ข่าว

ศปภ.แบ่งงานขรก.รับผิดชอบรายจว.

ศปภ.แบ่งงานขรก.รับผิดชอบรายจว.

09 ต.ค. 2554

ศปภ.แบ่งงาน ขรก.รับผิดชอบรายจังหวัด ชาวอยุธยาทยอยเข้าศูนย์พักพิง มธ. เผยอาหารขาดแคลน คนอีกหลายร้อยอยากเดินทางมาแต่ไม่มีรถ

           เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 9 ต.ค.2554 ภายหลังร่วมประชุมแผนยุทธศาสตร์ป้องกันน้ำท่วม นายถิรชัย วุฒิธรรม เลขานุการ ศปภ. กล่าวถึงการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบในส่วนการดูแลป้องกันแนวกั้นน้ำของกรุงเทพมหานคร ว่า ในการดูแลพื้นที่รับผิดชอบแนวป้องกันน้ำฝั่งตะวันออก แบ่งหน้าที่ให้กรมชลประทาน โดยนายพงษ์ศักดิ์ อรุณวิจิตรสกุล และสำนักทางหลวงที่ 11 ( กรุงเทพ ฯ) โดยนายธานนิทร์ สมบูรณ์ ที่มีภารกิจดูแลการป้องกัน , กระทรวงพัฒนาสังคม ฯ โดย น.ส.นวลศรี เพ็ชรนวล และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีภารกิจดูแลส่งเสบียงอาหาร และพล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ ผู้ช่วย ผบช.น. ดูแลการป้องกันและอพยพ

          พื้นที่ กทม. ฝั่งนนทบุรี กรมชลประทาน โดยนายพงษ์ศักดิ์ อรุณวิจิตรสกุล และกรมทางหลวงชนบท โดยนายสานิตย์ ศรีสุข ภารกิจดูแลการป้องกัน , กระทรวงพัฒนาสังคม ฯ โดย น.ส.พารื่น นิตยสุทธิ์ และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีภารกิจดูแลส่งเสบียงอาหาร และพล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ ผู้ช่วย ผบช.น. ดูแลการป้องกันและอพยพ

    นายถิรชัย  ยังระบุอีกว่า ส่วนพื้นที่ 10 จังหวัดที่ประสบอุทกภัยร้ายแรง มีการแบ่งหน้าที่ภารกิจดังนี้ 1. จ.พระนครศรีอยุธยา ให้กรมชลประทาน โดยนายไมตรี ปิตินานนท์ และแขวงการทางอยุธยา โดยนายไพจิตร โพธิ์จันทร์ ดูแลภารกิจการป้องกัน , กระทรวงพัฒนาสังคม ฯ โดยนางญาณี เลิศไกร และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ดูแลภารกิจ ส่งเสบียงอาหาร ส่วนภารกิจการอพยพและป้องกันมี พล.ต.ประภนธ์ ศักดิ์สุภา ดูแล

    จ.ลพบุรี มีกรมชลประทาน โดยนายเจตจิตร โพธิ์ปลั่ง ดูแลการป้องกัน , กระทรวงพัฒนาสังคม ฯ โดยนางนนทนี เพ็ชญไพศิษฐ์ และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ดูแลภารกิจส่งเสบียงอาหาร ส่วนภารกิจการป้องกันและอพยพมี พล.ท.ศุภรัตน์ พัธนวิสุทธิ์ ดูแล

    จ.นครสวรรค์ มีกรมชลประทาน โดยนายสุรินทร์ ทรัพย์สกุล และแขวงการทางนครสวรรค์ที่ 1 ดูแลการป้องกัน , กระทรวงพัฒนาสังคม ฯ โดยนางสุนีย์ สายนพัฒน์ผล และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ดูแลภารกิจส่งเสบียงอาหาร ส่วนภารกิจการป้องกันและอพยพมี พล.ท.วรรณวิทย์ ว่องไว มท.ภ.3 ดูแล

    จ.ปทุมธานี มีกรมชลประทาน โดยนายสมนึก เตียวหนุน และแขวงการปทุมธานี โดยนายสมชัย นาคเงินทอง ดูแลการป้องกัน , กระทรวงพัฒนาสังคม ฯ โดยนายปิ่นชัย ปิ่นแก้ว และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ดูแลภารกิจส่งเสบียงอาหาร ส่วนภารกิจการป้องกันและอพยพมี พล.ต.ต.วัฒนา เขตร์สมุทร ผบก.ภว.ปทุมธานี และพล.ท.สุรพงศ์ พูลทรัพย์ จก.พธ.ทบ. ดูแล

    จ.สิงห์บุรี มีกรมชลประทาน โดยนายทินกร รัตนพัวพันธ์ และสำนักงานบำรุงทางสิงห์บุรี โดยนายอนุสรณ์ ศรีวงษ์ญาติดี และ พล.ต.หัสพงศ์ ยุวนวรรธนะ หรือพ.อ.สุชาติ สิทธิไกร เสธ.สนภ.1 ดูแลการป้องกัน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงขชองมนุษย์ โดวยนายนนทินี เพ็ชญไพศิษฐ์ และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ดูแลการส่งเสบียงอาหาร ส่วนการอพยพให้พล.ต.ต.โกศล บัวประเสริฐ ผบก.ภ.จว.สิงห์บุรี

    จ.อ่างทอง ให้กรมชลประทาน โดยนายชัยพร ธรรมภักดี แขวงการทางอยุธยาโดยนายเทอดไทย วิวิชวร และพล.ต.หัสพงศ์ ยุวนวรรธนะ ผบก.สนภ.1 หรือพ.อ.สุชาติ สุทธิไกร เสธ.สน.ภ.1 ดูแลการป้องกัน กระทรวงพัฒนาสังคมโดยนายปรีชา สรวิสูตร และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยดูแลการส่งเสบียงอาหาร ส่วนการอพยพให้พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง

    จ.ชัยนาท ให้กรมชลประทานโดยนายภานุกิจ ดิษพึ่ง แขวงการทางชัยนาท และพล.ต.หัสพงศ์ ยุวนวรรธนะ ผบก.สนภ.1 หรือพ.อ.สุชาติ สุทธิไกร เสธ.สน.ภ.1 ดูแลการป้องกัน กระทรวงพัฒนาสังคมฯ โดยปรีชา สรวิสูตร และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ดูเรื่องส่งเสบียงอาหาร และให้พ.ต.ต.เกรียงศักดิ์ อรุณศรีโสภณ ผบก.จว.ชัยนาท ดูแลเรื่องการอพยพ

    จ.ฉะเชิงเทรา ให้กรมชลประทานโดยนายไชยยงค์ จงอาสาชาติ ดูแลเรื่องการป้องกัน และพล.ต.ต.หัสพงศ์ ยุวนวรรธนะ ผบ.สนภ.1 หรือพ.อ.สุชาติ สุทธิไกร เสธ.สนภ.1 กระทรวงพัฒนาสังคม โดยนางระริน สิโรรัตน์ ด้านส่งเสบียงอาหาร ส่วนด้านการอพยพ ใช้หน่วยงานรองหน.ฝ่ายปฏิบัติภ.2 โดยพล.ต.ต.มณฑล มีอนันต์ ผบก.ภ.2

    จ.นนทบุรี ให้กรมชลประทาน โดยนายพรชัย พ้นชั่ว แขวงการทางโดยนนทบุรี โดยนายชนินทร ชูขวัญ และพล.ต.นเรนทร์ ศิริภูบาล ผอ.สสน.นทพ.รับผิดชอบงานป้องกัน กระทรวงพัฒนาสังคมฯ โดยนายปิ่นชัย ปิ่นแก้ว และเจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รับผิดชอบงานส่งเสบียงอาหาร ส่วนงานอพยพให้พล.ต.ต.สุรชัย สืบสุข ผบก.ภ.จว.นนทบุรี เป็นผู้รับผิดชอบ

    จ.อุทัยธานี กรมชลประทานโดยนายเฉลิมศักดิ์ ทักษาดิพงษ์ หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่โดย พ.อ.ทำนุ โพธิ์งาม สำนักทางหลวงที่10 (สุพรรณบุรี) โดยนายจิรวัฒน์ ทรงผาสุข รับผิดชอบงานป้องกัน กรมพัฒนาสังคมฯ โดยนางสุนีย์ สายพัฒน์ผล กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รับผิดชอบส่งเสบียงอาหาร ส่วนฝ่ายปฏิบัติการภ.6 โดยพล.ต.ต.กรเอก ไพชรไชยเวส ผบก.ภ.6 รับผิดชอบงานอพยพ

 

เตือน15 พื้นที่กทม.ชั้นในจุดอ่อนเสี่ยงน้ำท่วม

   

          นายสัญญา ชีนิมิต ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า จากการสำรวจพื้นที่ชั้นใน กทม. พบว่ามี 15 พื้นที่ที่เป็นจุดอ่อน และเสี่ยงต่อน้ำท่วมถ้าปริมาณน้ำฝนและน้ำเหนือมาพร้อมกัน และน้ำทะเลหนุนก็เสี่ยงจะเกิดน้ำท่วมเพราะ กทม.เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ ง่ายต่อน้ำท่วมขัง

          ส่วนมาตรการน้ำท่วมได้เฝ้าระวัง สถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง ล่าสุดได้จัดซื้อกระสอบทรายเพิ่มอีก 1.5ล้านถุง และได้ขุดลอกคลองระบายน้ำให้เร็วขึ้นดูแลประตูระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำ สถานีสูบน้ำ รวมถึงประสานงานกับกรมชลประทาน ช่วยบริหารจัดการน้ำผ่านคลองและอุโมงค์สู่ทะเล

          สำหรับจุดเสี่ยงน้ำท่วมในเขตกรุงเทพชั้นใน ได้แก่ ถ.จันทร์ , ถ.เซ็นหลุยส์ ,ถ.สาธุประดิษฐ์ , ถ.พหลโยธิน (ช่วงคลองสามเสน-คลองบางซื่อ) ,ถ.สุขุมวิท (ระหว่างพระโขนง-ซ.ลาซาล) , ถ.สุขุมวิท (ระหว่างซ.39-49) ,ถ.ลาดพร้าว (ช่วงคลองลาดพร้าว - เดอะ มอลล์ บางกะปิ) ,ถ.นวมินทร์ (ช่วงดอนอีกา-แยกประเสริฐมนูกิจ) ถ.รัชดาภิเษก (หน้าห้างโรบินสัน) , ถ.รัชดาภิเษก (แยกลาดพร้าว) ถ.เพชรบุรี (แยกตัดถ.บรรทัดทอง) ,ถ.นิคมมักกะสัน , ถ.พระราม 6 (ช่วงตลาดประแจจีน) , ถ.เพชรเกษม (ช่วงซ.63) ,ถ.เย็นอากาศ (ช่วงถ.นางลิ้นจี่) ,ถ.ศรีนครินทร์ (ช่วงคลองตาสาด-คลองตาช้าง) , ถ.สนามชัย



ศูนย์พักพิงมธ.อาหารขาดแคลน



    เมื่อเวลา 19.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ยิมเนเซี่ยม 2 ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้มีประชาชนชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต่างทยอยเดินทางเข้ามายังศูนย์พักพิงดังกล่าว โดยอาศัยมากับรถของอาสาสมัครกู้ภัย ที่เดินทางไปรับ โดยถึงในขณะนี้มีประชาชนเดินทางมายังศูนย์ดังกล่าวแล้วกว่า 10 ครอบครัว จำนวน 30 กว่าคน

    นายเศรษภัทร์ จุติภัควรพงษ์ หนึ่งใจกลุ่มผู้เดินทางมายังศูนย์ดังกล่าว เปิดเผยว่าบ้านของตนเองนั้นอยู่ในตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา ซึ่งถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ และได้ออกจากบ้านมาอาศัยอยู่ที่ศูนย์ที่ทางราชการจัดไว้ให้ที่หน้าศาลากลางจังหวัด ซึ่งมีประชาชนเข้ามาอยู่กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งความเป็นอยู่ลำบากมากทั้งอาหารการกินที่ขาดแคลน และก่อนที่จะเดินทางมาที่ศูนย์ของ ม.ธรรมศาสตร์แห่งนี้ ก็ได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยประกาศว่าถ้าต้องการเดินทางมาที่ศูนย์ธรรมศาสตร์ก็ให้มาขึ้นรถตนเองจึงเดินทางมาดังกล่าว และยังมีคนอีกจำนวนมากที่อยากเดินทางมาที่นี่เนื่องจากมีความยากลำบาก แต่ไม่มีรถที่จะเดินทางมา

 

ลุงเครียดน้ำเข้าบ้าน -รื้อคันดินเกิดมีปากเสียงเพื่อนบ้าน



    เมื่อเวลา 19.30 น.เจ้าหน้าที่วิทยุของ สภ.สามโคก ได้รับแจ้งเหตุว่ามีชาวบ้านข้างวัดตำหนัก ถนนสามโคกสายเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ม.1 ต.สามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ว่าชายสูงอายุอาการเกิดอาการเครียดจากน้ำท่วมบ้าน และหน้าบ้านมีคันดินกั้นทำให้ดินไหลเข้าบ้านเลอะเทอะ จึงได้ออกมาหน้าบ้านใช้ผัวตักดินออกไปกองกลางถนนทำให้น้ำเริ่มจะไหลเข้าพื้นที่ชั้นใน และได้ใช้ผัวตักดินห้ามชาวบ้านเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงมีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ


           ต่อมานายสกล แก้วปวงคำ ปลัดอำเภอสามโคก พ.อ.อ.วัชรพล กระตุดเงิน ปลัดเทศบาลสามโคก เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง ยกกำลังไปห้ามปราบที่บ้านเลขที่ 6/12 ม.1 ต.สามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี พบนายพนม ชูธง อายุ 62 ปี กำลังต่อว่าต่อเถียงกับชาวบ้านที่ได้มาห้ามรื้อคันดินทำให้นางหนูแดง ชูธง ภรรยา เจ้าของบ้านอยู่ชั้นบนได้ใช้ไม้พื้นที่เก็บไว้ชั้นบนโยนลงมายังกลุ่มคนแต่ไม้ตกบนหลังคา ปลัดสกล แก้วปวงคำจึงเข้าไปพูดคุยด้วยกับนายมงคล วิไลลักษณ์ อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นหลานชายเจ้าของบ้าน ปรากฏว่านายพนม ชูธง ไม่พอใจหลานชายเอามือตบหน้าหลายไปฉาดใหญ่ ทำให้มีการห้ามปรามและทาง ปลัดพ.อ.อ.วัชรพล กระตุดเงิน ได้รับปากกับนายพนม ว่าจะขนดินออกจากหน้าบ้านให้หมดเดี่ยวนี้เลยแต่ขอนำกระสอบทรายตั้งแทน จึงตกลงกันได้ และจะมาดูแลบ้านให้ภายหลัง
          
           จากการตรวจสอบบ้านของนายพนม ชูธง พบว่ารอบบ้านได้ใช้อิฐบ๊อกกั้นน้ำสูงขึ้นมาประมาณ 6 ก้อน แต่น้ำก็รั่วเข้าเต็มบ้านทำให้ผู้ที่อยู่ในบ้านเดือดร้อนไปตามกัน และยังมาเจอปัญหาที่ทางเทศบาลนำดินมาตั้งคันหน้าบ้านแต่เป็นดินเหลวทำให้ดินไหลเข้าบ้านเกิดความเครียดขึ้นจึงได้รื้อคันดินแล้วชาวบ้ามาห้ามปรามจึงเกิดปากเสียงกันขึ้นและมาตกลงกันได้.