ข่าว

แนะ'ต้องมียุทธศาสตร์จัดการน้ำ'

แนะ'ต้องมียุทธศาสตร์จัดการน้ำ'

10 ต.ค. 2554

'ต้องมียุทธศาสตร์จัดการน้ำ' : สัมภาษณ์พิเศษ 'ปราโมทย์ ไม้กลัด' อดีตส.ว.และอดีตอธิบดีกรมชลประทาน โดย สมถวิล เทพสวัสดิ์

    วิกฤติน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในพื้นที่หลายจังหวัดของประเทศไทย ได้สร้างความเสียหายอย่างมาก และถือเป็นอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อเทียบกับปี 2538 โดยเฉพาะที่จ.พระนครศรีอยุธยา ที่เสียหายหนักกว่าทุกครั้ง

    "ปลอดประสพ สุรัสวดี" รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ออกมายอมรับ "ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย" (ศปภ.) ที่ตั้งโดย "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี ประเมินจำนวนมวลน้ำหลากใน จ.พระนครศรีอยุธยา ผิดพลาด จึงเกิดเหตุน้ำท่วมสูงขึ้น

     ขณะที่ "ผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำ" อย่าง "ปราโมทย์ ไม้กลัด" อดีตส.ว.และอดีตอธิบดีกรมชลประทาน มองปัญหาน้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้นหลายพื้นที่ขณะนี้มีองค์ประกอบหลายอย่าง ส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่อง หากสังเกตให้ดีหลายพื้นที่หลายจังหวัดที่ถูกน้ำท่วมเคยเกิดน้ำท่วมซ้ำซากมาก่อน ไม่มีพื้นที่ใหม่เลย แต่ไม่มีการวางแผนป้องกันจนเกิดเหตุขึ้นอีก

    "จังหวัดที่ถูกน้ำท่วมในขณะนี้ก็เป็นจังหวัดเดิมๆ ที่เคยถูกท่วม เพราะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นแอ่งกระทะ เช่น อยุธยา สุโขทัย พิษณุโลก ลพบุรี ประชาชนในพื้นที่รู้ดีแต่ก็ไม่เห็นมีใครคิดจะย้ายบ้านไปปลูกในที่สูง เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกร ส่วนคนที่มาอยู่ใหม่ก็ไม่ยอมศึกษาภูมิประเทศก่อนจะย้ายเข้าไปอยู่ จึงทำให้ต้องไปอยู่กับน้ำทุกปีที่เกิดฝนตกหนัก ผิดกับต่างประเทศเขาจะดูเรื่องภูมิประเทศก่อนจะสร้างบ้านเมือง" อดีตอธิบดีกรมชลประทาน กล่าว

    "อดีตอธิบดีกรมชลประทาน" บอกว่า จะโทรศัพท์ไปสอบถามระดับน้ำกับลูกน้องเก่าๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะบอกว่าทุกคนเตรียมพร้อมในการดูแลเรื่องระดับน้ำให้อยู่ในปริมาณที่สมดุลอยู่ตลอดเวลา ไม่มีการปล่อยน้ำล่วงหน้ามีการบริหารระดับน้ำแบบวันต่อวัน

    ส่วนสถานการณ์ปริมาณน้ำในปัจจุบัน "ปราโมทย์" บอกว่า ขณะนี้น้ำเริ่มนิ่ง ไหลเป็นเส้นตรง ไม่ไหลหลากเหมือนน้ำป่า ทำให้ไม่น่าห่วงมากนัก หากฝนไม่ตกลงมา ก็มีโอกาสที่ปริมาณน้ำจะเริ่มลดลง

    "หลายพื้นที่คันกั้นน้ำไม่สอดคล้องกับธรรมชาติ การตั้งโรงงานหรือนิคมอุตสาหกรรมควรตั้งในที่สูง แต่กลับไปตั้งในพื้นที่น้ำท่วม เช่นที่ อ.วังน้อย น้ำท่วมบ่อย ก็ไม่ย้าย ดังนั้นต้องวางแผนว่าถ้าอยู่แล้วจะจัดการอย่างไร บางพื้นที่เป็นพื้นที่เกษตรกรรมน้ำท่วมประจำ ก็ต้องมียุทธศาสตร์ในการปรับตัวให้อยู่กับธรรมชาติของน้ำได้"
 
    ส่วนการวางแผนระยะยาว "ปราโมทย์" บอกว่า ต้องแยกกันทำ เช่น ท้องถิ่น ก็ต้องไปทำความเข้าใจกับประชาชนที่ถูกน้ำท่วม ถ้าไม่ย้ายบ้านเรือนก็จะปฏิบัติอย่างไรเพื่อให้อยู่กับน้ำได้อย่างมีความสุข โดยให้ประชาชนมามีส่วนร่วมในการออกแรง ส่วนรัฐบาลออกเงิน ต้องไปถามประชาชนให้เขารู้สึกว่ามีส่วนร่วมในการคิดและทำ ไม่ใช่รัฐบาลคิดอยู่ฝ่ายเดียวการแก้ปัญหาสำเร็จยาก การแก้ปัญหาไม่ควรรวมศูนย์อำนาจ ควรใช้กระบวนการทางสังคมช่วยกันทำไปพร้อมกัน

    "ขณะนี้เห็นมีการโวยวายเข้าขั้นวิกฤติเริ่มซื้อของตุน เอารถยนต์ไปจอดกันที่สนามบินดอนเมือง ดูแล้วไปกันใหญ่ ไปจอดได้ แต่ก็ควรอธิบายเหตุผลให้ประชาชนเข้าใจเดี๋ยวจะพากันแตกตื่นไปกันใหญ่ ผมติดตามตัวเลขระดับน้ำตลอด ไม่น่าจะรุนแรงถึงขั้นวิกฤติหนักตามที่เป็นห่วงกัน ส่วนกทม.ที่บอกจะท่วม 15 เขตชั้นใน ไม่ใช่ท่วมเพราะเกิดจากแม่น้ำเจ้าพระยา แต่น่าจะท่วมเพราะฝนตกจนเกิดน้ำท่วมขังระบายไม่ทันมากกว่า" ปราโมทย์ กล่าว 

    "ปราโมทย์" ได้บอกรายละเอียดเพิ่มเติ่มเกี่ยวกับสาเหตุที่จะทำให้น้ำท่วมพื้นที่ กทม.ชั้นในว่า พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในเป็นแอ่งกระทะพอกับชาวบางระกำ จ.พิษณุโลก เช่น เขตพญาไท ลาดพร้าว บางกะปิ เขตดังกล่าวเป็นแอ่งกระทะระบายน้ำยาก ซึ่งจุดนี้ต้องทำระบบปกป้องติดตั้งสถานีสูบน้ำเพิ่มเติม อย่าให้ระบบระบายน้ำมีปัญหา เมื่อฝนตกน้ำขังต้องเร่งสูบออก ทาง กทม.ต้องวางแผนว่าจะทำอย่างไรที่จะเคลื่อนย้ายน้ำท่วมขังให้เร็วที่สุด

    "ก่อนหน้านี้ผมเคยเสนอให้ทาง กทม.ทำคันกั้นน้ำถาวร เป็นถนนก็ได้ แต่ไม่ทำกัน การทำอุโมงค์ยักษ์ของ กทม.ถือเป็นวิธีการที่ถูกต้อง การทำงานของ กทม.ในการป้องกันน้ำท่วมถือว่าใช้ได้ สถานีสูบน้ำกำลังสูบพอ แต่กระบวนการเคลื่อนน้ำไกลเกินไป ต้องมีทางน้ำถึงอ่าวไทยให้คล่อง เวลานี้เมื่อน้ำท่วมขังก็สูบกันไปมาตรการจัดการเรื่องสูบน้ำ พื้นที่น้ำท่วมต้องคิดให้ดี ต้องเข้าใจภูมิประเทศของพื้นที่ โชคดีที่มีเขื่อนดักน้ำไว้บ้างแล้ว" ผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำ กล่าว

    ปราโมทย์ กล่าวว่า ต้องมียุทธศาสตร์จัดการกับน้ำ โดยดูว่าน้ำลักษณะไหนควรสู้ และสู้ตามหลักเกณฑ์ธรรมชาติ และน้ำลักษณะไหนควรหนี แต่ทุกอย่างต้องบอกประชาชนให้รู้ล่วงหน้า เพื่อป้องกันการตื่นตระหนก

    "การแก้ปัญหาระยะยาวต้องมีแม่ทัพแต่ละพื้นที่ แม่ทัพประจำลุ่มน้ำ แยกเป็นแม่ทัพลุ่มน้ำชี แม่ทัพลุ่มน้ำชีตอนบน ตอนล่าง ตอนกลาง แม่ทัพลุ่มน้ำมูล เพราะแต่ละพื้นที่จะมีคนประจำและเชี่ยวชาญในแต่ละพื้นที่ นำแผนที่ภูมิประเทศ ดาวเทียม เอาข้อมูล มานั่งคุยกัน ชุมชนเป็นอย่างไร ผู้คนในสังคมคิดอย่างไรให้ชุมชนร่วมคิด อย่าทำเพียงคิดคำนึงนั่งมองเพดานอย่างเดียวแล้วแก้ปัญหา เพราะจะไม่สำเร็จตรงตามเป้าหมาย" ปราโมทย์ กล่าวปิดท้าย