงเมื่อสามวันที่ผ่านมา และทางบริษัทได้ทำการตั้งคันดินป้องกันน้ำใหม่ พึ่งจะเสร็จและกำลังติดตั้งเครื่องเพื่อสูบน้ำออกจากโรงงาน ซึ่งคาดว่าอาจจะต้องใช้เวลาอีกไม่นาน
        
          ทางด้านนายธวัชชัย อึ้งอัมพรวิไล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบางกะดี ได้กล่าวว่าขณะนี้ทางเทศบาลได้ป้องกันน้ำเข้าท่วมรอบตำบลบางกะดีไว้แล้วและ หากว่าน้ำรอบพื้นชั้นแรกน้ำเข้าท่วมทางเทศบาลตำบลบางกะดีได้เตรียมการ ป้องกันน้ำไว้ถึงสามชั้นรับรองว่านำไม่เข้าในนิคมอุตสาหกรรมบางกะดีแน่นอน


ปิดบางโฉมศรีแต่ยังไม่ปิดบางตาโฉม-น้ำยังทะลักท่วมบ้านหมี่


          นายศักดิพงษ์ ธรรมอาชวกุล  ปลัดเทศบาลตำบลบางงา อำเภอท่าวุ้ง ลพบุรี เปิดเผย ว่า คันถนนเรียบแม่น้ำเจ้าพระยาในเขต อำเภออินทร์บุรี ติดต่อกับอำเภอเมือง สิงห์บุรีในปัจจุบันขาด2-3 แห่งใหญ่ๆ น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาก็ยังทะลักเข้ามาในอำเภอบ้านหมี่ อำเภอท่าวุ้งอยู่ดี แม้ว่าจะปิดกั้นประตูน้ำบางโฉมศรีได้ แต่หากยังไม่ปิด ถนนเรียบคลองทั้ง 2 แห่ง น้ำในเขตลพบุรีก็ยังไม่ลดลงอย่างแน่นอนและที่สำคัญทางกรมชลประทานยังไม่ได้ ขยับที่จะทำการซ่อมถนนที่ขาดและไม่ได้พูดถึงเลย
        
          “ถนนเส้นที่ขาดคือถนนเรียบแม่น้ำเจ้าพระยาเส้นบางตาโฉมหมู่ที่ 8 ตำบลท่างาม อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรีหรือที่กันว่าคลองบ้านไร่ เส้นนี้ขาดยาวประมาณ 50- 70 เมตร ถนนเรียบแม่น้ำเจ้าพระยาอีกแห่งหนึ่งที่ขาดคือถนนข้างประตูน้ำโพธิ์ล้ม หรือโพธิ์ร่มตำบลอินทร์บุรี ขาดยาวประมาณ  80 เมตร น้ำก็ยังทะลักเข้ามาในอำเภอบ้านหมี่อยู่ดี เพราะเส้นทางน้ำทั้ง2 แห่งที่ขาดคือเส้นที่น้ำหลากเข้าคลองเชียงราก แล้วมาออกแม่น้ำบางขามแม้ว่าจะเปิดกั้นบางโฉมศรี ได้แต่ก็ไม่ได้หยุดที่จะให้น้ำทะลักเข้ามาในลพบุรีได้ ช่วงแรกห่างจากบางโฉมศรี 1 ก.ม.  ช่วงที่ 2 ห่างจากบางโฉมศรี 7 ก.ม.” ปลัดเทศบาลกล่าว

          นายศักดิพงษ์ยังกล่าวอีกว่า กรมชลประทานเห็นด้วยหรือ เปล่าก็ไม่รู้ว่าจะใช้ตู้คอนเทเนอร์เก่ามาจมขวางทางน้ำ ที่ถนนเรียบแม่น้ำเจ้าพระยา ที่พังน้ำทะลักเข้ามาทางบ้านหมี่และเอาหินทราย มาใส่ เพราะได้ติดต่อกับผู้ที่จะบริจาคตู้คอนเทเนอร์เก่าบ้างแล้วหากยังดำเนินการ น้ำก็ยังท่วมลพบุรี โดยที่ยังไม่มีเวลาลดลงเลย สร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก อีกทั้งอยากจะเรียกร้องขอความอนุเคราะห์ ขอให้ช่วยปิดช่วงที่ขาดถนนเรียบแม่น้ำเจ้าพระยาพร้อมกั้นกับปิดกั้นบาง โฉมศรี
        
          นายนพพร   ชัยพิชิต   ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 10 ว่า ช่วงที่ ถนนเรียบแม่น้ำเจ้าพระยา ขาดใกล้กับประตูน้ำบางโฉมศรี  วางแผนไว้ว่าเสร็จบางโฉมศรี จะขนเครื่องมือไปเริ่มดำเนินการซ่อมแซมเพื่อปิดกั้นไม่ให้น้ำทะลักเข้ามาแต่ ในช่วงนี้ต้องรอให้บางโฉมศรีเสร็จก่อน



ลือลำตะคองแตกชลประทานยันยังแข็งแรง


           เมื่อเวลา 10.05 น.  โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง สังกัดสำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ประกาศชี้แจงข้อเท็จจริงเป็นกรณีเร่งด่วน ผ่านทางเวปไซด์ www.lamtakong.com   เว็บไชต์ ของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคองโดยตรง  ภายหลังจากมีข่าวลือออกมาอย่างต่อเนื่องว่าเขื่อนลำตะคอง ที่อำเภอสีคิ้ว จ.นครราชสีมา มีการกักเก็บปริมาณน้ำเกินระดับและได้เกิดความเสียหายแตกร้าว จนสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่ใต้เขื่อนเป็นอย่างมาก

           โดยประกาศระบุข้อความว่า “ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง สำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ขอชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข่าวลือเขื่อนลำตะคองแตกในขณะนี้   ตามที่มีข่าวลือว่าเขื่อนลำตะคอง แตกร้าว บานระบายน้ำได้พังลง ซึ่งได้ ก่อให้เกิดความตื่นตระหนก และเสียขวัญจากข่าวลือเป็นอย่างมาก โดยแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้างจากการบอกเล่ากันปากต่อปาก

           ดังนั้นโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง สำนักชลประทานที่ 8 ซึ่งรับผิดชอบดูแลเขื่อนลำตะคอง จึงขอชี้แจงข้อเท็จจริงดังนี้  เขื่อนลำตะคอง สามารถรองรับปริมาณน้ำที่จะไหลลงอ่างได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีผลกระทบต่อความ แข็งแรงของตัวเขื่อน  ขณะนี้เขื่อนอยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย โดยเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าระวังติดตามตรวจสอบความมั่นคงของตัวเขื่อน และอาคารประกอบต่างๆอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง  ขอให้ประชาชนอย่าวิตกกังวล จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และขอความกรุณาอย่าได้หลงเชื่อข่าวลือโดยที่ยังมิได้มีการตรวจสอบข้อเท็จ จริงกับหน่วยงานชลประทานก่อน โดยดูข้อมูลได้ทุกวันจากเว็บไซด์  www.lamtakong.com  ลงวันที่ 9 ต.ค.2554 เวลา 10.05 น.

           จากรายงานของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคองที่ระบุความเคลื่อนไหวและราย ละเอียดต่างๆของโครงการฯ อยู่ภายในเวปไซด์ของ พบว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำภายในอ่างเก็บน้ำลำตะคอง มีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ 313.41 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งหมด 314.49 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 99.66 % ของความจุทั้งหมด ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ วันนี้วัดได้ 3.29  ล้าน ลบ.ม.  ขณะที่การระบายน้ำอยู่ที่ 1.037 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน และถึงแม้ว่าปริมาณน้ำภายในอ่างเก็บน้ำลำตะคองจะมีปริมาณที่สูงและเกือบเต็ม ความจุของอ่างเก็บน้ำแล้ว แต่ทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง ยังไม่มีการเปิดบานประตูระบายน้ำทางช่องระบายน้ำฉุกเฉินที่มีอยู่ที่หมด 7 บาน   เนื่องจากขณะนี้ทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคองได้ทำการเพิ่มสันบาน ประตูระบายน้ำหรือสต๊อปล็อค เพิ่มสูงขึ้นจากเดิมอีก 1 เมตร ดังนั้นทำให้อ่างเก็บน้ำลำตะคองสามารถเพิ่มความจุของอ่างเก็บน้ำได้จากเดิม 314.49 ล้าน ลบ. เป็น 353.00 ล้าน ลบ.ม. ทำให้เขื่อนสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีกกว่า 38 ล้าน ลบ.ม.